ศอ.บส.ชน. เร่งปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 ห้วง 15 – 30 ธ.ค. 62 ยกระดับการสกัดกั้นและปราบปราบยาเสพติด

14 ธ.ค. 2562 | เข้าชม : 571

ศูนย์อำนวยการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ยกระดับความร่วมมือไทย - เมียนมา ปฏิบัติการร่วมหยุดยั้งการนำเข้าและส่งออก ยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ภายใต้ความร่วมมืออนุภาคี 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง

            แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ เปิดเผยว่า การร่วมกันสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงของแต่ละประเทศพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในปี 2562 ที่ผ่านมา มีการจับกุม 1,023 คดี ผู้ต้องหา 2,021 คน ยาบ้ากว่า 400 ล้านเม็ด ไอซ์ 19,044 กิโลกรัม เฮโรอีน 3,342 กิโลกรัม และกรดไฮโดรคลอริก 77,046 ลิตร เนื่องจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ยังคงเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดหลักของโลกที่มีแนวโน้มปริมาณการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทั้ง 6 ประเทศ ได้เห็นชอบร่วมกัน ที่จะยกระดับการสกัดกั้นและปราบปราบยาเสพติด ให้เป็น “ปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 ครั้งที่ 1/63 - ศอ.บส.ชน.” (ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ) ขึ้นเพื่อยกระดับความร่วมมือ ระหว่างไทยและเมียนมา โดยความร่วมมือของศูนย์ปฏิบัติการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ , กองกำลังผาเมือง , กองกำลังนเรศวร , กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 , กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด , ตำรวจภูธรภาค 5 , สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 , กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 , สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5, ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ , จังหวัดเชียงราย , จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดพะเยา ในการร่วมกันยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยและเมียนมา ในการร่วมกันเฝ้าระวังและสกัดกั้นสารเคมีที่เสียงต่อการนำไปผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยการเพิ่มมาตรการ การวางจุดตรวจจุดสกัดกั้นยาเสพติดตามเส้นทางให้มีประสิทธิภาพ ภายในแต่ละประเทศของตน รวมทั้งดำเนินการต่อพื้นที่และหมู่บ้านสำคัญที่คาดว่าเป็นแหล่งผลิตหรือแหล่งพักยาเสพติดในประเทศของตน โดยทั้งสองประเทศจะดำเนินการสืบสวนปราบปรามกลุ่มผู้ผลิตและค้ายาเสพติดในประเทศของตน และจะมีการยกระดับการสืบสวนปราบปรามร่วมกัน การวางแผนสืบสวนและขยายผลร่วมกัน โดยประเทศฝ่ายหนึ่งสามารถร้องขอให้มีการปฏิบัติการของอีกฝ่ายหนึ่งได้ เพื่อขอความร่วมมือการสอบปากคำและขยายผลต่อไป

            สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ ได้กำหนดเป้าหมายคู่ขนาน คือ ฝ่ายเมียนมา บริเวณพื้นที่เมืองสาด และจังหวัดท่าขี้เหล็ก จำนวน 10 พื้นที่ 21 จุด และคนไทยหนีหมายจับไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว จำนวน 53 เป้าหมาย ส่วนพื้นที่เป้าหมายฝ่ายไทยกำหนดพื้นที่เสี่ยงสำคัญที่อาจมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด และสารตั้งต้น/เคมีภัณฑ์ ผ่านเข้า – ออก พื้นที่ชายแดน จำนวน 20 ช่องทาง/ท่าข้าม , 23 พื้นที่หมู่บ้าน และ 12 เส้นทางเพ็งเล้ง ด้านจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย 



#ศอ.บส.ชน. #การสกัดกั้นและปราบปราบยาเสพติด #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : เสาวณัฐ มูลสม

ผู้เรียบเรียง : วรัญญา นันตาแก้ว

แหล่งที่มา : สวท.เชียงใหม่