กรมชลประทาน คงการระบายน้ำเพื่อระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็ม รักษาเสถียรภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักเป็นสำคัญ

14 ธ.ค. 2562 | เข้าชม : 162

กรมชลประทาน คงการระบายน้ำเพื่อระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็ม รักษาเสถียรภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักเป็นสำคัญ 


นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ปัจจุบัน 4 เขื่อนหลัก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,451 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 46 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม ประมาณ 4,755 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 26 ของความจุอ่างฯ ขณะที่มีการระบายน้ำจากเขื่อนทั้ง 4 แห่ง รวมกันวันละประมาณ 18 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำเฉพาะอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ เท่านั้น

สำหรับค่าความเค็มในแม่น้ำ 4 สายหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุม ซึ่งมีการเฝ้าระวังสถานีที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีประปาสำแล วัดได้ 0.18 กรัมต่อลิตร (เกณฑ์เฝ้าระวัง 0.25 กรัมต่อลิตร มาตรฐานเพื่อการผลิตน้ำประปาไม่เกิน 0.50 กรัมต่อลิตร) , แม่น้ำปราจีน-บางปะกง ที่สถานีปราจีนบุรี วัดได้ 0.11 กรัมต่อลิตร (เกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตรไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร) , แม่น้ำท่าจีน ที่สถานีปากคลองจินดา วัดได้ 0.27 กรัมต่อลิตร (เกณฑ์เฝ้าระวังสำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตรไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร) และแม่น้ำแม่กลอง ที่สถานีปากคลองดำเนินสะดวก วัดได้ 0.17 กรัมต่อลิตร (เกณฑ์เฝ้าระวังสำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตรไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร)

กรมชลประทาน คงอัตราการระบายน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 80 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นการรักษาระบบนิเวศและเสถียรภาพของลำน้ำ ลำคลอง รวมทั้งผลักดันความเค็มในแม่น้ำสายหลัก พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นฤนาถ แข็งขัน

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย