รมช.กลาโหม ย้ำ จนท. มุ่งเน้นงานด้านการข่าวเพิ่มประสิทธิภาพ กล้องวงจรปิด ระบุ เหตุยิงชรบ.ลำพะยา รัฐ เร่งให้ความช่วยเหลือ

14 พ.ย. 2562 | เข้าชม : 210

            รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำ จนท.ในพื้นที่ จชต. มุ่งเน้นงานด้านการข่าว เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน พร้อมเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพ กล้องวงจรปิด ระบุ เหตุยิงชรบ.ลำพะยา รัฐ เร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบฯ

 

            พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม / หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ระบุภายหลังลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ จชต. ว่า ได้ร่วมหารือแนวทางการการปฏิบัติด้านความมั่นคง ซึ่งมุ่งเน้นในเรื่องของการข่าวที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และเรื่องของกล้องวงจรปิด ที่ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการร่วมกัน เพราะกล้องวงจรปิด ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถติดตามผู้ก่อเหตุต่อเหตุการณ์ความรุนแรงได้ดีอีกทางหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พัฒนาระบบของกล้องวงจรปิดในการนำปัญญาประดิษฐ์หรือ ระบบAI เข้ามาเสริมการทำงานของกล้องวงจรปิด สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานด้านความมั่นคงได้มากยิ่งขึ้น


            ปัจจุบันในบางพื้นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ยังขาดกล้องวงจรปิดอยู่ ทางหน่วยที่ดูแลเรื่องดังกล่าวจึงได้เสนอความต้องการ เพื่อดำเนินการขอกำลังสนับสนุนกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมเพื่อติดตั้งในพื้นที่ต่อไป


            ทั้งนี้ ในการติดตาม ความคืบหน้าการติดตามจับคุมผู้ต้องสงสัยเหตุยิงถล่มจุดตรวจ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บ้านทางลุ่ม หมู่ที่ 5 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เมื่อคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ได้ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมสรุปผลการปฏิบัติงานด้านการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


            ขณะ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ระบุว่า สำหรับการสูญเสียครั้งนี้ที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิต 15 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย ซึ่งนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบฯ เป็นอย่างยิ่ง และรัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเด็ดขาด จะช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ  เบื้องต้นตามระเบียบหลักเกณฑ์การเยียวยา ศอ.บต. ได้มอบเงินรายละ 500,000 บาท ให้แก่ผู้เสียชีวิตและหากครอบครัวใดที่มีทายาท หรือบุตร รัฐก็ดูแลเรื่องของการศึกษาจนจบปริญญาตรี หรืออายุไม่เกิน 25 ปี ถึงแม้ว่าการเยียวยาในชีวิตจริง ตัวเงินจะมีความสำคัญแต่ไม่ใช่ที่สุด เพราะที่สุดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คือ สภาพจิตใจของผู้ที่สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบฯ ตลอดจนความเป็นอยู่ ที่ภาครัฐจะต้องร่วมมือกันทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนเหล่านี้สามารถยืนอยู่ได้ในสังคมแผ่นดินไทยและมีชีวิตอย่างเป็นสุขที่สุด ซึ่งขณะนี้ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการและจะไม่ทิ้งให้โดดเดี่ยวอย่างแน่นอน




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

  

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์

ผู้เรียบเรียง : กนกพร ประสงค์

แหล่งที่มา : สทท.ยะลา