สภาเกษตรกรชี้ “ยางพาราใบร่วง” ระบาดแล้วกว่า 2 แสนไร่ 6 อำเภอของภาคใต้

21 ต.ค. 2562 | เข้าชม : 343

     นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานคณะกรรมการด้านยางพารา สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่พบการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา พื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งพาหะนำเชื้อราโรคนี้มาคือลมที่พัดในสวนยางพารา   

    ดิน กิ่งพันธุ์ หรือวัสดุที่ปลูก ฝังตัวอยู่ได้นานจนเมื่ออุณหภูมิเหมาะสมด้วยสภาพความชื้นเชื้อจึงฟักตัวและเกิดการระบาดขึ้นมีผลทำให้ผลผลิตลดลง 30 - 50% ทั้งนี้ ได้มีการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือเกษตรกรในเรื่องของการเคลื่อนย้ายวัสดุปลูก ใบยาง กิ่งตายาง อย่าเคลื่อนย้ายไปสู่จังหวัดหรือพื้นที่อื่น

    ขณะนี้มีรายงานการเฝ้าระวังและตรวจเช็คอยู่ว่าในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา อาจมีการติดเชื้อของโรคใบร่วงในยางพารา จึงเฝ้าระวังในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนซึ่งมีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน

    อย่างไรก็ตาม สภาเกษตรกรฯได้ประสานงานกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อเตรียมการใช้สารเคมี โดยจะใช้โดรนขึ้นบินและพ่นสารเคมีเพื่อทดสอบว่าวิธีนี้จะสามารถยับยั้งการระบาดเชื้อราของโรคใบร่วงในยางพาราได้หรือไม่  ทั้งนี้ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ทำหนังสือถึงประธานสภาเกษตรกรจังหวัด 3 จังหวัด คือ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา เพื่อขอให้สำรวจพื้นที่มีการระบาดและพื้นที่ที่ยังไม่ระบาดเพื่อควบคุม และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรบำรุงต้นยางให้มีความสมบูรณ์เพื่อต้านทานโรคใบร่วงในยางพารา

     ส่วนความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยนั้น จะปรึกษากับทาง กยท. เพื่อดูระเบียบในการใช้กองทุนพัฒนายางพาราโดยเฉพาะ  เรื่องสวัสดิการที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุทกภัย วาตภัย หรือภัยจากโรคระบาด กองทุนนี้ จะไปเยียวยาให้เกษตรกรที่เกิดโรคระบาดนำไปดูแลยับยั้งเชื้อหรืออาจนำไปซื้อปุ๋ยเพื่อบำรุงต้นยางต่อไป

     ด้าน นายประหยัด ลอแม ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนราธิวาส เผยว่า โรคใบร่วงในยางพาราพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเริ่มมีมา 2 ปีแล้วแต่ไม่รุนแรงเหมือนกับปีนี้ การระบาดเกิดจากลมที่พัดมาจากประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซีย ด้วยสภาพอากาศร้อนชื้นและฝนตกชุกเหมือนกับพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย จากการจัดเก็บข้อมูลการระบาดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสพบที่ระบาดมากคือ อำเภอแว้ง   อำเภอสุไหงปาดี   อำเภอสุคิริน  อำเภอสุไหงโกลก อำเภอระแงะ อำเภอรือเสาะ  พื้นที่อำเภออื่นๆพบการระบาดบ้าง แต่เกษตรกรเข้าใจว่าเมื่อฝนตกชุกใบยางก็ต้องร่วงเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการผลัดใบต้นยาง

    จึงขอให้เกษตรกรสังเกตที่ใบยางว่ามีลักษณะวงกลมสีเหลืองเป็นจุดจุดเหมือนรอยไหม้ ร่วงจนเหลือแต่กิ่ง ก้าน สำหรับคำแนะนำในเบื้องต้น ให้เกษตรกรหยุดกรีดยางแล้วใส่ปุ๋ยบำรุงเพื่อให้ต้นยางมีความสมบูรณ์และต้านทานโรค  ทั้งนี้ สภาเกษตรกรจังหวัดนราธิวาสได้ประสาน กยท.อำเภอสุไหงโกลกได้ทำการทดลองใช้โดรนบรรจุน้ำยาฆ่าเชื้อราโปรยทางอากาศให้กับต้นยางพาราของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลโละจูด หากได้ผลจะนำขยายไปยังพื้นที่ระบาดอำเภออื่นต่อไป 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อรวรรณ วงศาโรจน์

ผู้เรียบเรียง : อรวรรณ วงศาโรจน์

แหล่งที่มา : สำนักข่าว