รายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2553 รายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2553 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ พี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ พบกันเช่นเคยนะครับเช้าวันอาทิตย์ สำหรับสัปดาห์นี้ก็มีหลายเรื่องครับที่อยากจะรายงานให้กับพี่น้องประชาชนทราบถึงการทำงานของรัฐบาล ทั้งในเรื่องของแผนปฏิรูป ทั้งในเรื่องของปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของพี่น้องประชาชนนะครับ ไปจนถึงเรื่องของปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยในช่วงที่ 2 ของรายการ จะเป็นการเก็บบรรยากาศในเรื่องของการสัมมนาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาที่ทำกิน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่มีความยืดเยื้อรื้อรังที่สุดปัญหาหนึ่ง และก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากในเรื่องของปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ในสังคมของเรา โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดประชุมสัมมนาที่ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ซึ่งก็เดี๋ยวจะได้มีการดูบรรยากาศจากการสัมมนาใน 2 วันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ ผมขอเริ่มต้นจากเรื่องของแผนการปฏิรูปก่อน เพราะว่ามีความคืบหน้าไปพอสมควรในทุก ๆ ด้านนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าแผนปฏิรูปในส่วนที่จะมาแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม ที่ผมได้ไปนำเอาความต้องการของพี่น้องประชาชนไปบอกกล่าวกับผู้หลักผู้ใหญ่ คือท่านอานันท์ ฯ คุณหมอประเวศฯ นะครับ และอีกหลาย ๆ ท่าน เพื่อที่จะมามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ขณะนี้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อตั้งคณะกรรมการปฏิรูป และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ผมได้ดูเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารนี้ หลักก็คือว่า จะมีการคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะ คือคณะกรรมการปฏิรูป กับคณะกรรมการสมัชชา ที่มาดำเนินการในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น โดยในทั้งสองคณะเนี่ยครับก็จะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นประธาน และท่านประธานนั้นจะเป็นผู้ไปแต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเอง เพื่อให้เกิดความเป็นอิสระ ไม่มีการแทรกแซงการครอบงำจากในส่วนของรัฐบาล เพียงแต่ว่าฝ่ายรัฐบาลนั้นจะทำหน้าที่ในการสนับสนุนในเรื่องของบุคลากร ในเรื่องของงบประมาณเท่าที่จำเป็น และจะมาเชื่อมโยงกับกลไกอื่น ๆ ของรัฐบาลที่จะทำงานคู่ขนานกันไปในเรื่องนี้ โดยตั้งเป้าเอาไว้อย่างนี้ครับว่าคณะกรรมการทั้งสองชุดนั้น จะมีอายุเพียง 3 ปี 3 ปีก็จะแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องเกินเลยอายุของรัฐบาลนี้ครับ แต่ว่าก็มีการขีดเส้นเอาไว้ว่าไม่ให้การทำงานนั้นมีความล่าช้า หรือยืดเยื้อนะครับ หมายความว่างานในเชิงโครงสร้างทั้งหมดต้องมีข้อสรุปเพื่อที่จะดำเนินการได้ในระยะเวลาที่เราเห็นว่าเหมาะสมนะครับ ก็คือ 3 ปีนั่นเอง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นความคืบหน้าที่สำคัญ อยากจะเรียนครับว่าจริง ๆ แล้วในขณะที่ตัวระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และตัวคณะกรรมการยังไม่เกิดขึ้น เราก็มีความคืบหน้าของการทำงานในด้านนี้จากหลายต่อหลายภาคส่วนด้วยกันนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคส่วนที่ผมเคยเชิญมา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของธุรกิจท้องถิ่น สื่อสารมวลชนและกลุ่มอื่น ๆ นั้น ล้วนแล้วแต่มีความคืบหน้าทั้งสิ้น อย่างในส่วนของภาคธุรกิจครับ เมื่อปลายสัปดาห์นั้นทางหอการค้าทั่วประเทศ ก็ได้มีการจัดการประชุม ซึ่งเป็นการจัดการประชุมมาที่จะมาดูแลในเรื่องของการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด แต่ก็ได้ถือโอกาสนี้มาระดมสมอง ระดมความคิดเห็นกัน ในเรื่องของการที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะผลักดันเรื่องของแผนปรองดองและแผนการปฏิรูปนะครับ และเป็นที่น่าดีใจครับว่าได้กำหนดแนวทางไว้อย่างน้อย ๆ 4 แนวทางที่จะเป็นแนวทางสำคัญที่ภาคธุรกิจอยากจะเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนแรกก็คือว่าทางภาคธุรกิจเองก็จะมาสนับสนุนส่งเสริมใช้เครือข่ายของตัวเองไปดูครับว่าจะแก้ปัญหาความแตกแยกทางความคิดได้อย่างไร นั่นก็หมายถึงว่าในส่วนของสมาชิกของหอการค้าทั่วประเทศเอง ก็จะไปมีบทบาทในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อลดช่องว่างในทางความคิดหรือความแตกแยกต่างๆ ประการที่ 2 ในแง่ของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคม ก็จะมีการดำเนินการในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะประสานกับหลายสิ่งหลายอย่างนะครับ ซึ่งทางรัฐบาลหรือว่าหน่วยงานอื่น ๆ กำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจนะครับ ก็จะมีการตั้งโจทย์กันมา ดูว่าเราจะปรับโครงสร้างในส่วนของเศรษฐกิจเราอย่างไรที่จะเอื้อให้การพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ส่วนที่ 3 นะครับ ทางหอกการค้าเองก็จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนแผนเฉพาะหน้าในเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย โดยเน้นในเรื่องของการใช้ของไทย และการท่องเที่ยวในประเทศไทย อันนี้ก็จะมีส่วนสำคัญในการประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้เป็นไปด้วยดีนะครับ และส่วนสุดท้ายครับซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ คือทางภาคธุรกิจเสนอตัวเข้ามาว่าจะมาช่วยชำระสะสางปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยมีการยอมรับกันนะครับ ผมก็ไปพูดคุยกับเขา ยอมรับกันตรงไปตรงมาว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นคงจะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ละครับ มีทั้งส่วนของการเมือง มีทั้งส่วนของราชการ และก็มีส่วนของนักธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นการขับเคลื่อนในเรื่องของการที่จะมาชำระสะสางปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นก็จะเป็นอีกส่วนสำคัญของแผนการปฏิรูปที่ทางภาคธุรกิจเอกชนเขาก็ได้เดินหน้า และอาสาตัวที่จะเข้ามาทำในเรื่องนี้ ส่วนในแผนปรองดองทางด้านอื่น ๆ นะครับในส่วนของสื่อสารมวลชน การปฏิรูปสื่อนั้น หลังจากที่อาจจะมีความกังวลกันว่าการปฏิรูปสื่อ รัฐบาลจะเข้าไปชี้นำ สั่งการ แทรกแซง อะไร ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เริ่มออกไปพบปะกับองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งก็มีการทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจนว่าเป้าหมายที่แท้จริงก็คือต้องการให้สื่อเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการที่จะนำให้สื่อสารมวลชนของเราเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ระหว่างคนไทยด้วยกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็มีความคืบหน้าไปพอสมควร มีการจัดเวทีต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป ในส่วนของรัฐบาลเองนะครับ การที่จะส่งเสริมสนับสนุนช่องทางการรับฟังความคิดเห็นอย่างที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมก็ไปคุยอยู่กับทางตัวแทนของอาสาสมัครที่จะเข้ามาทำงานในสำนักงาน ในสัปดาห์หน้าก็จะมีการเปิดในเรื่องของการทำเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งจะมีการเปิดคู่สายจำนวนมาก ใช้คำว่า รับบริจาคความคิด ในการที่จะมาร่วมกันในเรื่องของการทำงานทางด้านการปฏิรูป ซึ่งทั้งหมดนี้จะเห็นได้ชัดว่า แผนทุกด้านกำลังมีการขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้า ซึ่งผมมั่นใจครับว่าการที่เราเดินหน้าไปอย่างนี้ก็จะช่วยลดเงื่อนไขต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาความขัดแย้ง สำหรับในส่วนของการตรวจสอบเหตุการณ์นะครับ ท่านประธานคือ อาจารย์คณิต ณ นคร นั้น ขอขยายเวลาในการที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการอีก 15 วัน ในรายงานที่ท่านทำมาถึงคณะรัฐมนตรี ท่านก็เขียนชัดเจนนะครับว่าท่านตระหนักดีถึงสิ่งที่หลายฝ่ายเรียกร้องในเรื่องของความจำเป็นเร่งด่วนในการทำงานนี้ แต่ว่าท่านเห็นว่าการที่จะทำให้งานนี้ประสบความสำเร็จนั้น อยู่ที่ความยอมรับและความเชื่อถือ เพราะฉะนั้นท่านต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งนะครับ เหมือนกับที่ท่านได้ทำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือไปเดินสายพบปะกับหลายต่อหลายฝ่ายในสังคม เพื่อที่จะยืนยันให้เห็นว่าท่านนั้นมีความพร้อมในการที่จะเปิดกว้างให้เกิดการมีส่วนร่วม เกิดการรับฟังเพื่อนำไปสู่ความเป็นกลางและความเป็นอิสระอย่างแท้จริงนะครับ ส่วนความเห็นข้อสงสัยต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนขององค์กรระหว่างประเทศ หรือบรรดาองค์กรเอกชนต่าง ๆ ถ้าส่งเข้ามา เราก็จะมีการถ่ายทอดไปให้ท่านได้รับทราบ เพื่อให้เป็นการบ้านสำหรับคณะกรรมการชุดนี้ในการที่จะแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการปฏิรูปและการปรองดองต่อไป อันนี้ก็เป็นความคืบหน้าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับในแผนการขับเคลื่อนของรัฐบาลในเรื่องนี้ สำหรับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนโยบายสำคัญของรัฐบาลทางด้านเศรษฐกิจนะครับ นอกเหนือจากเรื่องที่ทำกิน ซึ่งจะได้ชมกันในช่วงที่ 2 ของรายการแล้ว เรื่องที่เป็นปัญหาในเรื่องของภัยแล้งกับเรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ก็มีความชัดเจน มีความคืบหน้าไปอีก เรื่องของปัญหาภัยแล้งนั้น อย่างที่เคยได้บอกกล่าวก่อนหน้านี้นะครับว่า เราก็มีความห่วงใยว่าจากสภาพปัญหาในเรื่องของน้ำที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้การทำนาของพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่จะต้องมีการเลื่อนออกไป จากเดิมซึ่งอาจจะเริ่มต้นทำกันแล้ว ก็มีหลายพื้นที่ครับก็คงจะต้องไปเริ่มต้นกันประมาณกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งก็หมายความว่าในช่วงระยะเวลาอาจจะประมาณเดือนครึ่งนะครับ พี่น้องประชาชนที่จำเป็นจะต้องเลื่อนการทำนาออกไป ก็ถือว่าประสบกับปัญหาการขาดแคลนในเรื่องของรายได้ คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติว่า จะมีแนวทางการช่วยเหลือก็คือว่า บรรดาเกษตรกรซึ่งไปกู้เงินจาก ธ.ก.ส. เพื่อมาประกอบอาชีพ แต่ปรากฏว่าในช่วง 1 เดือนครึ่งนี้ ประสบกับความล่าช้าออกไป คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติให้การช่วยเหลือโดยให้ทาง ธ.ก.ส. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปสำรวจว่าพี่น้องประชาชนครัวเรือนใดบ้างที่จำเป็นต้องเลื่อนการทำนาออกไป และมีภาระหนี้สินอยู่กับ ธ.ก.ส. นั้น ทาง ธ.ก.ส. ก็จะเลื่อนระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป 1 เดือน และก็งดการเก็บดอกเบี้ยไป 1 เดือนครึ่ง โดยคิดจากมูลหนี้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อคร้วเรือน โดยทางรัฐบาลนั้นก็จะไปชดเชยในเรื่องของภาระดอกเบี้ยให้กับทาง ธ.ก.ส. อันนี้ก็จะเป็นมาตรการที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับครอบครัวของพี่น้องเกษตรกร ที่ประสบกับปัญหาภัยแล้ง และต้องเลื่อนระยะเวลาการทำนาออกไป ก็เป็นข้อยุติหลังจากที่เราก็พยายามที่จะค้นหามาตรการที่คิดว่าจะตรงที่สุดกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกลุ่มนี้ สำหรับปัญหาหนี้สินโดยทั่วไปนะครับ ความคืบหน้าของการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ก็ได้มีการสรุปมายังคณะรัฐมนตรีโดยในเบื้องต้นพบว่ามีพี่น้องประชาชนที่มาขึ้นทะเบียนมากกว่า 1 ล้านราย ซึ่งความจริงนั้นก็เกินจากที่เราได้ตั้งเป้าเอาไว้ ใน 1 ล้านกว่ารายเนี่ยครับ ต่อมาก็จะมีส่วนหนึ่งซึ่งสมัครใจที่จะไม่เข้าร่วมโครงการ แต่ว่าที่เข้าร่วมโครงการนั้นก็จะเป็นส่วนใหญ่ และก็มีการเดินหน้าในการจัดให้พบปะระหว่างทางเจ้าหนี้ ลูกหนี้ มีกระทรวงมหาดไทย หรือว่ามี กทม.เป็นผู้ประสานงาน และก็เชื่อมเข้ามากับทางธนาคารต่าง ๆ ที่เป็นธนาคารของรัฐ ก็ปรากฏครับว่าในขณะนี้ที่ดำเนินการแก้ไขไปได้แล้ว ประมาณ 2 แสนราย หมายถึงว่ามีการตกลงกันได้ว่าจะปรับโครงสร้างหนี้กันอย่างไร เข้าไปขออนุมัติสินเชื่อจากธนาคารและได้รับอนุมัติไปแล้ว ซึ่งตัวเลขนี้จะสามารถเพิ่มขึ้นไปได้ถึงประมาณ 3-4 แสนรายในเดือนข้างหน้า ก็ปรากฏว่าจะมีพี่น้องประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบที่สมัครใจเข้ามาร่วมโครงการ แล้วก็ยังไม่สามารถได้รับการแก้ไขปัญหาได้เนี่ยอีก 2 กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มแรกก็คือมีปัญหาในเรื่องของการหาบุคคลมาค้ำประกัน ตรงนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่ซึ่งยังมีเสียงบ่นเข้ามามาก ทางคณะรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาครับว่าในกรณีเช่นนี้จะมีทางในการที่จะหาองค์กรหรือสถาบันใด ๆ ในส่วนของภาครัฐเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อให้เป็นหลักประกันหรือความมั่นใจสำหรับธนาคารที่ปล่อยกู้ เพราะฉะนั้นทางกระทรวงการคลังก็คงจะใช้เวลานะครับ ขอไว้อีกประมาณ 1 เดือนนะครับเพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหาสำหรับพี่น้องในส่วนที่มีปัญหาในการหาบุคคลหรือหลักทรัพย์มาค้ำประกันในการที่จะปรับเปลี่ยนหนี้เข้าสู่ระบบ ส่วนกลุ่มที่สองก็คือกลุ่มที่ยังไม่มีรายได้ครับ ซึ่งก็ทำให้ธนาคารนั้นไม่อนุมัติสินเชื่อ อันนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ ก็ได้มีการมอบหมายให้ทางกระทรวงการคลังประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะไปดูในเรื่องของการฝึกอาชีพนะครับ ซึ่งถ้าหากว่าตรงนี้สามารถฝึกอาชีพและก็มีรายได้แล้วเนี่ย ก็จะสามารถนำมาสู่การแก้ไขปัญหาในการที่จะโอนหนี้เข้าสู่ระบบได้ต่อไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นความคืบหน้าที่มีความสำคัญนะครับ เพราะฉะนั้นการดำเนินการทั้งหมดนี้ ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาสำหรับหนี้สินนอกระบบครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ที่มีการแก้ไขปัญหากันมา แล้วก็ถ้าหากว่าใน 2 มาตรการเสริมที่ทำตรงนี้ได้สำเร็จก็จะยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหานี้ค่อนข้างที่จะครอบคลุมเกินเป้าที่รัฐบาลกำหนดไว้ในระยะเวลาที่เราเริ่มต้นโครงการนี้ นอกจากนั้นครับก็มีหนี้สินของพี่น้องอีกส่วนหนึ่งก็คือ พี่น้องเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟู ซึ่งเป็นหนี้เสีย ขณะนี้ก็มีแนวทางมาตรการที่ชัดเจนตกลงกับ 4 ธนาคารแล้วในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ โดยการที่จะมีการพักชำระหนี้เงินต้นทั้งหมดและดอกเบี้ยครึ่งหนึ่งนะครับ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นจะมีการดำเนินการชำระกันไปภายในระยะเวลา 15 ปี โดยดอกเบี้ยที่คิดจะเป็น MRR ลบ 3 อันนี้ก็เป็นการแก้ไขปัญหาสำหรับพี่น้องเกษตรกรที่เป็นหนี้เสีย และเป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูนะครับ ซึ่งจะมีพี่น้องเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่จำนวนมากพอสมควร เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยแล้ง ไม่ว่าจะเป็นหนี้นอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหนี้สินของเกษตรกร ตรงนี้กำลังเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนหลายล้านคน และเราก็เชื่อว่าจะเป็นการบรรเทาภาระทั้งที่เกิดขึ้นจากปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งที่เกิดขึ้นจากปัญหาที่เรื้อรังมาพอสมควร อันนี้ก็เป็นความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็ยังได้อนุมัติหลักการของกฎหมายที่จะมาดูแลในเรื่องของธุรกิจบัตรเครดิต ซึ่งเดิมนั้นไม่มีกฎหมายเฉพาะในเรื่องนี้ อันนี้ก็เพื่อที่จะให้เกิดความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่ใช้บัตรเครดิต เนื่องจากปัจจุบันนั้น กลไกการกำกับดูแลไม่ได้มีกลไกหรือกฎหมายเฉพาะในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ก็ต้องไปผ่านตามขั้นตอนต่าง ๆ และจะนำไปสู่การนำเสนอต่อสภาฯ ต่อไป อย่างไรก็ตามครับยังมีอีกหลายปัญหาที่พี่น้องประชาชนก็ยังร้องเรียนเข้ามาอยู่สม่ำเสมอ และก็มีการเดินหน้าทำงานหรือพยายามจะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น ปัญหายาเสพติดนะครับ ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันครับ เราก็ได้ใช้โอกาสของวันต่อต้านยาเสพติดนะครับ มีการมอบรางวัลให้กับบุคคลและก็องค์กรที่ได้ทำงานทางด้านการป้องกันปราบปรามหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ก็ขอเรียนนะครับว่ารัฐบาลยังมีความแน่วแน่ในการขับเคลื่อนนโยบายในเรื่องนี้ต่อ โดยกำลังเข้าสู่ยุทธศาสตร์ระยะที่ 2 ของแผน 5 รั้วป้องกัน โดยจะต้องเน้นมากขึ้นก็คือการกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการที่จะลดปัญหาการลักลอบ การค้าขาย หรือเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งมีการกำหนดพื้นที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อม ๆ กันไปนั้นก็คือการระดมการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนมากขึ้น ทั้งในการป้องกัน ปราบปราม และนำเอาบุคคลเข้าสู่การบำบัดด้วยความสมัครใจ ซึ่งอันนี้ก็เป็นงานสำคัญที่รัฐบาล ซึ่งอันนี้ก็เป็นงานสำคัญที่รัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยนะครับและก็ติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะทราบดีว่าในหลายๆ ชุมชนนั้น ความวิตกกังวลของพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้ยังมีอยู่มาก เรามีตัวเลขที่มีการสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มองเห็นว่าปัญหานี้ดูเหมือนกับว่าเมื่อปลายปีที่แล้ว พี่น้องประชาชนมองว่ามีการแก้ไขปัญหา และเริ่มจะดีขึ้นมา แต่พอมาต้นปีนี้ความวิตกกังวลหรือการแพร่ระบาดนั้น เริ่มจะมีแนวโน้มกลับมาอีก และมีแนวโน้มบางเรื่องซึ่งน่าเป็นห่วง เช่น การที่ผู้ค้าหรือผู้เกี่ยวข้องพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงในการตอบโต้ทางเจ้าหน้าที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งรัฐบาลก็จะได้เร่งแก้ไขปัญหาต่อไป มีเรื่องของค่าครองชีพ ซึ่งพี่น้องประชาชนก็บ่นกันมาก ความจริงแล้วมาตรการที่จะช่วยบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ในสัปดาห์หน้ารัฐบาลจะได้มีการพิจารณาในเรื่องของการต่ออายุ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ และเรื่องของเอ็นจีวีและแอลพีจีหรือก๊าซหุงต้ม ซึ่งในวันจันทร์ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ วันอังคารก็จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี ก็สอบถามจากหน่วยงานแล้วจะได้นำเสนอในการที่จะต่ออายุมาตรการเพื่อบรรเทาค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนต่อไป ที่บ่นกันมากเป็นพิเศษตอนนี้ก็คือราคาไข่ ซึ่งขึ้นมาสูงมากนะครับ เรื่องนี้ผมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้เรียกเอาข้อเท็จจริงมาดู ปัญหานี้ก็มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนหนึ่งก็เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาจากปัญหาไข้หวัดนก ซึ่งทำให้ขณะนั้นเรียกว่าอุตสาหกรรมประสบกับปัญหามาก อุตสาหกรรมไก่และไก่ไข่ประสบกับปัญหามาก ก็มีการพยายามที่จะฟื้นฟูขึ้นมา และปรากฏว่าเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ราคาไข่ก็ตกต่ำลงมาก ก็กระทบกระเทือนกับพี่น้องเกษตรกร จึงมีความพยายามในการที่จะจัดวางระบบใหม่เพื่อที่จะทำให้ไม่เกิดปัญหาไปกระทบกระเทือนกับพี่น้องเกษตรกร แต่จากวันนั้นมาถึงวันนี้เมื่อสภาวะเปลี่ยนแปลงไปด้วย เพราะว่ามีปัญหาภัยแล้ง และปัญหาอื่น ๆ รวมกับการที่ระบบยังไม่ลงตัว ก็เลยทำให้มีผลให้ราคาไข่ขณะนี้สูงขึ้น ในสัปดาห์หน้าผมจะเดินหน้าในการที่จะให้มีการปรับระบบอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของการค้าขายในส่วนนี้ และจะหาความสมดุลให้ได้ ก็คือว่าพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ไข่ ก็จะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม และขณะเดียวกันไม่เดือดร้อนผู้บริโภคจนเกินไป เรื่องนี้จะต้องไปดู เพราะมีโครงสร้างตามระเบียบสำนักรัฐมนตรี ผมได้ดูข้อกฎหมาย ได้ดูข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้ว และจะพยายามเร่งคลี่คลายปัญหาให้ได้ในสัปดาห์หน้า อีกปัญหาหนึ่งที่พี่น้องประชาชนบ่นมาด้วย อันนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของค่าครองชีพครับ แต่ปัญหาเรื่องของบัตรประชาชนตามที่มีข่าวออกไป เรื่องนี้ก็ได้พบความเป็นจริงครับว่า การผลิตบัตรประชาชนที่จะมาส่งให้เพื่อที่จะให้กับพี่น้องประชาชนในขณะนี้ไปเจอปัญหาว่า บัตรที่ผลิตออกมานั้นไม่ตรงตามกฎกระทรวง เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมก็ได้สั่งการให้มีการแก้ไขแล้ว ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเช่นเดียวกัน ผมก็จะเร่งนะครับ ทางกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อที่จะเร่งรัดคลี่คลายปัญหานี้ คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน เพื่อที่จะให้มีบัตรให้กับพี่น้องประชาชนใช้ในการที่จะไปทำบัตรหรือไปต่ออายุบัตร ก่อนที่จะไปพบกับปัญหาเรื่องของที่ทำกินในช่วงที่ 2 ของรายการ ก็จะทิ้งท้ายด้วยข่าวดีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา 1 ข่าว ที่ทางบริษัทฟอร์ดได้ตัดสินใจเข้ามาขยายการลงทุนในประเทศไทยในการผลิตรถยนต์มีมูลค่าการลงทุนถึง 15,000 ล้านบาท ซึ่งความจริงการลงทุนอันนี้ผมได้ไปชักชวนตั้งแต่ครั้งที่เดินทางไปสหรัฐฯ เมื่อประมาณเดือนกันยายนปีที่แล้ว เดิมทีก็คาดว่าเขาจะเข้ามาลงทุนได้ตั้งแต่ช่วงปลายปี หรือประกาศการลงทุนได้ แต่ปรากฏว่าไปติดขัดปัญหาในเรื่องของมาบตาพุด ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งคลี่คลาย และสัปดาห์หน้าคณะกรรมการ 4 ฝ่ายก็จะทำงานเสร็จสิ้นเรียบร้อย วันจันทร์ผมก็จะไปร่วมประชุมครั้งสุดท้าย และต่อมาก็มีประเด็นปัญหาความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้น บัดนี้เขาก็ได้ตัดสินใจแล้วและได้มีการประกาศการลงทุนแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนรายใหญ่จากต่างประเทศมีต่อประเทศไทย เชื่อในศักยภาพพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย และพี่น้องประชาชนคนไทย ก็ถือเป็นข่าวดีครับ เพราะว่าการขยายการลงทุนในเรื่องนี้นอกจากจะเป็นการสร้างงานแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ในภูมิภาคนี้ของประเทศไทยด้วย ซึ่งก็มีแนวโน้มที่ดี และเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งซึ่งยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทางรัฐบาลยังเดินหน้าสนับสนุนต่อไป ทั้งหมดนี้ก็เป็นช่วงที่ผมอยากจะรายงานในเรื่องของการทำงานในสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ พักกันสักครู่นะครับ เดี๋ยวไปพบกับเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ทำกินครับ ช่วงที่ 2 ผู้ดำเนินรายการ วันนี้ผมประพจน์ ภู่ทองคำ รับทำหน้าที่ดำเนินรายการในช่วงพิธีเปิดงานเสวนาประชาชน เรื่อง การจัดการที่ดินทำกิน : ปัญหาและทางออก เรื่องของการแก้ปัญหาที่ดินทำกินที่สร้างความทุกข์ให้กับชาวบ้านนั้นมีมานานหลายสิบปีแล้ว แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันก็มีความพยายามในการแก้ปัญหาเรื่องของที่ดินทำกินมาโดยตลอด วันนี้จึงเป็นอีกเวทีหนึ่งที่เป็นเวทีที่สำคัญที่จะนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกข์ของชาวบ้านจะได้รับการแก้ไข ทุกข์ของชาวบ้านจะได้รับความสนใจ ในลำดับแรกครับ ขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขึ้นกล่าวรายงาน ขอเรียนเชิญครับ รัฐมนตรีประสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย) ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินเป็นปัญหาพื้นฐานที่สุดที่ยังคงเป็นปัญหามายาวนาน มีความหลากหลาย และมีความสลับซับซ้อน ทั้งยังเป็นเรื่องที่ทำให้มีความขัดแย้งและเป็นข้อพิพาทกัน ไม่ว่าระหว่างรัฐกับประชาชน รัฐกับรัฐ รวมถึงเอกชนกับเอกชน ในเวลาที่คนไร้ที่ทำกินยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่คนอีกจำนวนหนึ่ง จะมีที่ดินมากมายจนเหลือเฟือ เกิดเป็นปัญหาเรื่องของการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ตลอดระยะเวลา 1 ปีเศษมีข้อสรุปว่า ประเด็นที่มีการร้องเรียนของชาวบ้านมากกว่าร้อยละ 80 ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องของที่ดินทำกิน เรื่องไร้ที่ดินทำกิน รวมถึงการขอให้รัฐจัดที่ดินทำกินให้ การจัดงานครั้งนี้ น่าจะทำให้ทุกฝ่ายได้รับทราบถึงแนวทางนโยบายและร่วมกันหาทางออกเพื่อสร้างความเป็นธรรมในเรื่องการจัดการที่ดินในโอกาสต่อไป นายกรัฐมนตรี ปัญหาในเรื่องของการถือครองที่ดินในประเทศไทย ต้องถือว่าเป็นรูปธรรมที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำค่อนข้างชัด เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ครับว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย และเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงค้างคากันมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร เมื่อตอนที่ผมได้มีการพบปะกับพี่น้องประชาชนซึ่งได้รับความเดือนร้อนและก็มาเรียกร้องเคลื่อนไหวอยู่ สิ่งหนึ่งซึ่งเราได้พยายามคิดก็คือเราต้องจะหาทาง ซึ่งเป็นวิธีการในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชนในรูปแบบใหม่ ที่จะสร้างความวางใจ ความยอมรับ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาในทุกพื้นที่ และมีกรอบแนวคิดกติกาที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในอนาคตอย่างยั่งยืนด้วย ความสำคัญของการแก้ไขปัญหาโดยใช้แนวทางของโฉนดชุมชนนั้น ผมคิดว่ามีความสำคัญมากไปกว่าการเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาที่จุดใดจุดหนึ่ง ส่วนแรกคือหลักการของการยอมรับการมีส่วนร่วมของประชาชน และใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของประชาชน ความหมายก็คือว่า การที่จะไปผลักดันออกโฉนดชุมชนในที่ใดก็ตาม จะไม่สามารถดำเนินการได้เลย ถ้าหากว่าการรวมตัวของชุมชนไม่มีความเข้มแข็งเป็นระบบ ประการที่สองที่เป็นสิ่งสำคัญจากนโยบายโฉนดชุมชน ก็คือหลักคิดที่เราสามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่ทำกิน โดยไม่กลับเข้าไปสู่วงจรเดิม ๆ ของการที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งอาจจะเป็นคนยากคนจน คนด้อยโอกาส เกษตรกร แล้วพบภายหลังว่า เอกสารสิทธิ์เหล่านั้นสุดท้ายก็เปลี่ยนมือไปอีก แต่การจัดระบบกรรมสิทธิ์โดยอิงกับชุมชน จะเป็นวิธีการที่ทำให้เราสามารถดูแลว่า เมื่อมีการจัดสรรที่ดินไปแล้ว การใช้จะอยู่ในวัตถุประสงค์ซึ่งตรงกับการแก้ไขปัญหาในตอนต้น นั่นก็คือการดูแลให้พี่น้องประชาชนนั้นใช้ประโยชน์ในเรื่องของการเป็นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย หรือการประกอบอาชีพเกษตรกรรม แล้วก็ตัวเครือข่ายชุมชนซึ่งเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ตัวบุคคล ก็จะช่วยดูแลไม่ให้สิ่งเหล่านี้หลุดมือเปลี่ยนมือ แล้วก็นำไปสู่วงจรของปัญหาเดิม ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องของโฉนดชุมชนนั้น นอกจากจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้นำเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว ผมคิดว่าเป็นการสะท้อนหลักคิดที่มีความสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้และปัญหาอื่น ๆ อย่างยั่งยืนด้วย เครื่องมือที่สองที่รัฐบาลชุดนี้เดินหน้าผลักดันอย่างจริงจังเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหา ก็คือการพยายามที่จะปรับปรุงระบบภาษีให้มาเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความเป็นธรรมด้วย แล้วก็นำไปสู่การสร้างแรงจูงใจให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินให้เกิดความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือการที่เราผลักดันภาษีทรัพย์สิน และที่ดิน สิ่งปลูกสร้างมาทดแทนระบบภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนในปัจจุบัน หลักการของมันก็จะทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ต้องยอมรับว่าในอดีตรัฐบาลหลายชุดเมื่อหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาในที่สุดแล้วก็ไม่ตัดสินใจในการเดินหน้าในเรื่องนี้ เพราะอาจจะไปกระทบกระเทือนกับบุคคลซึ่งมีกำลังทางเศรษฐกิจ มีการถือครองทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินเป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีมติชัดเจนแล้วนะครับ และขณะนี้กฎหมายก็อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วเราก็จะพยายามเร่งรัดเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไป หนึ่งในบทบัญญัติที่เราตั้งใจจะใส่ไว้ในกฎหมายภาษีในเรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องที่สามนะครับ ที่เราถือว่าจะเป็นเรื่องที่มีการผลักดันอย่างจริงจังในรัฐบาลชุดนี้ก็คือธนาคารที่ดิน คือนอกจากการเอารายได้ส่วนหนึ่ง หรือส่วนใหญ่ให้กับท้องถิ่นแล้ว จะมีการกันรายได้ที่เก็บจากภาษีที่ดินมาเป็นกองทุนในเรื่องของธนาคารที่ดิน เรื่องของธนาคารที่ดินก็จะเป็นกลไกสำคัญอีกกลไกหนึ่งต่อไปในอนาคต ที่จะได้มีการดำเนินการ เพื่อให้เกิดการสำรวจความต้องการในเรื่องของที่ทำกินกับความเป็นไปได้ในการนำพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีความเหมาะสม สามารถมารวบรวมโดยภาครัฐและสามารถที่จะจัดสรรได้ ประเด็นเหล่านี้ครับคงเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นที่รัฐบาลได้มีการดำเนินการมา และมีความตั้งใจในการที่จะดำเนินการต่อไป แต่ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายซึ่งมากันอย่างหลากหลายในวันนี้ ก็คงจะมีมุมมอง ประสบการณ์ แง่คิดที่จะเป็นประโยชน์ในการที่ให้ข้อเสนอแนะ ปรับปรุงมาตรการหรือเพิ่มพูนมาตรการต่าง ๆ ซึ่งผมและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พร้อมที่จะรับฟัง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านทั้งหลายจะใช้เวทีเสวนาอย่างคุ้มค่า นำไปสู่แนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหา และก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้มีส่วนสำคัญร่วมกับที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในการจัดเวทีเสวนาในวันนี้ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการที่มาร่วมรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน และก็ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนจากทุกเครือข่ายที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมกันระดมความคิดเห็น เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดินของประเทศไทยให้ส่งผลดีต่อการให้โอกาสพี่น้องประชาชนและลูกหลานของเราต่อไป บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดการจัดงานเวทีเสวนาประชาชน เรื่อง "การจัดการที่ดินเพื่อการทำกิน : ปัญหาและทางออก" และขออวยพรให้การจัดงานประสบผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ทุกประการ และขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ โดยทั่วกัน ขอขอบคุณครับ ผศ.อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิชุมชนมาพอสมควรนะครับ และพบว่ากฎหมายของเรารับรองสิทธิในที่ดินอยู่สองกลุ่มเท่านั้นเองก็คือ ที่ดินเอกชนกับที่ดินของรัฐ ไม่มีกฎหมายฉบับใดที่รองรับสิทธิชุมชน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายถาวร เสนเนียม) นับจากนี้ไปผมจะนำเสนอถึงรูปแบบโครงสร้างขององค์กร บทบาทขององค์กร อำนาจหน้าที่องค์กรที่จะสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนที่จะได้เห็นนโยบายที่ว่าด้วยธนาคารที่ดินของรัฐบาลชุดนี้อย่างไร ถูกใจหรือไม่ถูกใจวิจารณ์กันได้ตั้งแต่วันนี้ วันพรุ่งนี้ จนกระทั่งเรามาร่วมกันยกร่างพระราชกฤษฎีกา เพื่อที่จะขับเคลื่อนนโยบายนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายกรณ์ จาติกวณิช) โอกาสการเข้าถึงที่ดินทำมาหากิน คนไทยโดยรวมประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ คือ 90 คนจาก 100 มีที่ไม่เกินโดยเฉลี่ยนะครับ คนละ 1 ไร่ ในขณะที่ส่วนอีก 10 คนหรือ 10 เปอร์เซ็นต์ 10 จาก 100 ที่เหลือ มีที่โดยเฉลี่ยคนละกว่า 100 ไร่ ก็คือคนส่วนใหญ่มีที่นิดเดียวพูดง่าย ๆ พระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นคำตอบที่แท้จริงให้กับสังคมไทย ไพโรจน์ พลเพชร: ในอดีตเราให้รัฐมีอำนาจเด็ดขาดจัดการ ตอนนี้ไม่ใช่รัฐจัดการ มันต้องเพิ่มพื้นที่ให้กับประชาชนที่เค้าเติบโตขึ้นมา นี่คือประชาธิปไตยของแท้ อันนี้คือประชาธิปไตยของจริง จับต้องได้ กินได้ คือประชาธิปไตยให้อำนาจประชาชนจัดการทรัพยากร คือของแท้ และของจริง นายสุวโรช พะลัง : ผมเชื่อว่าแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางอันหนึ่ง ที่จะเดินคู่ไปกับโฉนดชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล และผมเชื่อว่าหลักประกันในสินทรัพย์สิทธิบนดินตรงนี้จะเป็นส่วนหนึ่ง ที่สามารถมาแปลงสินทรัพย์ตรงนั้นให้มาเป็นทุนในวันข้างหน้าได้เช่นเดียวกัน ผู้ดำเนินรายการ : และในช่วงนี้นะครับผมมีโอกาสที่จะได้พูดคุยกับท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สวัสดีครับท่านรัฐมนตรีครับ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : ครับสวัสดีครับ ผู้ดำเนินรายการ : เวลาพูดถึงการที่รัฐบาลเข้ามาบริหาร ในฐานะที่ต้องดูแลคนทั้งประเทศ ถามจริง ๆ ครับท่านรัฐมนตรี เรื่องที่สำคัญที่รัฐบาลชุดปัจจุบันที่ได้ดำเนินการและถูกอกถูกใจชาวบ้าน เรื่องอะไรครับ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : ผมคิดว่าเรื่องของการดูแลเรื่องสวัสดิการสังคมนะครับ หรือว่าสังคมสวัสดิการ และการแก้ไขปัญหาพื้นฐานให้กับชาวบ้าน ผู้ดำเนินรายการ : สวัสดิการสังคมมีความก้าวหน้าอย่างไรบ้างครับ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : ผมว่ามีความก้าวหน้าไปเยอะนะครับ มีการดูแลคนเรียกว่าตั้งแต่เกิดไปจนกระทั่งถึงตายว่าอย่างนั้นเถอะ และก็ผมว่าความก้าวหน้าก็คือว่า เราได้หยิบยกเอาเรื่องซึ่งหลาย ๆ รัฐบาลอาจจะยังไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ มาทำให้เป็นสิทธิ์ของเขา เช่น เรื่องของเรียนฟรี 15 ปี เบี้ยรักษาฟรี เรื่องของการการดูแลผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพ แม้แต่กระทั่งตอนหลังก็คือเรื่องของเงินออมที่ลงมาสู่ชุมชน ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ผู้ดำเนินรายการ : ซึ่งตรงนี้เปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่ภาคประชาชนจะต้องคอยพึ่งพาจากรัฐ รัฐก็สนับสนุนโดยตรง ตอนนี้มีสวัสดิการภาคประชาชนที่เป็นสามขาร่วมกัน ที่ภาคประชาชนสมทบ 1 บาท ท้องถิ่น 1 บาท และรัฐบาลก็เติมมาให้อีก 1 บาท อันนี้ถือว่าเป็นความก้าวหน้ามาก รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : ใช่ครับ เพราะผมคิดว่ารัฐบาลนี้ก็เปลี่ยนวิธีคิดจากการที่รัฐบาลเป็นฝ่ายให้อย่างเดียว ก็สร้างการมีส่วนร่วมแก่ภาคประชาชน ซึ่งก็จะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นด้วย และรัฐมีหน้าที่สนับสนุน เหมือนกับที่บอกว่าให้ภาคประชาชนเป็นผู้ดำเนินการ แล้วรัฐเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริม ผู้ดำเนินรายการ : แล้วอย่างวันนี้ละครับ วันที่วันนี้รัฐบาลได้เปิดเวทีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการแก้ไขปัญหาการจัดการที่ดินทำกินกับชาวบ้าน รู้สึกว่าหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่ท่านนายกฯ ได้พูดเมื่อสักครู่ ก็คือเรื่องของโฉนดชุมชน ตอนนี้การดำเนินการเรื่องโฉนดชุมชนไปถึงขั้นไหนแล้วครับ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : โฉนดชุมชนตอนนี้ผมคิดว่าเป็นความจริงแล้วนะครับ หลังจากที่หลายรัฐบาลพูดกัน ความจริงภาคประชาชนเขาก้าวหน้ามาก โฉนดชุมชนตอนนี้ถึงขั้นที่ออกระเบียบสำนักนายกฯ แล้ว ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็อยู่ในขั้นตั้งคณะกรรมการ และตอนนี้มีที่ดินที่พร้อมที่จะมาเป็นพื้นที่นำร่อง เสนอมาแล้ว 81 ชุมชน แต่ว่าตามระเบียบนี้เรายังทำไม่ได้ก่อน 30 นะครับ จากวันนี้ไปสัก 2 เดือนน่าจะออกได้ก่อน ใน 2 - 3 ที่ซึ่งเตรียมไว้แล้ว เช่น ที่คลองโยง ที่นครปฐม ที่พิชัยภูเบนทร์ ที่อุตรดิตถ์ แล้วก็มีอีกหลายพื้นที่ที่เราไปดูไว้แล้ว ผู้ดำเนินรายการ : ทำไม่รัฐบาลไม่เลือกที่จะทำเต็มพื้นที่ทั้งประเทศพร้อมกัน แต่เลือกที่จะทำบางพื้นที่ที่มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมก่อน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : คือเรื่องโฉนดชุมชนนี้หลายที่ที่เสนอเข้ามานะครับ มันก็เป็นพื้นที่ที่จริง ๆ แล้วมีความพร้อมที่จะทำได้ แต่ในการไปทำนี้ วิธีการทำ กรรมการจะต้องไปดูเรื่องของความพร้อมของที่นั่น คือหลักโฉนดชุมชนไม่ได้อยู่ที่การให้กรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่หลักใหญ่ใจความซึ่งเป็นหัวใจคือของความเข้มแข็งของชุมชน ในการที่มีความเข้มแข็ง กรรมสิทธิ์หรือว่ารูปแบบโฉนดชุมชนรองรับสิทธิของชุมชนของเขาได้ทันที ผู้ดำเนินรายการ : เพราะจริงๆ แล้วโฉนดชุมชนก็เปลี่ยนมิติของการพัฒนา ที่เปลี่ยนเรื่องของการถือสิทธิครอบครองในส่วนของบุคคล เป็นสิทธิร่วมกันของคนหลาย ๆ คน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : ใช่ครับ เพราะว่าอันนี้มีสองมิติที่น่าสนใจ หนึ่ง เวลาเราพูดถึงกรรมสิทธิ์ที่ดิน เราพูดถึงกรรมสิทธิ์รัฐ กรรมสิทธิ์เอกชน แต่วันนี้มีกรรมสิทธิ์ชุมชน สอง เมื่อก่อนเราพูดถึงสิทธิในที่ดิน สิทธิของรัฐ กับสิทธิปัจเจก แต่วันนี้เราพูดถึงสิทธิชุมชน เพราะเราเชื่อว่ากระบวนการชุมชนที่เข้มแข็งนี้ จะทำให้คนที่อยู่ร่วมกันมีความรับผิดชอบร่วมกัน และก็มีวินัยที่เกิดขึ้นจากกระบวนการชุมชน ซึ่งตรงนี้มันน่าจะยั่งยืนกว่าในแง่ของการจัดการ ผู้ดำเนินรายการ : ซึ่งจริง ๆ แล้วเมื่อสักครู่ที่ท่านนายกฯ พูดก็ยังมีอีกหลายมาตรการ ที่จะสร้างความเป็นธรรมและเท่าเทียมให้กับคนไทย ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมของคนไทย เช่น มาตรการเชิงภาษีที่จะทำให้ทุกคน คนไทยที่มีที่ดินทำกิน หรือมีที่ดินเอกสารสิทธิ์ ใช้ประโยชน์จากที่ดินให้คุ้มค่า หรือเรื่องของการที่จะมีธนาคารที่ดินด้วยใช่ไหมครับ อันนี้มีอีกหลายมาตรการไหมครับ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : คือจริง ๆ แล้วเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ดิน ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดินเหลื่อมล้ำนี่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คนประเทศนี้ใน 100 คนนี้นะครับ มี 85 เปอร์เซ็นต์ ที่เข้าใจว่าครอบครองที่ดินในอัตราเฉลี่ยที่ถือว่าต่ำมาก ในขณะที่คนอีก 15 เปอร์เซ็นต์ครอบครองที่ดินมากกว่า 100 ไร่ แล้วก็บางคนอาจจะมีที่ดินเป็นหมื่นไร่ด้วยซ้ำไป ในเวลากับที่ข้อมูลของการลงทะเบียนความยากจนปี 47 มีคน 4.5 ล้านคนที่ลงทะเบียนแล้วบอกว่าต้องการที่ดินทำกิน ปัญหาคนไร้ที่ดินทำกิน ปัญหาคนที่มีที่ดินแล้วต้องละทิ้ง ต้องขายทิ้ง ต้องไปบุกรุกที่ป่านี้ สูงมากขึ้นทุกปี เพราะฉะนั้นการที่มีมาตรการเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ จะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง และทำให้การเข้าถึงทรัพยากรที่ดินของคนยากคนจนที่เขาจำเป็น เข้าถึงได้อย่างแท้จริง ผู้ดำเนินรายการ : เพราะหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าที่ดินเรื่องเดียว แต่มันสามารถที่จะเชื่อมโยงการแก้ปัญหาความยากจนของชาวบ้านได้อีก รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : เยอะมากครับ ผู้ดำเนินรายการ : เช่น เป็นหลักค้ำประกัน เป็นหลักทรัพย์ในการที่จะดูแลเรื่องของการเพิ่มผลผลิต ในการกู้เงินต่าง ๆ ที่มาลงทุน อีกหลายเรื่องตามมา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : ถ้าอย่างที่นายกฯ พูดวันนี้ที่ชัดเจนที่สุดก็คือว่า โอเค เมื่อมีการจัดการกรรมสิทธิ์รูปแบบโฉนดชุมชนให้เขาไปแล้ว ทำอย่างไรให้เขาอยู่ในที่ดินนั้นได้ และสามารถทำกินได้อย่างสมประโยชน์เต็มที่ ซึ่งรัฐบาลต้องเข้าไปสนับสนุนไปดูแลด้วย ผู้ดำเนินรายการ : เราพูดกันอย่างนี้ บางทีก็รู้สึกว่า ชาวบ้านบางทีเขาจะได้รับประโยชน์จริง ๆ หรือเปล่า เขาจะได้รับประโยชน์จริงจังหรือเปล่า ท่านรัฐมนตรีครับ เราลองไปฟังชาวบ้านดีไหมที่เขาได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลที่ได้ดำเนินการมาแล้ว ว่าเขาคิดกันอย่างไรจริง ๆ ไปติดตามเลยครับ อ.ชัยพันธุ์ ประภาสะวัต : กรณีของนางไฮ ขันจันทา นี้นะครับ เป็นกรณีเรื้อรังซึ่งจริง ๆ แล้วแกได้รับผลกระทบมาเป็นเวลา 30 กว่าปี แต่ที่แกต่อสู้นี้ด้วยการเรียกร้องนี้ประมาณ 27 คือแกเป็นคนที่ไม่รู้หนังสือนะครับ และก็เขียนหนังสือไม่ได้ อ่านไม่ออก เป็นชาวบ้านธรรมดา จากคนที่เคยมีกินเป็นคนจน ต้องไปเก็บหาของกิน ไปขอข้าวคนอื่น นี้คือสิ่งที่เจ็บปวดที่แม่ไฮต่อสู้มา รัฐที่ยอมรับในรัฐบาลที่ผ่านมา ก็ยอมที่จะทุบเขื่อนทิ้ง ยอมรับว่าตรงนี้คือสร้างผิดที่ เพื่อจะคืนที่นาให้กับแม่ไฮ การชดเชยตรงนี้ไม่ใช่มาคิดเอาเองนะครับ มีนักวิชาการทั้งหมด ทางเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ มานั่งรวมคำนวณกันว่า เวลาที่แกทำนา 20 กว่าปีนี้นะครับ สูญเสียไปนี้แกควรจะได้ข้าวเท่าไร เพราะฉะนั้นก็จึงมาชดเชยในรัฐบาลท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ได้ให้เงินเพื่อเป็นการเยียวยาและชดเชยในสิ่งที่สูญเสียในอดีต อย่างน้อยที่สุดในวันนี้ก็เห็นได้ว่า รัฐบาลก็มีความพยายาม และจริงใจที่จะเข้าไปแก้ปัญหาทุกปัญหา ถึงแม้อาจจะแก้ไม่ได้ทั้งหมด แต่คิดว่าจุดเริ่มต้นที่เห็นเป็นตัวอย่างของกรณีของนางไฮ ขันจันทา นี้ เป็นเรื่องที่ประชาชนก็ยอมรับนะครับ ว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และก็เป็นผลงานซึ่งรัฐบาลได้ช่วยเหลือคนยากคนจนเป็นเบื้องต้น และก็หวังว่าต่อจากนี้ไป จากกรณีที่ดินอื่น ๆ รัฐบาลจะจริงจังในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่เดือดร้อนเช่นนี้ ถึงแม้จะยากเย็นอย่างไร ถ้ามีการเริ่มต้นก็หวังว่าจะมีการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องอื่น ๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน เช่นเดียวกับกรณีของแม่ไฮ ขันจันทา เช่นเดียวกัน คุณทัศนา นาเวศน์ : ชุมชนบ้านทับยางนะคะ สิ่งที่เกิดก็คือชาวบ้านทั้งชุมชนถูกฟ้องจากนายทุน บังคับคดีนะคะ ในที่อื่นชาวบ้านก็แพ้ทั้งชุมชนนะคะ จนต่อมาก็มีการร้องเรียน มีการจับกลุ่มกองทุนกันขึ้นมา รวมตัวกันของชาวบ้านที่ไม่รู้จะไปไหน ถึงที่สุดก็รวมตัวกันก็จ้างทนายต่อสู้คดี ถึงในที่สุดก็เป็นเวรกรรมของชาวบ้านนะคะ ก็ถูกทนายหลอกลวง ก็ถูกโกงเอาพูดง่าย ๆ ก็ถูกโกง ทีนี้เราก็ถูกแพ้คดี และจำยอมต้องไปทำสัญญายอมในชั้นศาล ในปีนั้นนะคะ ใน 2538 ทั้งหมดก็ 200 กว่าครอบครัวนะคะ ก็ต้องขอบคุณนะคะ รัฐบาลท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ และท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และทางทีมท่านสาธร ท่านภูเบศร์ นะคะ ก็คงจะมีเป็นความหวังของประชาชนหรือชุมชนรากหญ้านะคะ ที่ไม่มีโอกาสในส่วนตรงนี้ค่ะ ก็ต้องขอขอบคุณทีมรัฐบาลชุดนี้มากนะคะ จากชุมชนทับยางและเครือข่ายที่ดิน จังหวัดพังงา ค่ะ นายประยงค์ ดอกลำไย : อำเภอคลองโยง นี่จริง ๆ เป็นเรื่องของพื้นที่โฉนดชุมชนในที่ดินเอกชน ซึ่งมีเอกสารสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน รัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาดำเนินการก็คือว่าได้ตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่าจริง ๆ ที่ดินแปลงนี้เป็นของสหกรณ์โดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นที่ราชพัสดุ สหกรณ์จะทำหน้าที่ในการบริหารจัดการก็คือ จัดสรรที่ดินตามสิทธิที่ชาวบ้านได้ใช้อยู่เดิม ในรูปแบบของกรรมสิทธิ์ชุมชน หรือกรรมสิทธิ์ของกลุ่ม ก็จะสอดคล้องกับนโยบายเรื่องโฉนดชุมชน และจะทำให้ชุมชนผืนนี้มีความมั่นคงในเรื่องของการใช้ที่ดิน ทำให้ชาวบ้านที่นี่ประมาณ 200 ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีความมั่นคงในเรื่องของการถือครองที่ดิน และถือว่าเป็นการกระจายการถือครองที่ดินตามนโยบายของรัฐบาล ที่มีรูปธรรมที่ชัดเจนมากครับ นายบุญลือ เจริญมี : ก็คิดว่าเรา เราก็โชคดีที่มาเจอรัฐบาลชุดนี้ ที่เขาสนใจในเรื่องการจัดหาที่ดิน แล้วก็รู้สึกจะฟังพวกชาวนาหรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องที่ดิน แล้วก็ฟังแนวทางออก วัตถุประสงค์ของพวกเรา แล้วอีกอย่างหนึ่งชุมชนของเราคือ ถ้าทำเป็นระบบสหกรณ์ ในการควบคุมชุมชนก็จะดีขึ้น นายพงษ์ศักดิ์ สายวรรณ์ : หลังจากที่วิทยาได้ไปขุดที่ตัวเอง ขุดบ่อในที่ของตัวเองนะครับ ก็ถูกนายทุนฟ้องดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ หลังจากนั้นวิทยาถูกสั่งจำคุก ถูกตัดสินคดีและสั่งจำคุก ประมาณ 1 ปี 2 เดือน เพราะฉะนั้นผมอยากให้กรณีวิทยาเป็นกรณีตัวอย่างหนึ่ง ที่ให้เป็นบรรทัดฐานในเรื่องของการต่อสู้ของภาคประชาชน เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน กรณีคนที่บุกรุกที่ตัวเอง ไม่สมควรที่จะติดคุกแม้แต่ 1 วัน ในกรณีนี้ก็ดำเนินการต่อครับ ก็มีเรื่องของการตรวจสอบหาหลักฐานข้อเท็จจริง ว่าการออกเอกสารสิทธิ์ของนายทุนนี้ออกโดยชอบหรือไม่ ตามกฎหมายหรือไม่ ก็มีการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ รัฐบาลเองก็ร่วมแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : ผมมีแนวนโยบายที่จะตั้งศูนย์สาธิตครับ คือนโยบายของผม ศูนย์สาธิต หรือศูนย์เรียนรู้ระดับในแต่ละจังหวัดครับ จังหวัดละ 1 ศูนย์ เพื่อให้พี่น้องในแต่ละจังหวัดมาเข้าร่วมประชุม หรือสัมมนา หรือศึกษา ค้นคว้า ในทางที่จะเป็นไปได้ที่สุดครับ มันเป็นศูนย์ที่เชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนเข้าด้วยกัน จะเป็นแนวทางที่ให้พี่น้องเกษตรกรได้มาเรียนรู้ในศูนย์นะครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : คือโฉนดชุมชนหรือว่าภาษีที่ว่าเก็บภาษีที่จะมาช่วยคนยากคนจน มันดีทั้งนั้นครับ แต่ขณะนี้ขอให้พวกเราทุกคนและรัฐบาลร่วมมือร่วมใจกันทำงานแบบจริงจังนะครับ ใช้ระยะเวลาสัก 3 เดือน หรือ 6 เดือน เรามาจัดประชุมใหญ่กันอย่างนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อรายงานผลที่เราดำเนินงานกันมา 3 เดือน 6 เดือน ว่าภาคไหนติดขัดตรงไหน อะไรอย่างไร เราจะได้มาเสริมกัน แล้วก็จัดทีมหนุนเสริมขึ้นไปหนุนเสริมแต่ละจังหวัด ให้ผลมันเกิดให้ได้ครับ ผู้ดำเนินรายการ : เชิญกลุ่มที่สองครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : แนวทางการแก้ไขปัญหานะคะ ทางกลุ่มของดิฉันก็ใช้ชื่อกลุ่มว่า ถูกผีหลอก นะคะ ข้อ 14 ค่าชดเชยนะคะ คือให้จ่ายตามความเป็นจริง ตามราคาท้องตลาด ขายราคาเท่าใดก็คือให้จ่ายเท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะไปเอาราคาเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาจ่ายให้กับชาวบ้าน ชาวบ้านก็ไม่สามารถที่จะเอาไปซื้อที่มาชดเชยให้ได้ใหม่ได้นะคะ คืออยากให้จ่ายค่าเสียโอกาสด้วยถ้าเกิดชาวบ้านไม่ได้ทำกินมา 5 ปี 10 ปี 20 ปี ตรงนี้ก็อยากให้รัฐบาลช่วยจ่ายค่าเสียโอกาสให้ด้วยค่ะ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : ถ้าหากมีการจับกุมพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือป่าสงวนนะคะ ก็ขอให้ท่านช่วยเหลือในการประกันตัวคนระดับรากหญ้านะคะ ไม่ใช่นายทุน แล้วก็ขอให้รัฐบาล และหน่วยงานต่าง ๆ ให้ออกเป็นหลักฐาน เป็นโฉนดที่ดิน หรือ สปก. เอกสารสิทธิ์ให้กับประชาชน ได้มีที่ทำกินตลอดไปนะคะ ผู้ดำเนินรายการ : กลุ่มตะเกียงครับ เชิญครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : มันเป็นปัญหาเก่า ๆ เพียงแต่วันนี้เราชาวบ้านเอง มาเปลี่ยนวรรณกรรมใหม่ให้มันทันสมัยขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง และขอบคุณอีกอย่างหนึ่งคือรัฐบาลเองไม่เคยที่ท่านไม่ลืมนะครับ นโยบายที่ท่านพูดไว้ว่าประชาชนต้องมาก่อน เรามาแล้วครับ มาถึงที่นี่แล้วครับ เรามาคุยกันประเด็นข้อที่เกี่ยวกับว่าการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนในที่ดินระหว่างรัฐกับชาวบ้านนะครับ ควรพิสูจน์สิทธิ์อย่างไร เราคุยกันนะครับ ประเด็นปัญหาเราคุยกันว่า ปัญหาทุกอย่างนี้เวลาแก้ไขไปแล้วเข้าสู่กระบวนการเจรจาแล้วนี้ รัฐเองจะอ้างว่าติดกฎหมายป่าไม้ กฎหมายอุทยาน ติดโน่นติดนี่ เราเลยเสนอว่ายกเลิกไปเลย เราเลยว่าเพื่อความปรองดองแห่งชาตินี้ เราเสนอว่าให้รัฐบาลเองแจ้งไปยังหน่วยงานและก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องป่าไม้ที่ดิน ว่าให้ยุติการดำเนินการการจับกุมชาวบ้าน ที่มีความขัดแย้งเรื่องที่ดินหรือเรื่องป่า เรื่องอะไร ทุกกรณีไว้ก่อน ในระหว่างที่อยู่ในการดำเนินการแผนปรองดองนะครับ สำหรับผมเองก็มีแค่นี้ครับ ผู้ดำเนินรายการ : ขอบพระคุณครับ ขอเชิญกลุ่มรัฐสวัสดิการครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : มาจากอุบลฯ ครับผม ประเด็นที่ผมเตรียมที่จะมานำเสนอ ก็คือข้อที่ 7 นะครับ เกี่ยวกับเรื่องการชดเชยที่เหมาะสม เมื่อชดเชยแล้วนะครับก็ควรจะจัดหาสิ่งที่สูญเสียไปในอดีต เป็นต้นว่าที่ดินที่เขาเคยใช้เป็นที่อยู่อาศัย และเป็นที่ทำกิน อันนี้ผมก็มองว่าจะต้องดูเรื่องคุณภาพ ความเหมาะสม ถ้าจะเป็นในส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ก็ต้องดูว่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ จะต้องมีพร้อม หรือถ้าไม่มีอย่างไรนะครับ ก็ควรจะจัดการให้เลยนะครับ เพราะว่ามันจะได้ทันกับสถานการณ์จริงและการดำรงอยู่ ผู้ดำเนินรายการ : ต่อไปเป็นกลุ่มผ่องไทยนะครับ เชิญครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : พวกเราได้มาร่วมกันขับเคลื่อนในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับปัญหาของที่ดิน ปัญหาของประเทศ ทีนี้ส่วนธนาคารที่ดิน ตรงนี้ผมเห็นด้วยและพวกผมทำอยู่ด้วย พวกผมนึกถึงคนที่ไม่มีที่ทำกินเยอะแยะเลย และก็รวมกองทุนคนละ 1,000 บาท เมื่อได้ 1,000 บาทไปประมูลซื้อมา ประมูลซื้อมาแล้วผมก็แบ่งให้ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีที่อยู่อาศัยก่อน ทำแล้วครับ แต่ว่าเราทำแบบประชาชน แต่ถ้ารัฐบาลทำจริง ผมเชื่อว่าที่ บสก. มาซื้อไป ที่นายทุนหรือว่าธนาคารไปช้อนซื้อ ซื้อกลับให้หมด แล้วก็เอามาผ่อนในภาคประชาชน นำคนที่เดือดร้อนตามมูลฐานจริงมาผ่อน ผมเชื่อว่าแก้ปัญหาตรงนี้ได้แน่นอนครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : ต้องกำหนดในเรื่องของการครอบครองที่ดินนะครับ เช่น ใช้มาตรการกำหนดเลยว่า ระหว่างผู้มีโอกาสและผู้ด้อยโอกาส หรือคนรวยคนจนนี้ เพื่อลดการเหลื่อมล้ำทางการถือครองที่ดินระหว่างคนรวย คนจน น่าจะถือครองได้รายละเท่าไร ต้องจัดโซนนิ่งในพื้นที่ของการทำเกษตรว่าตรงไหน พื้นที่อุตสาหกรรมตรงไหน พื้นที่ชุมชนตรงไหน พื้นที่ในการทำประโยชน์หรือใช้ในราชการตรงไหน หลาย ๆ พื้นที่ที่บอกว่าโรงงานอุตสาหกรรมไปคุกคามสิทธิของพื้นที่ทำการเกษตรของพี่น้อง เพราะเมืองไทยเราไม่ได้กำหนดเป็นโซนนิ่งเหมือนต่างประเทศเลย ก็ต้องหามาตรการในการกำหนดพื้นที่ที่ชัดเจน หรือว่าโซนนิ่งพื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด ผู้ดำเนินรายการ : เชิญกลุ่มที่เหลือนะครับ เชิญด้านหน้านะครับ มีใครจะแสดงความเห็นเพิ่มเติมตอนนี้ก่อนที่อีก 6 กลุ่มจะนำเสนอนะครับ ผมขอยกมือคนที่จะแสดงสิทธิ์ แสดงความเห็นเพิ่มเติมนะครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : ผมมีอยู่นอกประเด็นที่อาจารย์ชัยธรรมนะครับ วันนี้ถ้าจะคิดจัดการที่ดินเพื่อทำกิน ปัญหาและทางออก เพราะฉะนั้นปัญหาต้องกลับไปอยู่ที่พื้นที่ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีน่าจะสั่งไปที่ผู้ว่าฯ ให้จัดการเรื่องที่ดินของภาคประชาชนทุกพื้นที่ ทุกภาคส่วน ไม่ว่าปรับเป็นที่ของรัฐ ที่สาธารณประโยชน์ เสนอมายังสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นภาพรวมที่จะมาสรุปปัญหาอีกครั้งหนึ่ง เพราะวันนี้มันไม่มี และบางจังหวัดไม่ได้มา ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : โฉนดชุมชนจะเดินหน้าไปได้อย่างไร ถ้ามีแต่ส่วนภาครัฐบาลกับประชาชน ซึ่งมันต้องมีส่วนราชการที่ต้องเดินร่วมไปกับพวกเราด้วยนะคะ อยากจะให้ปฏิรูปราชการด้วยค่ะ ผู้ดำเนินรายการ : ขอเชิญกลุ่มที่เหลืออีก 6 กลุ่มนะครับที่จะนำเสนอ และช่วงท้ายผมจะเปิดโอกาสให้พื้นที่ได้มีโอกาสแสดงความเห็นกันอีกนะครับ ขอเชิญกลุ่มพิทักษ์สิทธิชุมชน 4 ภาคครับ เชิญครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : ดิฉัน ดลหทัย นาวาพาณิช จากพื้นที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เรื่องโฉนดชุมชนนี้ต้องมีกฎหมายรองรับโฉนดชุมชนในระดับ พ.ร.บ. เพื่อที่จะมีศักดิ์ศรี พูดง่ายๆ คือไปสู้กับ พ.ร.บ. ฉบับอื่นได้ เช่น พ.ร.บ.อุทยาน พ.ร.บ.ป่าไม้ เป็นต้นนะคะ แล้วก็เพื่อไม่ให้นโยบายโฉนดชุมชนนี้เปลี่ยนแปลงไปตามนโยบายการเมือง ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : ในส่วนของธนาคารที่ดินนะครับ กระบวนการทำงานต้องทำควบคู่ไปกับโฉนดชุมชนนะครับ ส่วนหน้าที่ของธนาคารที่ดินคือซื้อที่ดินที่หลุดจำนองมาบริหารจัดการใหม่นะครับ ซื้อที่ดินเมืองที่มีกรณีพิพาทมาจัดสรรให้แก่สมาชิกชุมชน ซื้อหรือผ่อนในระยะยาวนะครับ และก็ซื้อที่ดินว่างเปล่ามาจัดสรรให้ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน สำหรับที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ ต้องเข้าเกณฑ์ของโฉนดชุมชน จึงจะเข้าร่วมโครงการธนาคารที่ดินได้นะครับ การบริหารงานต้องมีผู้แทนภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยมากกว่ากึ่งหนึ่งนะครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : เรื่องการจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมา ท่านไม่ต้องเก็บภาษีธรรมดานะ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต้องเก็บภาษีแบบอัตราก้าวหน้า ใครมีที่ดินไม่ใช้ ว่างเปล่า ท่านก็เก็บภาษี ปีหน้าไม่ใช้ เก็บมากขึ้น ปีต่อไปเก็บมากขึ้น ๆ พวกพันไร่ หมื่นไร่ ไม่มีสิทธิ์ได้ถือครองที่ดินในประเทศนี้ ถ้ากฎหมายนี้ออกมา ท่านจะไม่สามารถที่จะมาจ่ายภาษี จ่ายค่าปรับได้เลย ในที่สุดนายทุนก็ต้องทิ้งดิน อุ้มอยู่หมื่นไร่ก็ต้องทิ้ง รัฐบาลก็เอาเงินรัฐบาลไปซื้อที่ดินมา ท่านอยากจะให้ประชาชนฟรี ๆ ก็แจกเลย เพราะว่ารัฐบาลซื้อ หรือถ้าจะให้ประชาชนมาซื้อต่อถูก ๆ ท่านก็ให้ซื้อต่อถูก ๆ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : ปัญหาที่ดินที่เกี่ยวกับพี่น้องที่เป็นพี่น้องชนกลุ่มน้อยและพี่น้องที่เป็นพี่น้องชนเผ่าและชาติพันธุ์นะครับ บางส่วนได้รับสัญชาติแล้ว บางส่วนยังไม่ได้รับ อยู่ในระหว่างกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ ทางกลุ่มเรามีข้อเสนอว่า การจะแก้ไขปัญหาที่ดินนี้เราต้องเดินมาด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเราไปเฉพาะคนส่วนใหญ่ แต่ว่าคนส่วนน้อยที่เป็นพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่าต้องให้เขามีส่วนร่วมในการเข้ามาได้รับสิทธิ์ในการแก้ไขปัญหาที่ดินของเราด้วยนะครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : ปัญหาการจัดการที่ดินเมืองนะคะ มันก็จะมีสองระยะคือ ระยะสั้นกับระยะยาว ระยะสั้นนี้อันดับแรก ทางรัฐบาลกับชาวบ้านต้องร่วมกันนะคะ พิสูจน์ข้อมูลที่เป็นจริงเลย ทั้งผู้เดือดร้อนทั้งเมืองเลยนะคะ ข้อสอง จัดตั้งคณะกรรมการที่แก้ไขปัญหา อันนี้จะประกอบด้วยผู้เดือดร้อนรวมถึงชาวบ้าน หน่วยงานรัฐ ภาคีท้องถิ่นและเจ้าของที่ดินด้วยนะคะ ส่วนข้อเสนอของระยะยาว ก็จะมีการแก้ไขปัญหากองทุนเมืองเรื่องที่อยู่อาศัย อยากให้ท่านบรรจุไปในแผนพัฒนาเลย หรือดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่รัฐบาลท่านนายกฯ อภิสิทธิ์นะคะ ทุกรัฐบาลที่เข้ามาเป็นรัฐบาลต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนเมืองนะคะ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : จะทำอย่างไรให้กระบวนการยุติธรรมทั้ง 3 ส่วน คือ ตำรวจ อัยการ และศาล ช่วยลดผลกระทบหรือแนวทาง หรือทางออกให้กับประชาชนได้มากที่สุดในคดีที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและป่า ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วม ระหว่างสำนักนายกฯ กับชุมชน เพื่อสอบสวนสิทธิ์นะครับว่าข้อเท็จจริงนี้ ชาวบ้านมีสิทธิ์ตรงนั้นหรือเปล่านะครับ จะได้หาข้อสรุปร่วมกัน เผื่อจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไปนะครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : ท้องถิ่นเขาสะท้อนมานะคะ พวก อปท. เขาบอกว่า เขามีเงินอยู่ในอปท. เยอะ แต่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เพราะว่าเอาไปทำอะไรก็ไม่ได้ ผิดกฎหมาย แล้วชาวบ้านเราคิดแต่เรื่องวัตถุ อยากจะได้แต่ถนนหนทาง ไฟฟ้า ไม่ได้นึกถึงเรื่องที่อยู่อาศัย หรือว่าเรื่องที่ทำกินนะคะ เขามีเงินอยู่ในมือเยอะ อปท. เขาบอกว่าเขาอยากจะทำเรื่องนี้บ้าง แต่ว่าเขาทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐควรจะต้องออกกฎหมายรองรับให้พวกเขา ว่าสามารถที่จะมีกองทุนสามารถที่จะไปทำในเรื่องของที่ดินนี้ได้นะคะ หรือจะไปทำเป็นสวัสดิการอะไรนี้ ตรงนี้เขาบอกมาว่าต้องรัฐจัดการนะคะเรื่องกฎหมาย ขอบคุณค่ะ ผู้ดำเนินรายการ : ขอบพระคุณครับ ผลผลิตทั้งหมดที่พี่น้องได้คิดและเป็นข้อเสนอนี้ หลาย ๆ เรื่องก็มีส่วนที่คล้ายคลึงกันทับซ้อนกัน บางเรื่องแต่ละกรณีก็มีความแตกต่างหลากหลาย เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นการกลั่นความคิดมาจากพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของกระบวนการที่ทำให้ชาวบ้านนั้น กลั่นประสบการณ์ ดึงตัวเองออกจากปัญหาที่มีอยู่ นำมาสู่การมีข้อเสนอเชิงนโยบายนั้น ผมต้องขออนุญาตเรียนเชิญ อาจารย์ชัยวัฒน์ ธีรพันธ์ และคณะจากสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคมนะครับ ซึ่งอยู่เบื้องหลังการถอดบทเรียนและข้อเสนอ ที่เป็นนโยบายต่อท่านรัฐมนตรี ขอเรียนเชิญอาจารย์ชัยวัฒน์ และคณะมาให้ความเห็นในเวทีการระดมความเห็นเวทีประชาชนครั้งนี้ครับ ขอเรียนเชิญครับ อ.ชัยวัฒน์ : เริ่มต้นด้วยสุภาพสตรีก่อนนะครับ ขอเชิญคุณสุภาพ ช่วยสะท้อนความเห็นหน่อย คุณสุภาพ : ค่ะ ต้องบอกว่าวันนี้ตัวเองภูมิใจและดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเวทีประวัติศาสตร์นี้ เพราะตามสโลแกนของภาคประชาสังคม เรามักจะพูดว่าสังคมดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องร่วมสร้าง ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : นอกเหนือจากผลผลิตทางความคิดและข้อมูลมากมายนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในเวทีแห่งนี้สองวันก็คือกระบวนการสนทนาระหว่างประชาชนกับรัฐ ซึ่งเป็นการสนทนาอย่างสันติภาพ ไม่ต้องรอให้ประชาชนมาประท้วงที่หน้าทำเนียบฯ แต่เปิดประตูทำเนียบฯ ให้ประชาชนมายึดตึกสันติไมตรี คุยกัน อยากให้เกิดแบบนี้เรื่อย ๆ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : ได้เห็นว่าบรรยากาศตั้งแต่เมื่อวานจนกระทั่งวันนี้ มันเป็นบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันอย่างมิตร และผมเชื่อมั่นว่านี่คือทางออกของบ้านเมืองครับ ขอบคุณครับ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา : ผมคิดว่าเราต้องใช้ 3 เรื่องมาสัมพันธ์กัน เรื่องแรก นะครับ อำนาจรัฐเป็นอำนาจที่สำคัญ เพราะถ้าไม่มีอำนาจรัฐมันรักษากฎระเบียบวินัยไว้ไม่ได้ แต่อำนาจรัฐนั้นต้องระวัง อย่าเป็นอำนาจรัฐที่ปราศจากหัวใจ มีแต่กฎหมายดิบ ๆ ปราศจากหัวใจ อันตรายที่สุดครับ แต่เมื่อคุณเอาหัวใจ เอาความรัก เอาความเมตตา ยืนบนหลักธรรมเข้าไปนี้ ไม่มีวันพลาดนะครับ อันนี้ฝากไว้ข้อที่ 2 ข้อที่ 3 นะครับ เราเห็นชัดเจนว่างานเรื่องที่ดิน เรื่องปัญหาของชาวบ้านทั้งหลายมีการค้นคว้าวิจัยมากมาย ข้อมูลมันล้นไปหมดแล้ว ทำอย่างไรให้ข้อมูลเหล่านี้มันเป็นระบบที่เชื่อมโยงสรรพสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แต่ที่สำคัญก็คือว่า ทางด้านหน่วยราชการต้องบูรณาการกันก่อน ต้องมาคุยเรื่องนี้ก่อน เมื่อหน่วยราชการคุยกันชัดเจนว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้เพราะเหตุใด แล้วคุยกับภาคประชาชน โดยมีการแบ็คอัพจากข้างบน ผมเชื่อว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายได้เร็วนะครับ ผู้ดำเนินรายการ : และช่วงต่อไปนะครับ เป็นช่วงที่ทุกท่านก็รอคอยว่าข้อเสนอที่เราระดมความเห็น กลั่นจากประสบการณ์ จากความทุกข์ความยาก ทั้งน้ำตา ทั้งรอยยิ้มนี้ ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย จะรับข้อเสนอเหล่านี้นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร ขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีครับ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : ทุกข้อเสนอที่เสนอมาวันนี้ผมได้ฟังตั้งแต่กลุ่มแรกจนถึงกลุ่มสุดท้าย ผมจะเรียนว่ากระบวนการต่อไปที่เราจะทำก็คือ ข้อเสนอที่เป็นเอกสาร ทุกท่านเสนอมานี้ จะมีการจัดพิมพ์ โดยการพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มนะครับ เป็นปึกสำเนาเอกสารและส่งให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน เราจะมีฝ่ายของนักวิชาการซึ่งจะทำหน้าที่ในการที่จะสรุปความเห็น เป็นการประมวลความเห็นของทุกกลุ่มนี้นะครับ แล้วทำเป็นเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบาย เสนอไปยังท่านนายกรัฐมนตรี กับคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผมรับอาสาท่านนายกฯ มาทำเรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันยากเย็นแสนเข็ญนะครับ แต่ว่าเชื่อว่าปัญหาเรื่องที่ดินทำกินในประเทศ เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่สุดของประเทศนี้ มันต้องมีเจ้าภาพในการดำเนินการ มันต้องมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ และที่สำคัญมันต้องมีพลังหนุนเสริมจากทุกภาคส่วน มันถึงเดินหน้าไปได้ แนวคิดโฉนดชุมชน แนวคิดธนาคารที่ดิน หรือกระทั่งแนวคิดเรื่องมาตรการภาษีอัตราก้าวหน้า ไม่ได้เกิดจากรัฐ 100 เปอร์เซ็นต์หรอกครับ หลายที่ในประเทศนี้เดินหน้าไปแล้ว โฉนดชุมชนคนแรก ๆ ทำกันมาตั้งแต่หลายสิบปีที่ผ่านมา แต่มันไม่ได้เป็นกระบวนการรองรับในฐานะที่เป็นนโยบายของรัฐที่ชัดเจน วันนี้มันถูกยกขึ้นมา เป็นสถานะที่เป็นนโยบายของรัฐที่ชัดเจน แต่ในการแก้ไขปัญหามันรอไม่ได้ ผมเรียนท่านนายกฯ และเราตกลงในกระบวนการข้อหนึ่งว่า อะไรที่ทำได้ทำไปเลย ไม่รอ รัฐบาลนี้จะทำงานเหมือนกับว่าจะยุบสภาในอีกสักวันสองวันข้างหน้า ไม่นับว่าต้องอยู่ครบ 1 ปีแล้วค่อยทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เราทำเหมือนกับว่าจะยุบกันในอีกวันสองวันข้างหน้า แล้วทุกคนจะทำจนลืมตัวกลัวตาย เพราะฉะนั้นมาตรการเรื่องโฉนดชุมชนนี้นะครับ วันที่ 5 กรกฎาคม เราจะเปิดสำนักงานเรื่องโฉนดชุมชน ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ผมมีความเชื่อครับว่าด้วยพลังความร่วมมือของเราทั้งหลาย การปฏิรูปประเทศไทยและการนำไปสู่ความปรองดองของประเทศจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง โดยกระบวนการที่เราทำด้วยกันในวันนี้ครับ ขอถือโอกาสนี้ได้ขอบคุณและขอปิดการเสวนาเวทีประชาชน เรื่อง การจัดการที่ดินเพื่อการทำกิน ปัญหาและทางออก ไว้ในโอกาสนี้เลยครับ ขอบคุณนะครับ ผู้ดำเนินรายการ : ครับคุณผู้ชมครับ ปิดลงไปแล้วนะครับ สำหรับการสัมมนาประชาชน เรื่องของการจัดการที่ดินเพื่อการทำกิน ปัญหาและทางออก ที่ทำเนียบรัฐบาล นะครับ สองวันที่ผ่านมาได้เห็นภาพบรรยากาศในการเรียนรู้ร่วมกันของชาวบ้านนะครับ หลายคนทุกข์ร้อน หลายคนที่มีปัญหาคาใจในพื้นที่นั้น นำมาสู่การแลกเปลี่ยนระดมความเห็นอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน ภาคราชการ หรือว่าภาคการเมืองนะครับ ได้นำสู่ข้อเสนอที่เป็นเชิงนโยบายที่จะหาทางออกให้กับการแก้ปัญหาที่ดิน เพื่อความสุขของคนไทย วันนี้แนวนโยบายของการปฏิรูปประเทศไทยได้เริ่มขึ้นแล้วครับ วันนี้ทุกคนได้ร่วมกันจุดเทียนคนละเล่ม เพื่อนำไปสู่ความสันติสุขของสังคมไทยที่เกิดขึ้นแล้วครับ สำหรับรายการในวันนี้ต้องขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตาม และหวังว่าการดำเนินการต่อไปของรัฐบาลนั้น จะได้รับการสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องต่อไปด้วย วันนี้ผม ประพจน์ ภู่ทองคำ และทีมงาน ต้องลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ
รายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2553 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์