รายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์
วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ.2553
ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์
สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ ความจริงคงไม่สายเกินไปที่จะกล่าวคำว่าสวัสดีปีใหม่นะครับ โดยเฉพาะรายการนี้ก็เป็นรายการสด ครั้งแรกของปี 2553 ครับ สำหรับรายการในวันนี้นะครับในช่วงที่ 2 และ ช่วงที่ 3 นั้นจะเป็นเรื่องของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นผมและท่านรองนายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางไปที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ มีกิจกรรมหลายกิจกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการไปติดตามการทำงานของรัฐบาลตามแนวนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และก็ช่วงท้ายรายการนะครับจะมีพิธีกรรับเชิญที่จะมาพูดคุยในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ ในช่วงต้นนี้นะครับคงจะมี 2 เรื่องที่ผมอยากจะขอเวลาพูดคุยกับพี่น้องประชาชนเพราะว่าอยู่ในความสนใจและบังเอิญก็เป็นสิ่งที่ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันในรายการนี้เลยนะครับ
เรื่องแรกก็คือเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นที่กระทรวงสาธารณสุขครับ อยากจะขออธิบายนิดหนึ่งครับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นที่กระทรวงสาธารณสุขนั้นก็สืบเนื่องจากเมื่อมีการดำเนินการเรื่องของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง และมีการนำเสนอโครงการต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อที่ผลักดันโครงการไทยเข้มแข็งนั้นก็มีข้อท้วงติงและข้อครหาขึ้นมาครับว่ามีการจัดซื้อหรือมีการเสนอให้มีการจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องไม้เครื่องมือ ซึ่งไม่ได้เป็นที่ต้องการของโรงพยาบาลต่างๆ และก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าในการตั้งงบประมาณและการเสนอของบประมาณนั้น ในบางรายการนั้นราคาสูงเกินความเป็นจริง ผมก็เลยได้มีการปรึกษาหารือกับทางรัฐมนตรีในขณะนั้นก็คือท่านรัฐมนตรีวิทยา แก้วภราดัย ท่านเป็นผู้เสนอเองครับว่าเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเนี่ยดีที่สุดก็คือ เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการที่มีความเป็นกลางเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ ความเป็นจริงแล้วเรื่องของโครงการต่างๆ เหล่านี้เนี่ยยังไม่ได้มีการดำเนินการนะครับ อยู่ในขั้นตอนของการที่จะมีการนำเสนอแล้วจะมีการอนุมัติในการใช้จ่ายเงินปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ท่านรัฐมนตรีท่านเห็นว่าเพื่อความโปร่งใสและก็แสดงออกถึงความสุจริตใจ ท่านก็บอกว่าให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ และโครงการต่างๆ ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีปัญหานั้นก็ให้ระงับเอาไว้ก่อน ในที่สุดแล้วเนี่ยท่านก็ได้เสนอมาครับว่าคุณหมอบรรลุ นั้นท่านเป็นบุคคลซึ่งได้รับความเชื่อถือ และน่าจะมีความเป็นกลางในการที่จะสอบในเรื่องนี้ทั้งหมด ก็เสนอให้ผมนั้นไปทาบทามในที่สุดนั้นก็ได้มีการตกลงกันในการตั้งคณะกรรมการชุดที่เข้ามาตรวจสอบนี่แหละครับโดยผมเป็นผู้ลงนามในคำสั่งนะครับ ท่านรัฐมนตรีวิทยา นั้นท่านเป็นผู้เสนอและก็เห็นชอบให้มีการดำเนินการเช่นนี้ หลังจากที่สอบมา 2 เดือน คณะกรรมการก็ได้นำผลของการสอบเนี่ยมาเสนอผมในช่วงปลายปีแล้วก็ได้มีข้อเสนอที่ชัดเจนซึ่งผมก็ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีไปแล้ว
ข้อแรกก็คือ เรื่องของโครงการต่างๆ นั้นตรวจพบในความเห็นของคณะกรรมการว่า มีหลายรายการซึ่งไม่ควรที่จะให้มีการดำเนินการ และมีหลายรายการซึ่งมีราคาสูงกว่าความเป็นจริง เพราะฉะนั้นผมก็ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ครม. ก็มีมตินะครับ ในการไปทบทวนรายการเหล่านี้ทั้งหมด แต่ว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอีกนะครับ การทบทวนโครงการเหล่านี้ งบประมาณเหล่านี้ว่าหมายความว่ารายการใดที่ตัดออกไปก็ดี งบประมาณที่น้อยลงเพราะว่าราคาที่มีการปรับลดลงมาก็ดีเนี่ย เงินทั้งหมดก็จะไม่ใช้นะครับ ไม่มีการจัดสรรไปทำโครงการใหม่ ไม่มีการโยกงบประมาณอะไรทั้งสิ้น นั้นเป็นเรื่องที่ 1
เรื่องที่ 2 ก็คือว่าเนื่องจากว่าทางคณะกรรมการมีความเห็นว่าข้าราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เนี่ย มีทั้งที่เกษียณอายุไปแล้วและที่ยังไม่เกษียณอายุนะครับ ที่เกษียณอายุไปแล้วนั้นก็ขอให้ส่งเรื่องทั้งหมดให้ ป.ป.ช. นะครับ ครม. ก็ได้มีมติให้กระทรวงสาธารณสุข ส่งเรื่องราวทั้งหมดให้ ป.ป.ช.แล้ว สำหรับข้าราชการที่ยังอยู่ในราชการนะครับ ก็มีการเสนอให้มีการดำเนินการทางวินัย ซึ่งก็ต้องมีการแยกแยะต่อไป นะครับเพราะว่าบางรายนั้น ก็ระบุชัดเจนนะครับว่าคณะกรรมการไม่ได้คิดว่ามีปัญหาการทุจริต แต่อาจจะมีความบกพร่องหรืออาจจะต้องมีความรับผิดชอบในทางสายงาน แต่บางรายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่มีการนำเสนอในเรื่องของรายการที่ปัญหาต่างๆ นั้นก็ต้องมีการแยกแยะกันไป แต่ว่าตามกฎหมายของ กพ. เนี่ยนะครับ การที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบต้องเป็นไปตามลำดับชั้นซึ่งก็จะต้องรอรัฐมนตรีท่านใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้
ส่วนที่ 3 นั้นก็เป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองนะครับ ฝ่ายการเมืองนั้นรายงานก็ระบุ มานะครับว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องหรือสมควรที่จะต้องรับผิดชอบเนี่ย 4 ท่าน 2 ท่านเนี่ยลาออกไปก่อนหน้านี้แล้วนะครับ เป็นที่ปรึกษาหรือเป็นตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องลาออกไปตั้งแต่ก่อนที่มีการสอบสวน ส่วนอีก 2 ท่านนั้น คือท่านรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วย ซึ่งทางคณะกรรมการก็บอกว่าเป็นดุลพินิจที่จะดำเนินการต่อไปนะครับ ผมก็ได้ยืนยันว่า เนื่องจากตอนต้นของการจัดตั้งรัฐบาลผมได้พูดไปแล้วนะครับว่าการทำงานในรัฐบาลนั้นก็จะต้องมีความรับผิดชอบ ซึ่งความรับผิดชอบทางการเมืองนั้นเนี่ย จะมีมาตรฐานที่สูงกว่าความรับผิดชอบในทางกฎหมาย ซึ่งต่อมาท่านรัฐมนตรีวิทยา ก็ได้ลาออกนะครับ โดยพูดชัดเจนว่าเป็นการลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อความรู้สึกต่อประชาชน และในส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการก็จะมีความชัดเจนภายในวันสองวันนี้นะครับ
ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องที่ได้มีการดำเนินการไปเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุข ผมขอยืนยันนะครับว่าเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ยืนยันถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาลครับว่า ถ้าหากว่ามีปัญหา ข้อครหา ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตไม่ว่าจะเป็นโครงการใดๆ ก็ตามนั้น รัฐบาลจะดำเนินการค้นหาข้อเท็จจริงให้เกิดความโปร่งใสและก็จะต้องมีการดำเนินการทั้งทางวินัย ทางอาญา และก็ให้มีการรับผิดชอบทางการเมืองที่มีความชัดเจน ทั้งนี้ทั้งนั้นผมขอย้ำครับว่า ผู้ที่จะถูกกล่าวหาทั้งหมด หรือถูกพาดพิงทั้งหมดนั้นก็จะมีโอกาสในการที่จะชี้แจงนะครับ และก็ได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอนนะครับ ผมเองไม่สามารถที่จะไปสรุปได้นะครับ เพราะว่ารายงานที่เสนอเข้ามานั้นก็มีพาดพิงถึงบุคคลหลายลักษณะต่างๆ กันไป อย่างที่ผมได้เรียนแล้วนะครับ และบางเรื่องก็จะต้องมีการสอบเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนต่อไป อันนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งอยู่ในความสนใจและก็ผมคิดว่าภายในสัปดาห์หน้าทุกอย่างก็คงจะเรียบร้อยชัดเจนครับ
เรื่องที่ 2 ที่อยู่ในความสนใจกันมากก็คือปัญหาหวยออนไลน์ครับ ผมต้องท้าวความซักนิดครับว่าจริงๆ แล้ว ตั้งแต่ที่ผมไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมมีจุดยืนที่ชัดเจนครับ ผมมีจุดยืนที่ชัดเจนว่า 1. ผมไม่ต้องการให้รัฐบาลส่งสัญญาณในเรื่องของการขยายเรื่องของอบายมุขนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าการอำนวยความสะดวกหรือว่าการทำให้การพนันหรืออบายมุขอื่นๆ ขยายตัวได้ง่ายนะครับ โดยเฉพาะการเพิ่มรูปแบบใหม่ๆ เข้าไปเพราะว่าถือเป็นการกระตุ้นสังคมประการที่ 2 ผมอยากจะให้ระมัดระวังเป็นพิเศษจากแนวคิดที่บอกว่าปัญหาใดก็ตามซึ่งดูจะแก้ไขได้ยากและเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายก็ใช้วิธีการทำให้เป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายเสียเพราะผมคิดว่าอันนี้ก็จะไปเกี่ยวข้องกับประเด็นแรกว่า เป็นการส่งสัญญาณที่ผิดที่สำคัญก็คือว่าเราเคยมีประสบการณ์มาแล้วครับ กรณีของหวยบนดินซึ่งได้มีการดำเนินการก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมีการชี้ว่าขัดต่อกฎหมายก็พบความจริงอย่างหนึ่งครับว่าในช่วงที่มีหวยบนดินนั้นเนี่ยหวยใต้ดินไม่ได้หมดไปครับถามว่ามีการลดลงไปบ้างหรือไม่ คงมีการลดลงไปบ้างครับ แต่การลดลงของหวยใต้ดินนั้นเนี่ยเทียบกับปริมาณของคนที่เข้ามาเล่นหวยเนี่ยเทียบกันไม่ได้เลยโดนเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของเด็กและเยาวชนก็มีการศึกษาอย่างชัดเจนว่าทำให้เด็กและเยาวชนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องเข้ามาเล่นหวยเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวนะครับ เพราะฉะนั้นสมมติว่าเราลดหวยใต้ดินไปได้ 10 เปอร์เซ็นต์ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าคนที่เข้ามาเล่นหวยเพิ่มเติมนะครับจากที่ไม่เคยเล่นมาก่อนเนี่ยมันจะมากกว่า
10 ปอร์เซ็นต์ 20 ปอร์เซ็นต์ ที่ลดลงไปอย่างมากมายมหาศาลนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เนี่ยมันจึงไม่ใช่ประเด็นที่ว่าเราจะแก้ปัญหาหวยใต้ดินด้วยวิธีนี้หรือไม่ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าถ้าจะทำเนี่ยก็เพียงแต่ว่าเราเสียดายเงินที่อยู่ในระบบหวยใต้ดิน และก็อยากเอาขึ้นมาบางส่วนนะครับ หรือว่าเป็นช่องทางใหม่ในการหาเงินรายได้ให้กับรัฐบาล ซึ่งผมคิดว่าผมอยากจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลนั้นไม่ประสงค์ที่จะมีรายได้จากสิ่งเหล่านี้เพิ่มขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือจุดยืนที่ได้แสดงมาโดยตลอด ขณะเดียวกันเนี่ยหลายคนก็สอบถามตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมปล่อยเวลาล่วงมาถึง 1 ปี ถึงได้มาพูดได้มาตัดสินใจเรื่องนี้หรือมาทำเรื่องนี้ ไม่ใช่ครับ ตลอดทั้งปี 2552 เนี่ย ผมได้คุยกับรัฐมนตรีว่า และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รวมทั้งท่านปลัดนะครับ ทั้ง 2 ปลัดเลยนะครับเพราะว่าปีที่แล้วมีการเปลี่ยนปลัดกระทรวงด้วย ผมบอกว่าให้ช่วยไปดูหน่อยว่าจะสามารถที่จะเจรจากับคู่สัญญาได้อย่างไรหรือไม่ว่าสามารถที่จะหาข้อตกลงใหม่ มาทดแทนการที่ไม่ต้องออกหวยออนไลน์ ถ้าเขามีการลงทุนในเรื่องของอุปกรณ์หรือเครื่องต่างๆ นะครับ ก็ให้ไปดูซิว่าสามารถที่จะเอาเครื่องเนี่ยทำเป็นอย่างอื่นได้หรือไม่ตกลงกันได้หรือไม่ ซึ่งก็มีการเจรจากันมานะครับ คือหมายความว่าทางสำนักงานสลากก็ทราบนโยบายนี้จากท่านรัฐมนตรี เป็นเวลา 1 ปี แต่ว่าหาข้อยุติไม่ได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็เหมือนกับว่ายังมีการยืนยันเจตนารมณ์การดำเนินการในโครงการเดิมจนกระทั่งมาถึงปลายปีครับ ผมก็ทราบว่าทางคณะกรรมการของกองสลากก็มีมติว่าจะให้เดินหน้าในเรื่องนี้ และจะแจ้ง ครม. ทราบต่อไป ผมจึงมาดูว่าถ้าไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสัญญาอะไรต่างๆ ได้เนี่ยก็ต้องไปดูในตัวสัญญาว่ามีช่องทางใดที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ ก็ไปพบข้อเท็จจริงครับว่าในสัญญานั้นเนี่ยครับเปิดช่องเอาไว้ว่าถ้าเป็นกรณีที่เป็นนโยบายของรัฐบาลเนี่ย ก็สามารถที่จะเลิกโครงการได้นะครับ แต่ต้องมีการชดเชย ด้วยเหตุผลนี้ครับ ผมจึงได้บอกว่าเมื่อไม่สามารถที่จะตกลงหรือหาแนวทางอื่นมาทดแทนได้เนี่ย ก็น่าที่จะได้พิจารณาให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และจะได้กลับไปเจรจากันใหม่ครับ ผมก็อยากจะเชิญชวนภาคเอกชนนะครับที่เป็นคู่สัญญาว่ารัฐบาลมีความตั้งใจเช่นนี้ เป็นนโยบายเป็นเป้าหมายของสังคมอยากจะให้ร่วมมือครับแล้วให้ความเป็นธรรมกับท่านว่า สิทธิ หรือประโยชน์ที่พึงจะได้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ต้องมีชดเชยกันเนี่ยครับถ้าเราสามารถหารูปแบบในการที่จะต้องที่มาตกลงกันได้ครับไม่ต้องมีความขัดแย้ง ไม่ต้องมีการฟ้องร้องกันเนี่ยรัฐบาลพร้อมให้ความเป็นธรรมเต็มที่และจะครอบคลุมไปถึงกลุ่มคนซึ่งมีความรู้สึกว่าได้รับผลกระทบนะครับ เช่นที่เคยถูกคัดเลือกว่าจะได้เป็นคนเดินโพยอะไรต่างๆ ควรจะมีการหาทางเยียวยา หรือหาทางออกให้กับคนเหล่านี้ด้วย รัฐบาลจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่เพราะว่าทำเรื่องนี้ก็เพื่อเป้าหมายในเรื่องของสังคมนะครับ และการส่งสัญญาณที่ถูกต้องขณะเดียวกันครับก็อยากจะเรียนนะครับว่าการดำเนินการในเรื่องนี้ก็จะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน ในการที่จะหาคำตอบหาทางออกที่ดีที่สุดนะครับ และผมเชื่อมั่นครับว่าการตัดสินใจครั้งนี้เนี่ยเป็นการตัดสินใจที่ส่วนรวมได้ประโยชน์อย่างแท้จริง สำหรับปัญหาหวยใต้ดินนั้น เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายนะครับ รัฐบาลก็ต้องเข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้นครับ ผมย้ำอีกครั้งครับว่า จากตัวเลข จากประสบการณ์ที่เราเคยผ่านมา และโดยเฉพาะข้อกฎหมายในปัจจุบันเนี่ย ใครคิดว่าหวยออนไลน์จะมาแก้ไขปัญหาหวยใต้ดินนั้นไม่จริงครับ ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวเนี่ยนะครับที่จะเป็นตัวที่สามารถเดินเรื่องนี้ได้อย่างแท้จริง และผมยืนยันครับว่าผมมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าเงินรายได้ที่เราจะได้จากหวยออนไลน์นั้นไม่คุ้มกับผลกระทบทางสังคม ผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน และอนาคตของชาติที่ตามมา จึงได้มีการตัดสินใจที่จะเดินไปในแนวทางนี้ครับ เวลาในช่วงเริ่มต้นหมดแล้วนะครับ เพราะว่าในช่วงต่อไปนั้นก็จะไปดูภาพที่ได้บันทึกไว้จากการปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหลังจากนั้นครับ มาพบกับพิธีกรรับเชิญเพื่อพูดคุยกัน ในเรื่องของปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ
นายก ฯ เดินทางไปยัง อ. รือเสาะ จังหวัดนราธิวาส
ผู้ว่าราชการจังหวัด กราบเรียน ฯ พณ ฯ ท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะ ที่เคารพอย่างสูง ครับ กระผมนายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในนามของพี่น้องชาว จ.นราธิวาส มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ ฯพณ ฯ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียน และตรวจพื้นที่ จ.นราธิวาสในวันนี้
นายอำเภอรือเสาะ กราบเรียน ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะ ที่เคารพ กระผมนาย จำลอง เป็นนายอำเภอรือเสาะ ขออนุญาติ สรุปภาพรวม การช่วยเหลือประชาชนตามแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สืบเนื่องจากผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น
พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์ ได้รับการดูแลกันทั่วถึง จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ความสันติสุขจะเกิดขึ้น พวกเราขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนในการช่วยเหลือให้จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับสู่ความสันติสุขอย่างโดยเร็ว ขอขอบคุณครับ
นายก : ครับพี่น้อง ที่เคารพรักทุกท่านครับ วันนี้ผมและคณะ นะครับได้เดินทางมาที่นี้เพื่อมาติดตามงานสำคัญของรัฐบาลก็คือการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเราเรียกว่าเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเวลาที่เรามีโครงการต่างๆ เราจะไม่คิดเอง แล้วก็มาหยิบยื่นให้โดยไม่สนใจว่าพี่น้องต้องการอะไร แต่เราใช้หลักของการจัดทำประชาคม ซึ่งมีผู้นำ โดยธรรมชาติของพี่น้องเข้ามามีส่วนร่วมในการประสานงาน รับฟังว่าความต้องการนั่นคืออะไร เราจะได้สามารถจัดงบประมาณลงมาได้ ในแง่ของนโยบายทั่วๆไปนะครับ คือท่านรองนายก กลัวผมจะลืมพูด คือเรื่องราคายางนะครับ เพราะว่า ท่านสัญญากับผมเอาไว้บอกว่า จะต้องทำราคายางให้ได้เกิน 80 บาท ตอนนี้เกินแล้วใช่ไหมครับ เกินแล้วให้กำลังใจท่านรองนายกหน่อย
เสียงตบมือจากประชาชน
แล้วก็ขอขอบคุณที่พี่น้องประชาชนได้ให้ความร่วมมือ ได้ให้ความไว้วางใจในการที่ทำงานร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะพัฒนาหมู่บ้านและพื้นที่แห่งนี้ต่อไป ที่จริงมีเรื่องจะคุยเยอะครับ เพราะว่าวันนี้มีทั้งมาในส่วนของที่อยู่อาศัย นะครับ จะเรียกว่ามอบกุญแจบ้าน มีทั้งเรื่องของศาลาละหมาด นะครับ ซึ่งท่านรองนายก ฯ ท่านเดินทางมาเมื่อปลายปีที่แล้ว แล้วก็ได้รับทราบ แล้วก็ไประดมทรัพยากรมาเพื่อแก้ไขปัญหา นะครับ และมีเรื่องอื่นๆ อีก นะครับ และก็ตลอดทั้งวันผมใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ก็จะมีโครงการอีกหลายลักษณะ ที่เป็นตัวยืนยันว่านี่คือความตั้งใจจริง ของรัฐบาล ผมอยากจะขอถือโอกาสนี้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน และพี่น้องประชาชนทุกท่านครับ ที่ทำให้งานของเรามีความคืบหน้าไปข้างหน้า และยืนยันครับว่า นี่คือแนวทางที่รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานเคียงคู่กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่นำความสันติสุขและความเจริญก้าวหน้า มายังพี่น้องประชาชนโดยถ้วนหน้าครับ ขอขอบคุณครับ
เสียงตบมือจากประชาชน
นายก ฯ เดินทางเปิดป้ายศาลาละหมาด
นายก : อยู่ชั้นไหนแล้วครับ กี่ขวบครับ
เด็ก : ม. 5 ครับ
นักเรียนกล่าวทำความเคารพท่านนายกรัฐมนตรี
นายก : อายุเท่าไรคะ
เด็ก : อายุ 12 ค่ะ
นายก : อยู่ ป. อะไรคะ ป.6
ขอตัวแทนนักเรียน นายก ฯ มอบให้กับเด็ก
นายก : คนไหนเล่นฟุตบอลอ่ะ เล่นฟุตบอลรึเปล่าครับ
โครงการแฮนด์อินแฮนด์ครับเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐหลายๆหน่วยงานแล้วก็ของเอกชนมาช่วยดูแล บริหาร
นายก : ทำมานานรึยังครับ
ประชาชน : 2 เดือนแล้วค่ะ
นายก : 2 เดือน
ประชาชน : ท่านครับ ท่านต้องเข้มแข็งต่อไป ต้องสู้นะครับ พวกเราเป็นกำลังใจให้ครับ
นายก : ครับผม ขอบคุณมากครับ
ประชาชน : กระผมญาลันนันบารูมีความยินดีและก็ดีใจมากที่ท่านนายกให้เกียรติมา โครงการญาลันนันบารูเป็นโครงการที่แก้ปัญหายาเสพติดและก็ปัญหาเยาวชนที่หลงผิด
นายกเดินมอบกุญแจบ้านให้กับประชาชน
นายก : ไม่ครับคนละที่
นายก : อ่ะ หลังที่ 2
นายก : คนนี้ด้วยนิ เอาช่วยถือหน่อย ช่วยถือ อ่ะ ช่วยถือหน่อยครับ
ประชาชน: ค่ะ ก็ขอบคุณที่ท่านนายก และคณะรัฐมนตรี ที่ให้เกียรติมาในหมู่บ้านซือเลาะ และก็คอยมาช่วยเหลือพวกเราคะ ยังเห็นพวกเราอยู่คะ แล้วก็ขอบคุณทางหน่วยงานต่างๆ ทั้งที่ต่างๆ ที่เข้ามาช่วยนะคะ ขอบคุณคะ
โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 418 เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างบ้านหนองจิก จังหวัดปัตตานี ถึงบ้านท่าสาปจังหวัดยะลา
นายก : ผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ทุกๆฝ่ายทุกๆคน ที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างถนนสายนี้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 418 นั่นถือว่าเป็นสมบัติของพี่น้องประชาชนทุกคน เป็นความตั้งใจของรัฐบาลในการที่จะมอบ เส้นทางนี้เป็นของขวัญปีใหม่ ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายก เปิดป้าย ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 418
นายก : ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทุกส่วนนั่น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการยึดมั่นในแนวทางนี้แนวทางตามพระราชดำริ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และจะเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุด ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ผมทราบดีว่าหน่วยทหารพรานในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 4 มีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่จะป้องกัน แก้ไขปัญหาการก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่เนื่องจากเป็นกำลังกึ่งทหารที่ประจำอยู่ในพื้นที่ และก็มีกำลังพลส่วนใหญ่ ญาติพี่น้องมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ที่จะคอยดูแลช่วยเหลือประชาชนได้อย่างใกล้ชิดและหน่วยทหารพรานก็จะต้องเป็นกำลังหลักในการดูแลความเรียบร้อยการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป
ทหารพราน : ตอนแรกๆ ที่มาเขาไม่ต้อนรับเราเลย นะครับ แม้แต่น้ำก็ไม่ให้กิน คุยก็ไม่พูดคุย แต่พอทหารเข้าไปอยู่พื้นที่แล้ว ผมเคยคุยกับชาวบ้านเสมอ ว่า เราไม่ได้เข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวบ้านแต่สิ่งไหน ที่ชาวบ้านเห็นว่าดีสิ่งไหนที่ชาวบ้านต้องการเราก็เข้ามาช่วยเสริมช่วยกระทำตรงนี้นะครับ
ชาวบ้านมุสลิม : ภูมิใจตั้งแต่เริ่มได้โครงการ แม้กระทั่ง ชีวิตสุดท้ายตอนนี้ของหน่วยทหารตอนนี้คือ รักษาตากับทำฟันคะ จากชาวบ้านทั้งหมดอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลาเมื่อก่อนกับทหารไม่มีใครดูหรอก
ทหารพราน : จากที่ไม่เคยได้กินน้ำ ไม่เคยพูดคุยนะครับ เหมือนกลุ่มแม่บ้าน นะครับ เหมือนประธานกลุ่มแม่บ้านแล้วก็ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่เนี้ย บอกว่าทหารไม่ไช่เป็นที่พึ่งของชาวบ้านอย่างเดียว นะครับ
ชาวบ้านมุสลิม : ตอนนี้ทหารให้เรามีวิชาการให้เราเป็นผู้นำ ให้ทุกอย่าง อยากให้ประชาชนทั้งประเทศให้เขาเข้าใจเถอะ เข้าใจว่าทหารลงมาช่วยจริงๆ
นายก : แต่นอกเหนือจากเรื่องการพัฒนาแล้วยังมีกิจกรรมหรือโครงการพิเศษ อีกหลายโครงการเช่นในเรื่องของสาธารณสุข
แพทย์ : คือต้องยอมรับว่าในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีผู้ป่วยที่เป็นต้อกระจก ที่ยังไม่ได้เข้าถึงบริการของรัฐอีกจำนวนหนึ่งพอสมควร เนื่องจากเรายังขาดแคลนจักษุแพทย์ที่มาอยู่ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้โอกาสนี้ที่เราได้จักษุแพทย์มาจากกรุงเทพมาช่วยรณรงค์ผ่าตัดต้อกระจกให้กับพ่อแม่พี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ถือว่าเป็นความโชคดี เป็นโครงการแสงแห่งความหวัง เนื่องในเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินีนะครับ ซึ่งเราได้รับงบประมาณได้รับการสนับสนุนส่วนหนึ่งจากทหารนะครับร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขของเรา
ชาวบ้านมุสลิม : ภูมิใจ ดีใจ กับโครงการนี้คะ ก็คือความภาคภูมิใจของเขา
แพทย์ : เป็นคนไข้ต้อกระจกซึ่งเราทำไว้แล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนเดือนสิงหาคม เนื่องใน 12 สิงหามหาราชินีแล้วก็เราจะทำครั้งหนึ่งในวันที่ 18 22 มกราคม นี้ครับ เพราะคนไข้ต้อกระจกเกือบทั้งหมดก็จะเป็น 2 ข้าง เวลาผ่าตัด เราก็ต้องผ่าตัดทีละข้าง
นายสุเทพ ฯ : ยินดีด้วยนะครับ แจ๋วเลยใช่ไหม ผมทำมาแล้ว สองข้าง แต่เสียข้างละ 40,000 แล้ว
นี้เสียข้างละเท่าไร
ชาวบ้านมุสลิม : ฟรี (หัวเราะ)
สำหรับโครงการฟาร์มตัวอย่างนั้นเป็นพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถที่ทรงห่วงใยพสกนิกรตั้งแต่ปี 2549 นี้แระครับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบซึ่งเป็นพี่น้องทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม ได้มาถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือให้มีงานทำและอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
นายก ฯ ทักทายเด็ก : หวัดดีครับมาช่วยงาน หรืออะไรครับ (หัวเราะ)
ในจังหวัดยะลานั้น มีโครงการฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริ จำนวนทั้งสิ้น 3 ฟาร์ม ซึ่งได้รับความกรุณาจากทางรัฐบาลที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ตามพระราชดำริดังกล่าว ได้จัดทำฟาร์มตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้แผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยใช้รูปแบบและแนวทางของพระองค์ท่านในลักษณะของโครงการขยายผล เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 5 แห่ง พื้นที่จังหวัดยะลาจำนวน 1 แห่ง พื้นที่ทุ่งตะแบ อ.รามัน จังหวัดนราธิวาส 3 แห่ง พื้นที่อำเภอเมือง อำเภอยี่งอ และอำเภอสุไหงปาดี และที่จังหวัดปัตตานีจำนวน 1 แห่ง คือ ที่อำเภอมายอ โดยใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง ในปี 2553 ปี 2555 จำนวน 182 ล้านบาท
นายก : สวัสดีครับ หวัดดีครับ หวัดดีครับ
align=Center>นายก จับมือกับชาวบ้าน
นายก : ขอให้เข้มแข็งทุกคนนะ มีความสุขตลอดไป
ที่ว่าการอำเภอสายบุรี
นายก : พี่น้องบ้านปาตาบาระ พี่น้องชาวสายบุรี ชาวปัตตานีที่เคารพรัก ทุกท่านครับ วันนี้ผมและคณะได้เดินทางมาเยี่ยมพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะก็คือมาติดตาม ในเรื่องของนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ได้มุ่งสร้างความสงบสุข ความสันติสุขในพื้นที่ ผ่านกระบวนการของการพัฒนาและการอำนวยความยุติธรรม ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ได้มาให้การต้อนรับ คณะ และได้พบปะ ทักทายกันด้วยความอบอุ่น พี่น้องที่เคารพครับ ผมมาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกครั้งมีความรู้สึกเสมอว่าที่จริงแล้วพื้นที่ตรงนี้ มีความอุดมสมบูรณ์ และพี่น้องประชาชนที่นี้ เป็นกำลังสำคัญในการ ที่จะพัฒนาประเทศ และพัฒนาความเป็นอยู่ของตัวเอง และชุมชนได้ ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งในการร่วมมือกับรัฐบาล ผลักดันโครงการต่างๆ ภายใต้นโยบายที่เป็นแผนพัฒนาพิเศษของพื้นที่ภายใต้ปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่จะนำไปสู่สันติสุข และประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี้ อย่างเสมอภาคและถ้วนหน้า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งครับ สวัสดีครับ
บรรยากาศ บน รถ
ทั้งหมดก็เป็นภารกิจใน 1 วันนะครับ ที่ผมและคณะได้เดินไป ใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากจะสรุปในภาพรวมนะครับ ว่า รัฐบาล ชุดนี้เนี้ย มีความเชื่อว่า กระบวนการที่จะนำความสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่ได้ ก็ คือ กระบวนการพัฒนา การอำนวยการความยุติธรรม และที่สำคัญที่สุดก็คือการให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
จะเห็นได้ว่า วันนี้ ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นงานที่ เราเห็นในด้านของการพัฒนาชุมชน จะเป็นที่บ้าน ซือเลาะ จะเป็นหมู่บ้านที่ทำการประมง การทำประชาคม การมีส่วนร่วมของประชาชน กำลังให้คำตอบกับประชาชนในหมู่บ้านนั้นๆ ว่าจะสามารถพัฒนาอาชีพ จะแสวงหาโอกาส จะนำพาความเจริญ มาสู่ชุมชนและพื้นที่ของตัวเองได้อย่างไร และจากการทำงานที่ประสบความสำเร็จนั้น ก็ต้องมีความร่วมมือจากทั้งประชาชน และจากเจ้าหน้าที่ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร เราได้เห็นการผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลจะต้องเดิน หน้าสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งวันนี้เห็นได้ชัดว่า กองทัพพร้อมที่จะเข้ามาทำงานนี้เพื่อสนองตอบความต้องการของพี่น้องประชาชน เราได้เห็น การทำงานของทหารพรานซึ่งได้มีกิจกรรมมากมาย ในการที่จะเชื่อมโยงกับมวลชนในพื้นที่ และผมก็ได้ย้ำครับ ว่า การสร้างความไว้วางใจ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และการปฏิบัติ อยู่ในกรอบของกฎหมาย การเคารพสิทธิ และศักดิ์ศรีของเพื่อนร่วมชาติด้วยกัน คือ แนวทางที่จะนำความสงบสุขกลับมาได้ และแน่นอนที่สุดครับ ฟาร์ม ตัวอย่าง ตามแนวพระราชดำริ และ เป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนีนาถ เป็นรูปธรรมของการที่รัฐพยายามที่จะสร้าง โอกาสให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ดูแลความเป็นอยู่ให้ ดี เสมอภาค ถ้วนหน้า ทั่วประเทศ การทำงานในเรื่องของการแสวงหาความสันติสุขใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังต้องทำงานหนักอีกต่อไป และมีอีกหลายเรื่องจะเป็นเรื่องของกฎหมาย จะเป็นเรื่องของการปฏิบัติ จะเป็นเรื่องของนโยบายที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอยู่ตลอดเวลา แต่ผมเชื่อมั่นว่า ที่ได้เห็น งาน ที่ได้เริ่มต้นทำมาใน 1 ปี ที่ผ่านมา นี้ เราได้เดินไปในแนวทางที่กำลังแสวงหา ความร่วมมือ และความไว้วางใจ ของพี่น้องในพื้นที่ ซึ่งคือ กุญแจสำคัญ ในการนำนโยบายสันติสุข นั้น ไปสู่ความสำเร็จได้ครับ
เพลง ปักษ์ใต้บ้านเรา วง แฮมเมอร์
พิธีกรหญิง : สวัสดีค่ะ กลับเข้ามาในช่วงท้ายของรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์ นะค่ะ วันนี้ดิฉัน เขมสรณ์ หนูขาวค่ะ ได้มีโอกาสมานั่งสนทนากับท่านนายกค่ะ ถึงประเด็นในเรื่องของปัญหาความไม่สงบ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ แต่ วันนี้ไม่ได้มาคนเดียว มีผู้ร่วมดำเนินรายการอีก 3 ท่าน นะค่ะ ซึ่งก็ต้องบอกว่า เป็น ผู้ที่ติดตาม สน ใจ และก็ ศึกษา เรื่องของปัญหา ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ อย่างใกล้ชิด ขออนุญาต แนะนำ ผู้ร่วมดำเนินรายการก่อนนะค่ะ ท่านแรกค่ะ คุณ อนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ พี่เปี๊ยก เป็นสื่อมวลชนอิสระ และก็ ติดตามเรื่องของภาคใต้มาโดย ตลอดเกือบ 20 ปีแล้วนะค่ะ
นอกจากนี้ยังมี อีก2 ท่านค่ะ เรา ลิงค์ ตรงมาเลยนะค่ะ จากที่ หาดใหญ่ เป็นผู้ที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่ และก็ เข้าใจปัญหา อย่างแท้จริงนะค่ะ คุณมูฮัมหมัด อายุปาทาน ค่ะ จากดิปซาวอทท์สู่ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และ สุพจน์ จริงจิตร จากหนังสือพิมพ์โฟกัส ภาคใต้นะค่ะ
พิธีกร : ค่ะ สวัสดี ท่านนายกนะค่ะ
นายกรัฐมนตรี : สวัสดีครับ
พิธีกรชาย : สวัสดีครับ
พิธีกรหญิง : ทางนู้นอาจจะดีเลย์นิดหนึ่งนะค่ะ ทางหาดใหญ่ก็ ลิงค์ตรงสดมาเลยนะค่ะ ก่อนอื่นต้อง ขอ อนุญาตพูดถึงภาพรวมก่อน ค่ะ ก่อนหน้านี้ท่านนายก พูดมาค่อนข้างชัดเจนในการแถลง ผลงานของรัฐบาล ว่า ยัง ไม่ค่อยพอใจเท่าไร ในเรื่องของการแก้ปัญหาภาคใต้ ถ้าอย่างนั้น ถามว่า ใน 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีมาตรการอะไรออกมามากมาย ที่เป็นรูปธรรม ในการแก้ปัญหาภาคใต้ค่ะ
นายกรัฐมนตรี : คือ ผมอยากให้เข้าใจครับ ว่า ความไม่พอใจก็คือว่า ข้อเท็จจริงก็คือ ยังมีความรุนแรง อยู่นะครับ
พิธีกรหญิง : ค่ะ
นายกรัฐมนตรี : แม้ว่า เหตุการณ์ ความรุนแรงเวลาเป็นตัวเลขก็จะบอกว่าลดลง 52 เทียบกับ ปี 51 อาจจะลดลงเล็กน้อยนะครับ แล้วก็ 51 เมื่อ เทียบกับ 50 ก็ ลดลงนะครับ จากการทำงานของรัฐบาลก่อนหน้า และก็เจ้าหน้าที่ทางด้าน ฝ่ายความมั่นคง แต่ ว่า ที่ผมบอกว่า ยังไม่พอใจก็ คือ ว่า ความรุนแรงยังอยู่ในระดับที่เราไม่ควรจะยอมรับ
พิธีกรหญิง : ค่ะ
นายกรัฐมนตรี : ขณะเดียวกัน เนี้ย ต้องยอมรับด้วยว่า ที่ สามารถลดเหตุการณ์ต่างๆ ได้ เนี้ย ส่วนหนึ่งเราต้องใช้ กำลังของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง มหาศาลนะครับ
พิธีกรชาย : ครับ
นายกรัฐมนตรี : แต่ว่า ไม่ได้หมายความว่า ใน 1 ปีเนี้ย รัฐบาลไม่พอใจว่า ทิศทางนโยบาย หรือ สิ่งที่ได้ กำลังดำเนินการอยู่ นะครับ สิ่งที่ได้ดำเนินการ ไปแล้วก็ชัดเจนนะครับ ก็ คือ
1 เรากำลัง มีการปรับปรุงกฎหมาย ในการที่จะมา บริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ก็ อยู่ในขั้น ของ กรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎร ตรงนั้นจะบูรณการชัดเจนมากยิ่งขึ้น และก็มีความรับผิดชอบทางการเมืองที่สูงขึ้น นะครับ ในแง่ของการบริหารจัดการ นโยบายนี้
ประการที่ 2 ก็ คือ ใน มีสิ่งที่เราเน้นย้ำ ทิศทางที่ปรับเปลี่ยนไป คือเน้นการพัฒนา นะครับกับการอำนวยความยุติธรรม ในส่วนของการพัฒนานั้น เราก็ได้มีการอนุมัติ แผน ที่มาจากครม. ที่ตั้งขึ้น ก็ ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ แผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมพูดว่า ปีที่ผ่านมา เราเพิ่งอนุมัติเงินไป สองหมื่นล้าน แล้วก็ พอถึง สิ้น ปี 55 เนี้ยประมาณ หกหมื่นกว่า ล้าน แต่ที่พูดเนี้ย เดี๋ยวจะมีคนบอกว่า อย่า คิดว่า เงินแก้ปัญหาได้ ถูกต้อง ครับ ผมไม่ได้บอกว่ามีเงินลงไปแล้วจะแก้ปัญหาได้ แต่ความแตกต่างที่เราได้เห็น จากการลงพื้นที่ด้วยครั้งนี้ ก็ คือ ว่า แผนครั้งนี้ เรากำหนดเป้าหมายชัดเจน ไม่ใช่บอกว่า มีเงินลงไปแล้วนั่น คือ ความสำเร็จ นะฮ่ะ ว่า ใช้เงินไปเท่าไร เรามีตัวชี้วัดที่กำหนดเอาไว้แล้ว รายได้เฉลี่ยของประชาชนต้องเพิ่มขึ้นเท่าไร พื้นที่ปาล์มจะเพิ่มขึ้น พื้นที่นาข้าวจะเพิ่มขึ้น มีการฝึกอาชีพเพิ่มขึ้น และก็ที่สำคัญก็คือ ว่า ในการไปทำงานอย่างที่เราจะเห็น 2 หมู่บ้าน นะฮ่ะที่ลงไปวันนั้นที่ นราธิวาส 1 แล้วก็ ที่ ปัตตานี 1 ก็ คือ เรามีการทำประชาคม เพื่อให้ประชาชนเนี้ย ในพื้นที่เนี้ย เป็นผู้เสนอ ว่าจะแก้ปัญหาของเขาได้อย่างไร เข้าสำรวจเลยว่า ครัวเรือนไหน นะครับ มีรายได้ ต่ำกว่า 64,000 บาท นะฮ่ะ ขั้นแรกจะเอาให้ทุกคนเกิน 64,000 ก่อน แล้วก็ จะไปถึง 120,000 ที่เป็นเป้าหมายสุดท้ายอย่างนี้ เป็นต้น แล้ว ก็รวมไปถึงว่า แก้ปัญหาเฉพาะ ไปเลย เช่น ที่ อยู่อาศัย นะฮ่ะ ที่มีการมอบบ้าน มอบอะไร ก็ มี เป็นการมีส่วนร่วม ก็ จะเห็นว่ามีการฝึกอาชีพ มีการฟื้นฟูเยาวชนที่ มีปัญหายาเสพติด อย่างนี้เป็นต้น
เพราะตรงนี้ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ดี ที่สำคัญเนี้ย สุดท้าย ก็ คือ ว่า เรากำลังปรับแนวทางที่พูดถึงเรื่องความยุติธรรมบทบาทความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ กับประชาชนกับ นะครับ บทบาทที่เราเห็นทหารช่างทำถนนซึ่งค้างมาหลายปีเนี้ยเสร็จ บทบาทของทหารพรานที่จัดกิจกรรมพิเศษนะครับ จริงๆนอกเหนือจากเรื่องปลาเนี้ยนะครับ ปรากฏว่าที่นั้นกลายเป็นที่ยอดนิยมสำหรับ คนที่เป็นชิคุนกุนยา แล้วก็มารักษา ก็เป็นบริการที่จัดให้ก็สร้างความไว้วางใจที่ดีขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน
ส่วนปัญหาการละเมิดสิทธิ์เนี้ย ครม.ก็ได้มีมติไปสอง สามครั้งนะครับ ปรับปรุงกระบวนการในเรื่องของการร้องเรียน โดยเฉพาะทุกครั้งที่จะมีการต่ออายุพระราชกำหนด นะครับ จะมีการทำการประเมินแล้วก็มองดูว่ามีจุดอ่อนตรงไหน ในแง่ของการไปใช้ กฎหมายในทางที่ผิด ปัจจุบันจะมีกลไกใหม่เข้ามาในเรื่องของการร้องเรียนระบบการบันทึกเกี่ยวกับการใช้อำนาจ แล้วสุดท้ายก็ คือ ว่า ใน 4 อำเภอของสงขลา ซึ่งก็เป็นส่วนที่เป็นส่วนหนึ่ง ของปัญหาด้วยนอกจาก ใน 3 จังหวัดเนี้ย เราได้เริ่มทดลองโดยการเอากฎอัยการศึกออก เอากฎหมายความมั่นคงซึ่งเบากว่าเยอะเนี้ย เข้าไปแล้วก็ต้นปีนี้ช่วงเดือน สองเดือนนี้ ผมจะเอามาตรา 21 ของกฎหมายความมั่นคงมาดู ซึ่งจะเป็นวิธีการในการที่จะดึงคนที่ถือว่าหลงผิดเนี้ยนะครับ เข้าไปร่วมอยู่ในกระบวนการ กลับเข้ามาซึ่งกฎหมายความมั่นคงเนี้ยเปิดช่องได้ ถ้าเราทำตรงนี้แล้วก็เริ่มไปด้วยดีเนี้ย ผมก็จะเอาตัวเนี้ยไปใช้กับ 3 จังหวัดอีกทีหนึ่ง ซึ่งขณะนี้มีทั้งกฎอัยการศึก และ พรก.ด้วย
พิธีกรชาย: คือดูเหมือนรัฐบาลเดินหน้าในเรื่องของแนวทางในการพัฒนาลดการใช้กำลังทางทหาร ที่ท่านนายกได้ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ ว่าจะลดจำนวนทหารกำลังทหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้มันเป็นสัญญาณว่าสถานการณ์มันดีขึ้น หรือมันเปลี่ยนในเรื่องของในเชิงนโยบาย
นายกรัฐมนตรี: คือมันสองส่วน สองส่วนน่ะครับ สัญญาณว่าดีขึ้นก็ดีขึ้น แต่อย่างที่ผมบอกครับว่าตัวเลขมันไม่ได้ดีขึ้นมาก แต่ว่าสัญญาณที่เราต้องการจะส่งไปด้วยก็คือ ว่าเราต้องการจะแสดงให้เห็นว่าเป้าหมายสุดท้ายเนี้ย ไม่ใช้ว่าเราบอกว่า เหตุการณ์ลดลง แต่ว่ากองกำลังของเราไปอยู่ที่นั้นนี้ตอนนี้หลายหมื่น เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เราต้องการลดเหตุการณ์ และลดกำลังด้วยนะครับเพื่อจะเป็นตัวยืนยันว่านั้นแหละ คือการที่จะทำให้พื้นที่ตรงนั้นเนี้ย เข้าสู่ภาวะปกติอย่างแท้จริง
พิธีกรหญิง : ก็คือเหมือนท่านนายกฯ เคยบอกว่าการเมืองนำการทหาร ยังเน้นตรงนั้นอยู่
นายกรัฐมนตรี : ถูกต้องครับอันเนี้ยคือรูปธรรมของการเมืองนำการทหาร แน่นอนนะครับใครที่อยากจะเห็นมันที่เร็วกว่านี้เนี้ย อาจจะเห็นว่ามัน ยังไม่ใช่ แต่ผมบอกว่าเรื่องเหล่านี้เนี้ย มันไม่ใช่ง่าย เพราะว่าในขณะที่ฝ่ายหนึ่งอาจจะมองว่ากองกำลังฝ่ายความมั่นคงที่อยู่ตรงนั้นแล้ว มีปัญหาการละเมิดสิทธิ์ ซึ่งมีบ้างนะครับ แต่ว่านโยบายนี้ชัดนะครับ แต่เราบอกว่าคนจำนวนมากเนี้ยอาจจะมีออกนอกแถวไปก็มีบ้าง แต่ขณะเดียวกันน่ะครับ ก็ต้องไม่ลืมชุมชนอีกหลายชุมชนที่เขาก็มีความรู้สึกว่าเขาก็มีความจำเป็นต้องการที่จะให้มีกองกำลังอยู่ตรงนั้น ให้เขาอุ่นใจ มันก็มีความเห็นที่หลากหลาย ซึ่งเราก็ต้องค่อยๆ ทำไปในทิศทางแต่ว่าทิศทางที่เรากำหนดเนี้ยมันชัด และเราดำเนินการต่อเนื่องแน่นอน
พิธีกรหญิง : ค่ะขออนุญาตไปทางศูนย์ข่าวที่ทางหาดใหญ่ด้วยน่ะค่ะเ ชิญทางคุณอายุปและคุณสุพจน์ได้เลยค่ะ
พิธีกรที่หาดใหญ่ : สวัสดีครับท่านนายกครับ ผมมีประเด็นที่ท่านนายก จะพูดถึงว่า ประเด็นการเมืองนำทหารนะครับ คือผมอยากคุยในประเด็นที่ว่า เรา ประเด็นการเมืองนำการทหาร เนี้ย ไม่ทราบว่า ทางรัฐบาลส่งสัญญาณ ชัดเจนไหมครับ ระหว่าง ทหาร ตำรวจ และพลเรือนว่าจะต้อง เดินนโยบายการเมืองนำการทหาร ด้วยวิธีปฏิบัติจริงๆ ไหมครับในภาคใต้
นายกรัฐมนตรี : ส่งสัญญาณชัดเจนครับ จริงๆแล้วผมประชุมกับทางผู้บัญชาการเหล่าทัพ แล้วก็ผู้บัญชาการตำรวจ แล้วก็ประชุมกันในกรอบของ กอ.รมน. บ้าง ครม.ภาคใต้บ้างนะครับ สมช. บ้าง เราได้พูดชัดเจนถึงทิศทางนะครับ แล้วก็ผมได้เน้นย้ำครับว่าการที่เรามีกฎหมายพิเศษอยู่ แล้วมีการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษเนี้ยครับ การตรวจสอบ การเอาจริงเอาจัง กับข้อร้องเรียนต่างๆเนี้ย จำเป็นต้องทำนะครับ ซึ่งทางผู้บัญชาการเหล่าทัพ ทางผู้บัญชาการตำรวจนะครับ หัวหน้าส่วนราชการต่างๆเนี้ยนะครับ เห็นด้วยกับแนวทางนี้ แล้วก็ยืนยันกับผมครับว่าจะต้องปรับปรุงในเรื่องนี้ว่าไม่ต้องการที่จะให้เรื่องเหล่านี้มาเป็นเหยื่อของฝ่ายตรงข้ามในการที่จะนำไปขยายผลครับ
พิธีกรที่หาดใหญ่ : ครับท่านนายกอีกประเด็นเนี้ย 6 ปีมาเนี้ย ถ้าดูตามข้อมูลเนี้ย มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บเนี้ย บาดเจ็บประมาณ 6,000 เสียชีวิตเนี้ย 4,000 คน เหตุการณ์ ก็ประมาณเกือบหมื่นน่ะครับ ที่นี้มีคนพิการผู้เสียชีวิตเนี้ย เยอะมากในภาคใต้ ทั้งตำรวจ ทั้งทหาร ทั้งประชาชนผู้บริสุทธ์นะครับ ผมว่าแนวคิดเรื่องของการจะเยียวยา ในการดูแลคนเหล่านี้เนี้ยในอนาคตต่อไป เพราะว่าการเยียวยาเป็นเรื่องระยะยาวเนี้ย รัฐบาลมีแนวคิดอย่างไรบ้างครับ
นายกรัฐมนตรี: ในส่วนของการเยียวยาเนี้ยน่ะครับจะมีคณะกรรมการซึ่งดูแลเรื่องนี้ แล้วก็ ปีที่ผ่านมาเนี้ย ได้มีการขยายหลักเกณฑ์ในเรื่องเยี่ยวยา พอสมควรนะครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้เนี้ย บางทีการจำกัดความน่ะครับว่าใครจะมีสิทธิ์ได้รับการเยียวยา อาจแคบไป ก็มีการขยายแล้วผมก็ยังให้นโยบายพิเศษด้วย อย่างเช่นคนที่ประสบกับเหตุการณ์เนี้ยน่ะครับ แล้วก็ลูกต้องประสบปัญหาในขณะนี้ก็กำลังให้นโยบายไป ที่จะไปดูว่าควรจะให้ทุนการศึกษานะครับตลอดทาง ไม่ใช่เยียวยากันเฉพาะพอหลังเหตุการณ์แล้วก็จบกันไป ซึ่งในขณะนี้ท่านรองสุเทพ กำลังดำเนินการที่จะนำเรื่องนี้เสนอต่อ ครม.ครับ เพราะฉะนั้นเรื่องการเยียวยาจะทำ นอกจากนั้นเนี้ย มันคงไม่ใช่ เฉพาะของการชดเชยเรื่องเงิน นะครับ แต่ว่าเรื่องของโครงการกิจกรรมต่างๆ ที่จะพูดง่ายๆ ก็คือรักษาแผลนะครับ และสิ่งสำคัญที่เราจะต้องตระหนักก็คือว่า ถ้าเราไม่มีกระบวณการในการสร้างความสัมพันธ์ ความสมานฉันท์ เนี้ย ความสูญเสียแต่ละครั้ง อาจจะนำมาสู่ความโกรธแค้นนะครับ ซึ่งก็จะทำให้วงจรของความรุนแรงก็จะมากขึ้นไม่จบ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะต้องมีการดำเนินการเป็นลักษณะของโครงการที่จะช่วยเยียวยาในลักษณะนี้ด้วยครับ
พิธีกรที่หาดใหญ่ : ครับ อีกประเด็นหนึ่งที่จะดูในภาคใต้เนี้ย ถ้านายกฯ ลงพื้นที่ ท่านนายกฯ พูดบ่อยในกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ประเด็นก็คือในพื้นที่ตอนนี้เนี้ย มีภาคประชาสังคมทำงานอยู่ในพื้นที่เยอะมาก ผมคิดว่ารูปธรรมที่ชัดเจนที่จะให้ภาคประชาสังคม หรือประชาชน ถ้าเรามีส่วนร่วมจริงๆ ในการแก้ปัญหาเนี้ย มันควรจะเป็นอย่างไรครับ เพราะว่าท่านนายกฯ พูดถึงกระบวนการมีส่วนร่วมตลอด มีช่องทางอย่างไรในการมีส่วนร่วมตรงนี้ครับ
นายกรัฐมนตรี: มีหลายทาง และในขณะเดียวกันก็มีหลากหลายรูปแบบนะครับ สิ่งที่เราไปทำอยู่ขณะนี้เนี้ย โดยเฉพาะเศรษฐกิจระดับชุมชนเนี้ย ก็คือทั้งชาวบ้านทั้งองค์กรเอกชน แล้วก็หน่วยงานของรัฐเข้าไปได้ อย่างเช่น เรื่องที่อยู่อาศัยเนี้ยนะครับ พช. ก็ต้องเข้าไปช่วยนะครับ อย่างที่เราทำเรื่องบ้านมั่นคง หรือที่เราเห็นภาพว่ามีการมอบบ้านเมื่อสักครู่นี้นะครับ กรณีของที่ทำกินนะครับ เทือกเขาบูโดก็มีการออกเอกสารสิทธิ์ไปให้ แล้วเราก็พยายามดูในเรื่องของโฉนดชุมชน ซึ่งเรื่องของโฉนดชุมชนเดินไม่ได้ถ้าเกิดภาคประชาชนไม่เข้ามาร่วมด้วย อันนี้ก็จะทำ ขณะเดียวกันเนี้ย การมีส่วนร่วมในด้านอื่นๆ เช่นการติดตามตรวจสอบการส่งข้อมูลผมยินดีและก็จะพยายามเปิดช่องทางให้มากขึ้น
ห้องส่งสงขลา : สวัสดีครับท่านนายก ขออนุญาตถามท่านนายกฯ นิดหนึ่ง เพราะว่าท่านพูดถึงเรื่อง การเมืองนำการการทหาร แต่ถ้าเราดูการจัดงบประมาณตั้งแต่ปี 2547 จนถึง 2552 นี้ แสนกว่าล้าน แสนเก้าพันกว่าล้าน เป็นที่น่าสังเกตว่างบประมาณที่มันกำลังจะตอบโจทย์เรื่องการเมืองนำการทหารได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยมาก อย่างกระทรวงยุติธรรม โครงการเสริมสร้างความยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นความต้องการของคนในพื้นที่แสนกว่าล้าน ได้รับการจัดสรรแค่ 6 แสน 6 หมื่นล้าน ใน 3 จังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา , กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีหน้าที่ในการฟื้นฟูทรัพยากรซึ่งเป็นฐานชีวิตของชาวบ้าน 5 6 ปี แสนกว่าล้านได้แค่ 3 ล้าน 5 แสน 3 หมื่นบาท , กระทรวงแรงงาน ซึ่งเมื่อกี้ท่านนายกฯ บอกว่าจะพัฒนาฝีมือแรงงานก็ได้แค่ 38.68 ล้านบาท , พอมาดูกระทรวงศึกษาธิการดูเหมือนจะได้เยอะแต่ปรากฏว่าเป็นงบก่อสร้างอาคาร , แล้วมาดูกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งก็ดูว่าจะได้เยอะ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของกรมชลประทาน ในขณะที่ สปก. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเรื่องที่ต้องกิน ที่อยู่อาศัย ก็ได้แค่ 11.4 ล้านบาท จากแสนกว่าล้าน , กระทรวงมหาดไทย ใช้งบประมาณค่อนข้างได้สูง 1 หมื่น 9 พันกว่าล้าน ใช้เกลี้ยงเลย ส่วนใหญ่ก็ผ่านองค์กรปกครองท้องถิ่นเกือบหมดเลย , กรมที่ดินซึ่งดูแลเรื่องโฉนด เรื่องการที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ที่ไปตอบโจทย์ตรงนั้นกลับได้แค่ 5 ล้าน 5 แสน 6 หมื่นบาท ซึ่งมาดูตัวเลขแบบนี้แล้วผมไม่แน่ใจว่าถ้าการจัดสรรงบประมาณที่ผ่านมาเนี้ย คงไม่น่าจะไปตอบโจทย์ การเมืองนำการทหาร แล้วในส่วนของการใช้งบ ไทยเข้มแข็ง ของนายกฯ จะทำอย่างไร เพราะว่ายังใช้ฟังก์ชั่นเดิมคือผ่านกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ
นายก : ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับอาจจะทำความเข้าใจให้ปรับตรงกันสักนิดหนึ่ง การเมืองนำการทหาร คือหมายความว่า เราถือว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่การเมืองจะต้องเอานโยบายนำเข้าไปแก้ ซึ่งจะตรงข้าม ขออนุญาตซึ่งจริงๆ ไม่อยากจะพาดพิงรัฐบาลเก่า คือรัฐบาลเก่าพูดชัดเจนเลยว่าปัญหานี้เป็นปัญหาตำรวจ ทหาร ไปแก้ไข อดีตนายกฯ เคยพูดชัดเจน ผมบอกเราทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่คำถามว่างบประมาณใช้ผ่านช่องทางไหน อย่างไร เพื่อตอบสนองนโยบายตัวนี้นี่ มันจะต้องเป็นขั้นเป็นตอนของมันไป ผมยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมเลยก็ได้นะครับว่า ถนนที่ผมไปเปิดนี่ ยะลา ปัตตานี เดิมงบของกรมทางหลวง ถูกไหมครับ ปรากฏว่าในที่สุดทำไม่ได้ ทำไม่ได้เพราะอะไร เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดปัญหาขึ้นกับผู้รับเหมา ผู้รับเหมาก็ทิ้งงาน ในที่สุดก็ไม่สามารถทำงานได้ ทำได้ 25 เปอร์เซ็นต์ ถามว่า การเมืองนำการทหาร ขณะนั้น ผมเป็นคนเสนอนะครับ แต่ว่าทางรัฐบาลท่าน พล.อ.สุรยุทธ์ ท่านอาจจะตัดสินใจโดยไม่เกี่ยวกับข้อเสนอของผมก็ได้ ท่านก็บอกเอาทหารเข้าไปทำสิ ผมเห็นด้วยตั้งแต่ตอนนั้น เพราะผมเห็นว่า
1. จะทำให้เกิดความสำเร็จของงาน
2. เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทหารกับประชาชน
สุดท้ายเราก็ต้องจัดงบให้ทหารช่าง ถูกไหมครับ เข้าไปทำ จนทหารช่างทำเส้นทางนี้สำเร็จ การที่งบประมาณไปอยู่กับทหารช่าง ผมไม่ได้มองว่าขัดกับการที่บอกว่า การเมืองนำการทหาร เช่นเดียวกันขณะนี้ต้องยอมรับว่าในหมู่บ้านหลายร้อยหมู่บ้าน การทำงานพัฒนาหลายเรื่อง ถ้าไม่เอาทหารเข้าไปบอกกันตรงๆ ครับว่าเข้าพื้นที่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นในขั้นนี้ยังเป็นขั้นที่ทางบทบาทของ สอ.บต. ก็ดี ทหาร ก็ดี หรือกลไกของ กอ.รมน. ซึ่งผมอยากจะย้ำนะครับว่าหลักของ กอ.รมน. ไม่ใช่เฉพาะทหารแต่เป็นการบูรณาการทหาร ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายปกครอง เรายังต้องอาศัยกลไกเหล่านี้มากพอสมควร เพราะกลไกของกระทรวง ทบวง กรม ตามปกติ พบว่าทำงานได้ยากในหลายพื้นที่ แต่เมื่อเข้าไปแล้วผมไม่ได้ต้องการให้ เข้าไปแล้วแบบถาวร ผมจึงมีนโยบายชัดเจนว่ากำลังของทหารเอง เป้าหมายคือเราลด และพอเข้าไปได้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ กำลังเริ่มถอนมาได้ หน่วยงานปกติเข้าไปได้ ผมว่าเราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง ของงบประมาณ และการใช้บุคลากรที่ตามมาอีกขั้นหนึ่งครับ ผมไม่อยากให้มองว่ามันเป็นเรื่องขัดกันในขณะนี้ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังมีบทบาทสูงกับการที่เรากำลังพูดถึงเรื่องการเมืองนำการทหาร
พิธีกรหญิง : อย่างที่ท่านนายกบอกแบบนี้
ห้องส่งสงขลา : แปลว่าท่านนายกฯ จะใช้ฟังก์ชั่นใหม่ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะทราบก็คือ เราจะจัดการเรื่องงบประมาณอย่างไรเพื่อไปตอบสนองนโยบายของรัฐในการแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและตรงเป้า และสามารถใช้การเมืองนำการทหาร จะใช้ทหารก็ไม่แปลก แต่มันต้องไปตอบโจทย์เรื่องการเมืองนำการทหาร
นายก : โจทย์ที่เราตั้งขณะนี้นะครับก็เป็นโจทย์ที่มาจากแผนที่เราทำขึ้นเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจน อย่างที่ผมยกตัวอย่างไปสักครู่ว่าเขาต้องไปสำรวจเลยแต่ละหมู่บ้านว่ารายได้ของคน ครัวเรือนที่ต่ำกว่า 6 หมื่น 4 พันบาทตอนนี้ อยู่ที่ไหน อย่างไรบ้าง จะแก้ไขอย่างไร จะนำมาฝึกอาชีพ หรือจะเรื่องการศึกษา ขณะนี้ สช. ก็ไปตั้งขึ้นอะไรอย่างนี้ ก็จะทำ ผมน้อมรับนะครับ ผมก็ทราบว่าเสียงวิจารณ์ในเรื่องงบตรงนี้ยังมีพอสมควร แล้วก็ได้กำชับอยู่ในการประชุมของ ครม. ภาคใต้ แล้วก็ กอ.รมน. ด้วยครับ ผมก็ต้องขอขอบคุณที่ตั้งข้อสังเกตแล้วก็จะระมัดระวังนะครับ เพราะผมก็รู้ว่าอย่างที่ผมพยายามอธิบายนะครับมันเป็นขั้นเป็นตอนไป บางทีเข้าไปแล้วถอนยาก อันนี้ผมเข้าใจ แต่จริงๆ แล้วเป้าหมายของเราก็ชัดเจนก็คือต้องเข้าไปให้ได้ก่อน และเสร็จแล้วเราก็จะเอาหน่วยงานต่างๆ ที่เป็นหน่วยงานปกติเข้าไปทดแทนให้ได้ นั่นคือความสำเร็จ ถ้าเข้าไปแล้วถอนไม่ได้นั่นไม่ใช่ความสำเร็จ อันนี้ผมตระหนักดีครับ
พิธีกรชาย : นโยบายสำคัญที่ทางรัฐบาลชุดนี้พูดถึงนั่นก็คือเรื่องการอำนวยความยุติธรรมที่ท่านนายกพูดถึงมาตรา 21 ใน พรบ.ความมั่นคง ซึ่งมันยังไม่เกิดขึ้น หมายถึงยังไม่ได้ใช้นะครับ แต่ว่าสิ่งที่มันยังปรากฏอยู่เป็นเงื่อนไขอย่างเรื่องของกรณีตากใบ แล้วกรณีที่มีคนร้ายเข้าไปกราดยิงมัสยิดไอปาแย ซึ่งถ้าเข้าไปดูในยูทูป มันก็ยังมีภาพเหล่านี้ แล้วก็มีคนเข้าไปชมกันเป็นหมื่นเหมือนกัน มีการทำเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเงื่อนไข รัฐบาลจะเร่งทำเรื่องนี้อย่างไรในทั้ง 2 กรณีนี้ เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกว่าชาวบ้านนั้นมีความยุติธรรมจับต้องได้
นายก : คือกรณีของตากใบ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการของศาลนะครับ แล้วยังมีในกรณีอื่นๆ ด้วย ซึ่งผมก็ยืนยันว่าพยายามติดตามอย่างเต็มที่ อย่างก่อนหน้านี้ก็จะมีกรณีของอิหม่ามท่านหนึ่งด้วย ซึ่งต่อมาศาลก็ได้วินิจฉัยว่าเสียชีวิตระหว่างที่อยู่ในการควบคุมตัว ก็ต้องเดินต่อ แต่ว่าตามกฎหมายเราก็ไป ป.ป.ช. เรื่องก็อยู่ที่ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งผมเข้าใจดีว่าพอเรื่องเหล่านี้ช้าก็มีการหยิบไปเป็นเงื่อนไข แต่ว่าพูดด้วยความเป็นธรรมนะครับ มันไม่ได้ช้าเฉพาะคดีทีเกี่ยวกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็ทราบว่าเรื่องพอไป ป.ป.ช. ไปศาลใช้เวลา แล้วก็บังเอิญหน่วยงานเหล่านี้เป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องทำให้ได้คือเรื่องไอปาแย ไอปาแยพูดกันตรงๆ ก็คือว่าพอเกิดเหตุขึ้นก็มีคนตั้งข้อสงสัยว่ามันเกี่ยวข้องกับทางเจ้าหน้าที่หรือไม่ คือต้องแยกนิดหนึ่งว่า ไอปาแย ไม่เหมือนกับตากใบหรือกรือเซะ , กรือเซะ ตากใบ เป็นปฏิบัติการของภาครัฐชัดเจน ส่วนไอปาแยมันก็เหมือนอาชญากรรมที่เกิดขึ้น แต่เราไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ว่าผมก็ให้ความมั่นใจว่าไม่มีการไปโยนความผิดให้ฝ่ายอื่นหรอกครับ ใครทำต้องเจอคนนั้น สุดท้ายออกหมายจับมา ผมคิดว่าวันนี้คนในพื้นที่ไม่มีใครสงสัยว่าเราออกหมายจับโดยไปหาแพะหรือเปล่า เขาคิดว่าเราออกถูกคน ปัญหาเวลานี้คือจับตัวมาให้ได้ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตอยู่ว่าที่จับไม่ได้เพราะอะไร ซึ่งผมขอยืนยันนะครับว่าตลอด 2 3 เดือนที่ผ่านมาผมจี้เกือบทุกสัปดาห์ว่าพยายามตามตัวมาให้ได้เพราะผมรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญ แล้วก็มีเบาะแส มีอะไรเพิ่มขึ้นแล้ว ผมคิดว่าถ้าได้จะเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญว่าภาครัฐเอาจริงเอาจังกับเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจแล้วก็ความรู้สึกที่ไม่ดีกับประชาชนในพื้นที่
พิธีกรหญิง : นอกจากเรื่องของการเมือง เรื่องของการทหาร ก็ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความแตกต่างเรื่องของการนับถือศาสนา อย่างตัวดิฉันเองนับถือศาสนาอิสลาม เป็นมุสลิมเหมือนกัน ดังนั้นถ้าถามว่าจะมีนโยบายเรื่องของศาสนาเข้าไปช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายปัญหาได้ไหมคะ
นายก : คือว่าจริงไม่ใช่เฉพาะมิติของศาสนา ความหลากหลายก็มีเรื่องภาษา เรื่องวัฒนธรรมโดยทั่วๆ ไป และหลักที่รัฐบาลยืนยันก็คือว่า เราพยายามที่จะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่สามารถที่จะใช้ชีวิตในที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเชื่อของเขาได้เต็มที่ แล้วก็แก้ปัญหาอุปสรรคไป ผมยกตัวอย่างเช่น กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นปัญหาเพราะว่ามีนักศึกษา นักเรียนที่เป็นมุสลิมไม่กล้าเข้ามากองทุนนี้ เพราะว่าจะขัดกับหลักศาสนา
พิธีกรชาย : เพราะมีเรื่องของดอกเบี้ย
นายก : ปีที่แล้ว ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จก็คือว่าแยกส่วนหนึ่งมาบริหารจัดการโดยธนาคารอิสลาม อย่างนี้ก็เป็นตัวอย่าง มีข้อเรียกร้องในเรื่องของชาริอะฮ์ ก็มีการดูอยู่แล้วก็ทางกระทรวงยุติธรรมก็กำลังมีแผนในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมเพื่อที่จะสอดคล้องกับวิถีชีวิตมากขึ้น อย่างนี้เป็นต้น การศึกษาปรากฏว่าข้อเท็จก็คือในพื้นที่ความนิยมของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาสูงมาก โครงสร้าง สช. แทบจะเรียกว่าเหมือนกับเปลี่ยนไปแล้ว เลิกไปแล้ว เราก็ไปตั้งใหม่เพื่อที่จะดูแลโรงเรียนเอกชนได้มากขึ้น แล้วตอนนี้ก็ทำหลักสูตร 2 ภาษาเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการในพื้นที่ เพราะฉะนั้นทั้งในมิติของศาสนา ภาษา วัฒนธรรม เราก็จะต้องทำมากขึ้น ให้พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกว่าไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติแล้วก็มีเสรีภาพในการที่จะใช้วิถีชีวิตตามที่เขาต้องการ
พิธีกรหญิง : ค่ะ ก็ต้องบอกว่าระยะหลังๆ มีข้อเสนอแนวคิดการแก้ปัญหาหลายเรื่อง เขตปกครองพิเศษ เรื่องของการกระจายอำนาจ Decentralization ที่ท่านนายกเคยพูดมา เรื่องของนครรัฐปัตตานีของ พล.อ.ชวลิต มีเรื่องไหนที่พอจะเป็นไปได้ ที่สามารถจะเข้ามาแก้ไขได้
นายก : คือผมคิดว่าแนวคิดเรื่องของรูปแบบ โครงสร้างของการปกครองท้องถิ่นมันไม่ได้เป็นปัญหา อยากจะเสนอกันก็ทำได้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่อาจสำคัญมากกว่าก็คือสิ่งที่พูดไปเมื่อสักครู่ ในเรื่องของการพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ความเชื่อ ความต้องการของเขา ถ้าเป็นความต้องการจริงๆ ว่าอยากจะมีรูปแบบการปกครองพิเศษ ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่สามารถจะนำเสนอกันได้ แต่ความเห็นก็จะหลากหลายนะครับ แตกต่างกันไป เพราะว่าการมีโครงสร้างรูปแบบปกครองพิเศษที่เป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ 1 ท้องถิ่นแล้วครอบคลุมทั้ง 3 จังหวัด ผมไม่แน่ใจว่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าการที่เรามี อบต. อบจ. เทศบาลที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือไม่นะครับ แล้วก็ต้องบอกว่าจริงๆ ขณะนี้เทศบาล อบต. อบจ. หลายแห่งทำงานได้ดี อย่างที่ยะลาบางท้องถิ่นได้รางวัล ได้แล้วได้อีกนะครับ ซึ่งก็ทำได้ดีอยู่ ถามว่าถ้าดึงมาบอกว่าเหมือนจะเป็น กทม. ขนาด กทม. เองมีคนเสนอเลยครับว่าต้องแยกเพราะมันใหญ่เกินไป ถามว่าถ้าไปรวมอยู่ที่ปัตตานี การตอบสนองคน 3 จังหวัดจะดีขึ้นหรือไม่ แต่ว่าผมว่าหัวใจจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ว่ามันมีรูปแบบพิเศษ หัวใจจริงๆ มันอยู่ที่ว่ามันตอบสนองความต้องของประชาชนหรือไม่
พิธีกรชาย : ครับ ที่นี้พอพูดถึงประชาชน ในกรณีความขัดแย้งของความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี่นะครับ รัฐบาลจะเจรจากับใคร เพราะดูจากรูปแบบที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นที่อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เรื่องของโบโลในมินดาเนาก็ยังไม่จบ ที่อินโนนีเซียจบลงที่อาเจะห์ มีการเจรจากับทาง Free Aceh Movement ทางออกคือการเจรจา อย่างกรณีของไทยถ้าไม่ใช้การทหาร การลดกำลังทหารอย่างที่ท่านว่า การเจรจาเป็นไปได้ไหม จะเจรจากับใคร
นายก : คือจริงๆ คำถามดีมากคือจะเจรจากับใคร เหตุผลหนึ่งซึ่งรูปแบบของปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่เหมือนกับหลายประเทศนั้นก็คือว่า ไม่มีองค์กรที่แสดงความรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งไม่มีองค์กรที่คนส่วนใหญ่มีความมั่นใจว่าเป็นคนควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้อย่างแท้จริง มีความหลากหลายอยู่ แล้วพูดตรงๆ ก็ที่เราติดตามมานี่ ผู้นำของการเคลื่อนไหวหลายรุ่น แล้วทำงานก็ไม่เหมือนกันนั่นก็ประเด็นหนึ่ง ประเด็นที่สองก็คือว่าเราก็จะใช้ช่องทาง เช่น มาตรา 21 มากกว่า ในการที่จะพูดคุยกับคนที่เข้าไปร่วมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แล้วก็สามารถที่จะกลับมาเพื่อที่ทำความเข้าใจกันได้ แต่ว่าคำถามที่เราต้องถามเช่นเดียวกันว่าถ้าเราจะบอกว่า 1. เจรจา เราก็ไม่รู้อยู่แล้วว่าเจรจากับใคร 2. เรามีเหตุผลอะไรที่จะยอมรับว่าคนเหล่านี้เป็นตัวแทนของประชาชนด้วย ในขณะที่พวกเรามีการเลือกตั้งของคนในท้องถิ่นที่สามารถที่จะดูแลเรื่องราวของตัวเองได้อยู่แล้ว แล้วถ้าเรายิ่งตอบสนองความต้องการของเขาทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางวัฒธรรม ก็ยิ่งต้องตั้งคำถามขึ้นว่าใครจะเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมอยากจะเรียนว่าการพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนในพื้นที่ ซึ่งอาจจะอยู่ในข่ายสงสัยว่าเป็นใครหรือไม่อย่างไร หรือแม้กระทั่งนอกพื้นที่ มันก็เกิดขึ้นตลอดเวลา อันนี้ไม่ได้เป็นปัญหา ส่วนความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องขอเรียนว่าขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับทางมาเลเซีย กับอินโดนีเซีย ความเข้าใจในเรื่องนี้ ความร่วมมือในเรื่องนี้ดีมาก อินโดนีเซียนั้นพูดจริงๆ แล้วก็ได้ช่วยอธิบายให้เราใน OIC มาหลายครั้ง แล้วก็จากการที่ท่านนายกฯมาเลเซียกับผมได้คุยกันแบบเปิดอกในเรื่องนี้ ลงไปพื้นที่ด้วยกัน ระยะหลังเราก็จะเห็นแนวโน้มที่ดีในแง่ของความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ ในเรื่องความมั่นคงด้วย
พิธีกรชาย : อันนี้เป็นที่มาของการจับกลุ่มที่ปาเสมัสเมื่อเดือนที่แล้วหรือเปล่า หลังจากที่เจอกับนายกมาเลเซีย
นายก : ฟันธงอย่างนั้นคงไม่ได้นะครับ แต่ว่าเอาเป็นว่าผมว่าความร่วมมือแล้วก็เหตุที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นตัวที่บ่งบอกว่าเรากำลังมีความสัมพันธ์ในทางการทำงานที่ดี
พิธีกรหญิง : ก็ต้องบอกว่าด้วยเวลาจำกัดนะคะท่านนายกคะ ก็ต้องขอบพระคุณที่ทางศูนย์หาดใหญ่ ที่สงขลา
ด้วยนะคะ ทั้ง 2 ท่านเลยนะคะ อาจจะได้ถามคำถามนิดหน่อย
นายก : อาจจะยังไม่จุใจ วันหลังคงต้องลงไปพบกันในพื้นที่ด้วยนะครับ
พิธีกรหญิง : ค่ะ สำหรับวันนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านนายกฯ ที่ให้โอกาสพวกเราทั้ง 4 คน มาร่วมสนทนาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอบพระคุณท่านนายกฯ มากนะคะ