 |
|
รายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์
รายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2552
ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์
สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ กลับมาพบกันเช่นเคยนะครับ เช้าวันอาทิตย์ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจำนวนไม่น้อย ตอนแรกก็มีความวิตกกังวลในเรื่องของปัญหาความตึงเครียดซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมหรือเรื่องราวทางการเมืองต่างๆ นะครับ ก็อยากจะขอเรียนพี่น้องประชาชนว่าขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ขณะนี้บรรยากาศต่างๆ นั้นก็คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งผมถือว่าเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมมากครับ เพราะว่าเมื่อเข้าสู่เดือนธันวาคมนั้นก็เดือนที่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศต้องการที่หลอมรวมจิตใจเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าในปีนี้นั้นก็จะมีการจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาที่เป็นงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 ซึ่งทั้งหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนจัดขึ้นมากมายนะครับ ดังนั้นในช่วงแรกของรายการผมอยากจะเล่าให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าจะมีกิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคม ที่เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างไรบ้าง อาจจะไม่ครอบคลุมทั้งหมดเพราะว่าจะมีงานของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษหรือเป็นการเฉพาะที่อาจจะไม่ได้รวมอยู่ในงานที่ผมได้รวบรวมมาในวันนี้นะครับ
สิ่งแรกที่อยากเรียนครับว่านอกเหนือจากงานที่เป็นงานพระราชพิธีหรือพิธีต่างๆ ตามปกติแล้ว ปีนี้ทางรัฐบาลได้มีการดำเนินการอีกหลายด้านครับ เรื่องแรกก็คือว่าจะมีงานที่เป็นกิจกรรมทางด้านศาสนา โดยตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม ช่วง 8.00 10.00 น. จะมีพิธีทำบุญ 5 ศาสนา ที่วังน้ำเขียว แล้ววันที่ 3 ธันวาคมนั้น รัฐบาลก็จะจัดงานทำบุญถวายเป็นพระราชสักการะแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ตึกสันติไมตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 3 ธันวาคมเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นแล้วกิจกรรมของมูลนิธิ 5 ธันวา ซึ่งจะจัดมาทุกปีก็จะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนธันวาคมเช่นเดียวกัน แล้วในส่วนของกิจกรรมที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงนั้นแน่นอนที่สุดครับ ในวันที่ 5 ธันวาคม ก็เชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพร ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงวันที่ 5 ธันวาคม เวลา 19.00 น. อันนี้ก็เป็นพิธีทางศาสนาแล้วก็พิธีที่มณฑลท้องสนามหลวงซึ่งมีขึ้นอยู่ตามปกติ
ในส่วนของรัฐบาลเองนั้นในวันที่ 3 นั้น ผมก็จะมีการทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของข้าราชการทั่วประเทศครับ โดยจะมีข้าราชการส่วนหนึ่งมารวมกันที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ แล้วก็จะมีการเชื่อมโยงไปยังหน่วยราชการต่างๆ ซึ่งผมก็ขอเชิญชวนเพื่อนข้าราชการทุกคนนะครับได้เข้าร่วมในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณนี้ แต่ที่พิเศษครับก็คือว่าในปีนี้นั้น คณะรัฐมนตรีได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 ซึ่งนอกเหนือจากที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงแล้ว จะมีพื้นที่ที่จัดงานตรงนี้ก็คือถนนราชดำเนินกลางและลานพระบรมราชวังดุสิต ซึ่งก็คือลานพระบรมรูปทรงม้าที่เรารู้จักกันดี ใน 2 ที่นี้ครับก็จะมีงานตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม ไปจนถึงวันที่ 13 ธันวาคม ซึ่งผมจะขอเรียนให้ทราบนะครับว่ามีรายละเอียดในส่วนนี้ค่อนข้างจะมากครับที่ถนนราชดำเนินกลางครับ เราจะเริ่มต้นกันตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมที่จะมีการทำพิธี เรียกว่าเปิดแสงคือแนวคิดของงานนี้คือการใช้งานที่ชื่อว่า ความสุขของคนไทย ใต้แสงพระบารมี ครับ จะมีตั้งแต่วันที่ 3 7 ธันวาคม โดยเริ่มจากวันที่ 3 ครับที่จะมีพิธีเปิดแสง ใช้ชื่อว่า แสงพระบารมี เบิกดินฟ้ารวดไสว ซึ่งจะเกิดขึ้น ณ เวทีกลางป้อมมหากาฬ วันที่ 3 ธันวาคม เวลา 2 ทุ่ม 20 นาที อันนี้จะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ช่อง 7 ด้วย แต่ว่ากิจกรรมของงานถนนราชดำเนินกลางนั้นจะมีทั้งหมด 9 ส่วนด้วยกัน เมื่อสักครู่นี้ที่เป็นการเปิดไฟหรือเปิดแสงครั้งแรกวันที่ 3 ธันวานั้นเป็นกิจกรรมแรก
กิจกรรมที่สองครับ จะเป็นการแสดงแสง สี เสียง เลเซอร์ มัลติวิชั่น ไลฟ์และซาวด์ เรื่องแสงพระบารมี ผสานไทยสมานฉันท์ครับ กิจกรรมนี้จะจัดที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้วก็จะมีขึ้นทุกวัน วันที่ 3 4 5 6 7 , 2 ทุ่มครึ่ง 4 ทุ่มครึ่ง ทุกวัน ซึ่งก็จะมีทั้งการแสดงของศิลปินด้วยแล้วก็จะเป็นแสดงในเรื่องของแสง สี เสียงครับ ในชื่อเรื่อง แสงพระบารมีผสานไทยสมานฉันท์
กิจกรรมที่สามนะครับก็จะเป็นการแสดงดนตรี แสงพระบารมี คีตศิลป์ เสนาะนิรันดร์ ณ เวทีดนตรี หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อันนี้ก็จะแสดงทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเย็น เที่ยงคืน ซึ่งก็จะมีทั้งเพลงแจ๊ส ออเคสตร้า ป๊อป วงดนตรีคุณภาพ และศิลปินที่มีชื่อเสียงก็จะมาร่วมกันแสดงที่นี่
กิจกรรมที่สี่จะมีเรื่องของการถวายพระพรชัยชื่อ แสงพระบารมี ร้อยใจมั่นถวายพระพรชัย อันนี้ก็เป็นเวทีกลางป้อมมหากาฬ อันนี้เฉพาะวันที่ 5 ครับ เวลา 2 ทุ่ม 20 นาที ซึ่งจะเป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากการที่มีการจุดเทียนชัยถวายพระพรที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
กิจกรรมที่ห้า จะเป็นกิจกรรม แสงพระบารมี ส่องแผ่นดินถิ่นสวรรค์ จะเป็นการตกแต่งไฟ ดาวกระพริบ ไฟพิเศษต่างๆ รวมไปถึงการมีแสงที่บริเวณถนนราชดำเนินทั้ง 2 ฝั่ง อันนี้ก็เกิดขึ้นตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืนทุกวันที่บริเวณถนนราชดำเนิน
กิจกรรมที่หกครับจะเป็นการแสดงขบวนรถประดับไฟเฉลิมพระเกียรติชุด แสงพระบารมี ทอมหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ จะเป็นการแสดงตั้งแต่แยกผ่านฟ้าถึงสี่แยกคอกวัว แล้วก็วนกลับมา เป็นรถที่ประดับด้วยแสงไฟต่างๆ อันนี้ก็จะมีวันที่ 4 , วันที่ 6 , วันที่ 7 เวลา 1 ทุ่ม 15 ถึง 2 ทุ่ม 15 ส่วนวันที่ 3 จะเป็น 2 ทุ่มครึ่ง ถึง 3 ทุ่มครึ่ง แล้ววันที่ 5 ก็จะเป็นช่วง 1 ทุ่ม 45 ถึง 2 ทุ่ม 45 แล้วก็เช่นเดียวกันครับจะมีดารารับเชิญในส่วนต่างๆ
นอกจากนั้นจะมีกิจกรรมที่เป็นการแสดงมหัศจรรย์น้ำพุ ดนตรีน้ำพุไฟ ชุด แสงพระบารมี เปล่งประกายเรืองสายใย ซึ่งจะมีเพลงพระราชนิพนธ์บริเวณเกาะกลางของถนนราชดำเนินกลาง 6 โมงเย็น ถึงเที่ยงคืน
กิจกรรมที่แปดเป็น แสงพระบารมี ฉายพระราชกรณียกิจ สถิตย์ไผท ซึ่งจะเป็นกิจกรรมของแต่ละกระทรวง 2 ฝากถนนราชดำเนินกลาง
และกิจกรรมสุดท้าย กิจกรรมที่เก้า แสงพระบารมี ศูนย์รวมใจไทยสถาพร ซึ่งเป็นการจัดทำสายรัดข้อมือสีชมพูเฉลิมพระเกียรติชุดพิเศษ รักพ่อ จำหน่ายในราคา 99 บาท และมีพิธี มอบใจภักดิ์แด่พระผู้เป็นที่รักของคนไทยทั้งชาติ ในวันที่ 7 ธันวาคม
เพราะฉะนั้นตลอดระยะเวลาของวันที่ 3 7 ธันวาคมนี้นะครับ ก็จะมีกิจกรรมที่ถนนราชดำเนินกลาง ที่เป็นงานที่กระทรวงการคลังได้เป็นแกนหลักในการจัดขึ้น ที่เราใช้ชื่อว่า ความสุขของคนไทย ใต้แสงพระบารมี แล้วนอกจากนั้นจะมีเรื่องของการแสดงพลุไปทุกคืนเช่นเดียวกัน ก็อยากจะขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนได้มาร่วมกิจกรรมความสุขของคนไทย ใต้แสงพระบารมีนี้ระหว่างวันที่ 3 7 ธันวาคม ขณะเดียวกันครับที่ลานพระบรมรูปทรงม้าหรือลานพระราชวังดุสิต ก็จะมีงานที่กระทรวงมหาดไทยได้เป็นแกนหลักในการที่จะจัดขึ้นครับ งานนี้จะเป็นงานแสดงแสง สี เสียง ซึ่งตระการตาแล้วก็เป็นการใช้เทคนิครวมทั้งบุคลากรที่เรียกว่ามีประสบการณ์ในการในจัดงานระดับโลก และก็มีการยืนยันกับคณะกรรมการครับว่าเทคนิคที่ใช้ในการแสดงในส่วนนี้นั้นเป็นเทคนิคที่ไม่เคยได้มีการแสดงมาก่อนในประเทศไทย การแสดงตรงนี้จะเป็นเรื่องของพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่มากว่า 60 ปี การนำเสนอตรงนี้ก็จะมีขึ้นในทุกคืนนะครับ ระหว่างวันที่ 5 - 13 ธันวาคม แล้วก็ขณะเดียวกันนั้นก็จะมีงานแสดงของศิลปิน เป็นงานแสดงดนตรีทุกคืนเช่นเดียวกัน ที่นี้การจัดงานในส่วนนี้จะต้องมีการบริหารจัดการในเรื่องการจราจรนิดหน่อยนะครับ อยากจะเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่าในส่วนของถนนราชดำเนินกลางนะครับก็มีความจำเป็นที่จะต้องปิดการจราจร โดยตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 4 ทุ่มเป็นต้นไปก็ต้องมีการปิดการจราจรครับ อันนั้นเป็นการปิดเพื่อการซ้อมการแสดงและหลังจากนั้นครับวันที่ 3 7 ธันวาคมที่มีการแสดงในส่วนของถนนราชดำเนินกลางก็จะมีการปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็น - เที่ยงคืนของทุกคืน ส่วนงานของกระทรวงมหาดไทยที่ลานพระราชวังดุสิต วันที่ 5 13 ธันวาคม ต้องมีการปิดการจราจรตั้งแต่ 5 โมงเย็น 3 ทุ่ม ในส่วนของลานพระบรมรูปทรงม้า การอำนวยความสะดวกสำหรับพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงาน ซึ่งก็มีการประมาณการกันคร่าวๆ ว่า แต่ละคืนนั้นอาจมีพี่น้องประชาชนนับแสนมาร่วม
อยากจะเรียนอย่างนี้ครับสำหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดที่จะเดินทางเข้ามานั้นก็จะมีการจัดระบบรถโดยสาร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็คือว่าเวียนเข้ามาส่งที่บริเวณงานแล้วก็จะออกไปจอด อาจจะไกลหน่อยนะครับอย่างเช่น ทางเหนือนั้นก็จะมีที่จอดรถที่หมอชิตหรือที่จตุจักร อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็จะมีการนัดหมายในการมารับ ส่วนกรณีของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ในวันสองวันนี้จะได้ข้อยุติที่ชัดเจนว่าจะเปิดให้พี่น้องนั้นสามารถจอดรถได้ที่จุดไหนได้บ้าง ที่คิดไว้ขณะนี้เบื้องต้นก็อาจจะมีที่สนามศุภชลาศัย เพื่อที่จะให้พี่น้องนั้นสามารถที่จะเอารถไปจอดหรือจะเดินทางโดยรถไฟฟ้าแล้วก็ไปอยู่ที่นั่น แล้วก็จะมีรถที่บริการนำมาส่งที่บริงานได้ตลอดช่วงระยะเวลาของงาน คือตั้งแต่วันที่ 3 13 ธันวาคม กิจกรรมเหล่านี้ก็จะเป็นกิจกรรมที่ผมคิดว่าจะสามารถหลอมรวมจิตใจของคนไทยได้เป็นอย่างดีอีกครั้งหนึ่ง อย่างที่เรียนก็คือว่าคนก็คงจะเป็นคืนละเป็นแสนครับ โดยเฉพาะคืนวันที่ 5 ก็คาดว่าอาจจะมีมากถึง 2 แสนคน ขณะเดียวกันนั้นทางคณะกรรมการทางด้านประชาสัมพันธ์ก็กำลังดำเนินการในการที่จะจัดคิวให้มีการถ่ายทอดกิจกรรมเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วนไปยังพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด
นอกจากนั้นครับจะมีในส่วนของจังหวัดเองที่จะเชื่อมโยงกิจกรรมบางกิจกรรมไป อาจจะเป็นที่ศาลากลางหรือที่อื่นๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศร่วมกันในการถวายความจงรักภักดีต้นเดือนธันวาคมนี้ในงานเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี 2552 เดี๋ยวพักกันสักครู่นะครับกลับมาจะได้พูดคุยถึงงานที่รัฐบาลดำเนินการไปในสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ
สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีงานหลายอย่างที่อยากจะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในเช้าวันนี้ สิ่งแรกที่จะต้องบอกกล่าวก็คือว่าสมัยประชุมของสภา ซึ่งเป็นสมัยประชุมนิติบัญญัติก็ได้สิ้นสุดลงไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมก็ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณสมาชิกรัฐสภาตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ได้ทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในเรื่องกฎหมายและในเรื่องของกระทู้ถามการตรวจสอบของรัฐบาล ในสัปดาห์สุดท้ายนี้เราก็สามารถที่จะผ่านคือให้ทางสภานั้นรับหลักการกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกลไกที่จะมาบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปได้เรียบร้อยนะครับ ก็ขอเรียนครับว่าตลอดทั้งปีที่ผ่านมาเรื่องปัญหาขององค์ประชุมนั้นก็เป็นเรื่องซึ่งผมทราบดีครับว่ามีเสียงวิพากวิจารณ์ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องนำกลับไปปรับปรุงแล้วก็อยากจะขอความร่วมมือจากฝ่ายค้านและจากวุฒิสภาในการทำงานนิติบัญญัติให้เป็นที่พึงพอใจและเป็นไปตามความคาดหวังของพี่น้องประชาชน เมื่อเปิดสมัยประชุมกลับมาอีกครั้งหนึ่งในช่วงเดือนมกราคม
สัปดาห์ที่ผ่านมาในส่วนของรัฐบาลเองนะครับ เรื่องเศรษฐกิจก็มีการแถลงตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ไปในช่วงต้นสัปดาห์ โดยตัวเลขที่ออกมาสำหรับไตรมาสที่ 3 ก็คือติดลบ 2.8 นะครับ ซึ่งก็เป็นการติดลบในอัตราที่ลดลงโดยลำดับ แล้วก็เป็นไปตามสิ่งที่รัฐบาลได้คาดการณ์และวางแผนเอาไว้ว่าในไตรมาสสุดท้ายหรือ 3 เดือนสุดท้ายนั้นก็จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวเป็นบวกอีกครั้งหนึ่ง อย่างที่ได้คุยกันในสัปดาห์ที่แล้วครับว่าตัวชี้วัดต่างๆ นั้นไปในทิศทางที่น่าพึงพอใจพอสมควรนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือตัวเลขในเรื่องของปัญหาการว่างงานซึ่งกำลังมีการลดลง แล้วก็ไม่ได้สูงขึ้นอย่างที่หลายฝ่ายกลัวกันไว้ อย่างไรก็ตาม ครับในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เช่นเดียวกันปรากฏว่ามีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความวิตกกังวลด้านเศรษฐกิจกันอยู่บ้างก็คือเหตุการณ์ที่ดูไบที่มีการเลื่อนการชำระหนี้แล้วก็มีการลดค่าเงินที่ประเทศเวียดนาม 2 เหตุการณ์นี้คงเป็นเหตุการณ์ที่เราจะต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดครับ คือ ลำพังใน 2 ส่วนนี้ก็มีผลกระทบเพียงเล็กน้อย ไม่น่าจะกระทบมากต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยหรือเศรษฐกิจโลก แต่ก็คงจะต้องจับตาดูว่ามันจะมีผลลุกลามไปหรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้ในวันจันทร์ครับก็จะมีการรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมด แล้วมีการรายงานต่อคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจในวันพุธอีกครั้งหนึ่ง
ขณะเดียวกันครับในเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนในเรื่องเศรษฐกิจนั้นก็มีงานสำคัญหลายเรื่องที่ได้มีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการประกันรายได้เกษตรกร ขณะนี้แนวโน้มของพืชผลมีมากแล้วขณะเดียวกันผมก็ได้เร่งรัดในเรื่องของการที่จะให้หน่วยงานเร่งทำสัญญาเพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะมาใช้สิทธิในเรื่องของการประกันรายได้ได้ โดยมีการเรียกประชุมคณะกรรมการข้าว โดยท่านรองนายกฯกอร์ปศักดิ์ ก็ได้เร่งรัดให้การทำสัญญานั้นสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายจริงๆ เพื่อพี่น้องเกษตรกรจะได้เร่งมาใช้สิทธิ แล้วในวันพรุ่งนี้ผมก็จะไปทำพิธีในเรื่องของการโอนเงินในกรณีของมันสำปะหลัง หลังจากที่ได้ไปดูในเรื่องข้าวโพดกับข้าวมาเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นก็มีข่าวดีว่าบรรดาประเทศหลายประเทศ โดยเฉพาะขณะนี้นอกเหนือจากประเทศที่ประสบภัยธรรมชาติ กรณีของประเทศจีนหลังจากที่ผมเดินทางไปเยือนเป็นทางการแล้วก็ได้มีการสานความสัมพันธ์ระดับมณฑล ขณะนี้ก็มีการติดต่อขอซื้อข้าวมาพอสมควรนะครับ ซึ่งขณะนี้ในส่วนของคณะกรรมการข้าวก็กำลังจะได้มีการพิจารณาในการระบายข้าว โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นรัฐต่อรัฐ ซึ่งจะทำให้การดำเนินการนั้นในขณะนี้เราได้ประโยชน์จากราคาข้าวที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันการระบายนั้นจะดูแลระมัดระวังอย่างเต็มที่ครับไม่ให้กระทบกระเทือนต่อราคาในการซื้อขาย ผมมั่นใจนะครับขณะนี้ว่าไม่ว่าจะเป็นกรณีของข้าว กรณีของมันสำปะหลัง แนวโน้มราคานั้นค่อนข้างที่จะดีขึ้นทีเดียวเพราะฉะนั้นเกษตรกรก็จะมีความมั่นใจ ความจริงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีหลายพื้นที่รายงานเข้ามาว่าขณะนี้เกษตรกรถือว่ามีอำนาจต่อรองดีมากในการขายพืชผลทางการเกษตร เพราะฉะนั้นการที่เกษตรกรจะมีรายได้ที่สูงขึ้นก็จะเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจต่อไปนะครับ
นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้วการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องอื่นๆ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็ได้มีเรื่องของการช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากฝายราศีไศล ซึ่งเป็นเรื่องที่ยืดเยื้อเรื้อรังมาพอสมควรแต่ว่าในที่สุดก็ได้ขอยุติแล้วก็เดินหน้าสามารถที่จะให้การช่วยเหลือได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นอีกก้าวหนึ่งหลังจากที่ผมพยายามอย่างเต็มที่มาสะสางปัญหาต่างๆ ที่เป็นปัญหายืดเยื้อ อาจจะถือได้ว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐกับภาคประชาชนซึ่งก็ติดขัดในเรื่องกฎระเบียบบ้าง ในเรื่องของกรอบความคิดมาโดยตลอด แต่ว่างานทางด้านนี้ก็มีการเดินหน้าไป
งานอีกด้านหนึ่งซึ่งอยากจะรายงานนะครับก็คืองานทางด้านพลังงานครับ เนื่องจากมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานในช่วงของวันพฤหัสบดี แล้วก็บังเอิญว่าเมื่อช่วงที่ผมเข้ามาใหม่ๆ ได้ให้โจทย์กับทางกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าทำอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ทุกครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้ แล้วก็บังเอิญว่าเมื่อช่วงที่ผมเข้ามาใหม่ๆ ได้ให้โจทย์กับทางกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าทำอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศทุกครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้ ให้ไปสำรวจว่าที่ไหนบ้าง ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ก็ปรากฏว่าในส่วนของกรุงเทพมหานคร คือ อยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวง
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ไม่มีเลขบ้าน หรืออยู่ในที่ซึ่งก็เป็นการบุกรุก ซึ่งตรงนี้ทางหน่วยงานก็คงไม่สามารถที่จะเข้าไปรับรองในเรื่องของการที่จะต่อไฟให้ใช้เป็นทางการได้ แต่ว่าสำหรับครัวเรือน ที่ไม่ได้อยู่ในข่ายนี้ พูดง่ายๆ ก็คือมีเลขบ้านถูกต้องทุกอย่างนั้น เหลืออยู่เพียงนิดเดียวก็จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีหน้า ส่วนพี่น้องในต่างจังหวัด ก็ปรากฏว่าจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประมาณ 9 หมื่นครัวเรือน ซึ่งยังไม่มีไฟใช้ แต่ว่าการที่จะลงทุนพาดสายไฟไปให้ใช้นั้นมีค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนไม่ถึง 5 หมื่นบาท ตรงนี้ได้ให้ทางการไฟฟ้า ทำแผนแล้ว แล้วก็ยืนยันว่าภายในปี 2554 คือไม่เกิน 2 ปีจากนี้ไป 9 หมื่นครัวเรือนนี้ ก็จะมีไฟฟ้าใช้อย่างแน่นอนจะตกค้างอยู่อีกประมาณ เกือบ 4 หมื่นครัวเรือน ที่อาจจะอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลมากๆ ทำให้ถ้าหากว่ามีการต่อไฟไปจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 50,000 บาทต่อครัวเรือน
ตรงนี้สิ่งที่ทางคณะกรรมการพลังงาน นโยบายพลังงานได้ให้เป็นนโยบายไปคือ จะให้ไปเปรียบเทียบว่า การดำเนินการตามแนวทางนี้กับการที่จะมีการส่งเสริมสนับสนุนให้ใช้พลังงานหมุนเวียนเหมือนกับที่เราได้เริ่มต้น ในโครงการนำร่องในบนเกาะ อย่างนี้เป็นต้น อาจจะเป็นการใช้โรงไฟฟ้าของชุมชนเอง อาจจะเป็นในเรื่องของพลังงานจากชีวะมวล หรือจะเป็นแสงอาทิตย์ให้ไปเปรียบเทียบต้นทุนต่างๆ แล้วก็ดูค่าไฟ จะสามารถช่วยเหลือกันได้อย่างไร เป้าหมายก็เช่นเดียวกัน ว่าในที่สุดแล้ว 4 หมื่นครัวเรือนนี้ ก็จะเป็นครัวเรือนที่มี ไฟฟ้าใช้ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นที่จะตกค้าง
หลังจากที่เราทำนโยบายนี้แล้ว ก็จะเป็นเพียงเฉพาะกรณีที่มีการบุกรุกหรือมีข้อพิพาทในเรื่องของที่ดิน แต่ว่าชุมชนที่เป็นชุมชนเก่าแก่ อย่างเช่น ชุมชนมอแกน ซึ่งมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ที่ภูเก็ต ก็ได้ให้ดูเป็นพิเศษ ว่าจะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะว่าอยู่กันมาหลายสิบปี ก็ยังไม่มีไฟใช้ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ ก็เป็นแนวทางที่เราเดินหน้าผลักดันนอกเหนือจากการปฏิบัติไทยเข้มแข็ง ซึ่งกำลังจะไปแก้ไขปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ เรื่องถนนหนทาง เรื่องรถไฟ เรื่องโรงเรียน เรื่องสถานีอนามัย ก็จะมีเรื่องนี้ด้วย นอกจากนั้นในช่วงวันอังคาร พุธที่ผ่านมานั้น ผมก็ได้เดินทางไปที่รัฐกาตาร์ ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นการเดินทางไปยังตะวันออกกลางครั้งแรก แล้วก็เป็นครั้งแรกที่มีผู้นำรัฐบาลของไทยไปเยือนรัฐกาตาร์ หลังจากที่ได้สถาปนาความสัมพันธ์การทูตมาเกือบจะครบ 30 ปีแล้ว
ต้องเรียนอย่างนี้ว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น เป็นภูมิภาคซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาก เพราะว่ามีรายได้จากเรื่องของน้ำมัน จากเรื่องของแก๊ส แม้ว่าจะเกิดปัญหาขึ้นที่ดูไบก็ตาม แต่ว่าในรัฐกาตาร์อีกหลายต่อหลายประเทศในภูมิภาคนั้นกำลังมีความเจริญเติบโตที่สูงมาก แล้วที่สำคัญก็คือว่าต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ทางด้านการค้าการลงทุนมากขึ้นกับภูมิภาคต่างๆในเอเชีย รวมทั้งกลุ่มประเทศในอาเซียน และประเทศไทยของเรา การเดินทางไปครั้งนี้ ก็ได้เข้าเฝ้าเจ้าผู้ครองรัฐ เข้าพบกับนายกรัฐมนตรี ได้มีการพบปะกับนักธุรกิจภาคเอกชน ทั้งที่มาพบและก็ทั้งที่เป็นการไปร่วมในกิจกรรมต่างๆ ในช่วงของการรับประทานอาหารค่ำในวันที่ 2 ที่ผมเดินทางไป
ซึ่งทั้งหมดนี้ผมได้มีการพูดคุยในประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ ประเด็นแรกก็คือว่า กาตาร์เองนั้นมีความต้องการที่จะมีความมั่นคงในเรื่องของอาหาร อาหารไทยนั้นมีชื่ออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้าวไทย และรวมไปถึงขณะนี้ในเรื่องของผลไม้ก็เป็นที่นิยมของภูมิภาคนี้ สิ่งที่เรากำลังดำเนินการในขณะนี้ ก็คือว่าไปเจรจาในเรื่องของการที่จะมีศูนย์กระจายหรือจำหน่ายสินค้าของไทย ซึ่งถ้าเกิดขึ้นแล้ว ก็จะทำให้การส่งออกสินค้าอาหาร ผลไม้ต่างๆ ของไทย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนั้นครับเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าทางรัฐกาตาร์เองก็ได้แสดงความจำนงที่จะมาช่วยในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของการเกษตรในประเทศไทยด้วย โดยโครงการที่ได้มีการนำเสนอไป ก็คือการจะไปช่วยเหลือพี่น้องใน 5 จังหวัดชายแดนไทยภาคใต้ เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่พูดกันในขณะนี้ก็เป็นพูดถึงเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ เป็นฟาร์มแพะ ฟาร์มแกะ ฟาร์มไก่ ซึ่งจะนำไปสู่การผลิตอาหารฮาลาล แล้วก็เข้าไปสู่ตลาดของตะวันออกกลาง และตลาดอื่นๆ ในส่วนนี้ทางรัฐบาลของกาตาร์เอง พร้อมที่จะมาให้การส่งเสริมสนับสนุนในส่วนนี้ด้วย เพราะฉะนั้นในเรื่องของอาหารก็เป็นประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่ง ที่ได้มีการพูดคุยแล้วก็ตกลงกัน
ประเด็นที่สองก็คือว่าขณะนี้ในกาตาร์เอง ผมเดินทางไปถึงที่นั้นประมาณวันครึ่ง มองไปที่ไหนก็มีแต่การก่อสร้าง เพราะว่าเศรษฐกิจและก็การพัฒนาในขณะนี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วมาก ความต้องการก็คือ การที่จะมีบริษัทก่อสร้าง ที่เข้าไปรับงานในรัฐกาตาร์ ซึ่งรัฐบาลไทยมีนโยบายอยู่แล้วในการที่จะสนับสนุนอุสาหกรรมก่อสร้าง จริงๆ แล้วอุสาหกรรมก่อสร้างก็ได้เข้าไปที่กาตาร์ก่อนหน้านี้เคยไปก่อสร้างในส่วนของอาคารที่เกี่ยวข้องกับการจัดเอเชียนเกมส์ และอาคารอื่นๆ แม้กระทั้งที่ผมเดินทางไปดูในสิ่งที่เข้าเรียกว่าเป็นเมืองการศึกษาก็ได้พบว่าทางบริษัทของไทยก็ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง
ตรงนี้ก็ได้มีการพูดคุยกัน 1. ก็มีการคลี่คลายปัญหา ซึ่งอาจจะมีอยู่บ้างในเรื่องของสัญญาในอดีตพร้อมๆ กันไปขณะนี้ก็คือว่า จะเจรจาให้มีการส่งคนงานไทยเข้าไปได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีอยู่ 10,000 คน ก็มีการตกลงกันคลาดว่าปีหน้าก็จะสามารถที่จะเจรจาแล้วก็ตกลงในการที่จะขยายจำนวนคนงานที่เข้าไป แล้วก็ขณะเดียวกันนั้น ก็จะมีการส่งเสริมให้บริษัทก่อสร้างไทย ซึ่งอาจจะได้นำไปไม่เพียงแต่เฉพาะคนงาน อาจจะรวมไปถึงวัสดุก่อสร้าง และอื่นๆ ที่จะเข้าไปทำงานทางด้านนี้ เรื่องที่ 3 ที่ได้มีการพูดคุยกัน ก็คือ ในส่วนของกิจการพลังงาน ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ปตท. หรือ เครือซีเมนต์ไทย ในขณะนี้ก็ได้เข้าไปร่วมมือกับกาตาร์ในการพัฒนาแหล่งพลังงานบ้างแล้วก็รวมไปถึงข้อเสนอของเค้าที่จะขายแก๊ส LNG มาให้กับประเทศไทยด้วย
ซึ่งก็เป็นทางเลือกทางหนึ่ง ซึ่งเราเปิดไว้ในกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ ความร่วมมือด้านต่อมาเป็นความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับทางด้านการเงิน เพราะว่าขณะนี้นั้นกองทุนของกาตาร์เองก็เป็นกองทุนขนาดใหญ่มีเงินจำนวนมากก็ต้องการที่จะหาแหล่งลงทุน ที่มีผลตอบแทนที่ดี ก่อนหน้านี้ก็มีคณะจากตลาดเงิน ตลาดทุนของไทยครับที่ได้เดินทางไป แต่ว่าขณะนี้ก็จะมีการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในเรื่องของการที่เราจะมีช่องทางในการรับการลงทุนตรงนี้ รวมไปถึงพันธบัตร ที่เป็นพันธบัตรอิสลาม ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งธนาคารอิสลามกำลังพิจารณาอยู่ แล้วก็คิดว่าถ้าสามารถดำเนินการตรงนี้ได้ ก็จะสามารถดึงเงินลงทุน เข้ามาในรูปแบบต่างๆ ได้มากยื่งขึ้นด้วย นอกจากนั้น ความร่วมมือทางด้านการศึกษา ทางด้านวัฒนธรรมก็จะมีการดำเนินการเช่นเดียวกัน ผมมีโอกาสไปดูเรื่องของเมืองการศึกษา ซึ่งเป็นการดึงเอามหาวิทยาลัยชั้นนำมาอยู่ในที่เดียวกัน ที่กรุงโดฮา ผมก็ได้เสนอว่าความร่วมมือในเรืองของการวิจัยก็ดี ความร่วมมือในเรื่องของการศึกษาก็ดี น่าจะมีศักยภาพ ในการดำเนินการได้มากยิ่งขึ้น
แล้วก็สุดท้าย ได้มีโอกาสไปเยี่ยมสถานีโทรทัศน์อัลจาร์ซีรา ถือว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ที่เผยแพร่ข่าวสารต่างๆ ไปทั่วโลก มีโอกาสได้ให้สัมภาษณ์ยาวเกือบครึ่งชั่วโมง เพื่อเป็นการทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง รวมไปถึงปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อความเข้าใจที่ดีทั้งของโลกมุสลิม แล้วก็พี่น้องประชาชนที่สามารถดูโทรทัศน์อัลจาร์ซีราทั่วโลกด้วย เพราะฉะนั้นการเดินทางไปเป็นเวลาวันครึ่งก็ถือว่าได้ขยายความร่วมมือในทุกๆ ด้าน แล้วก็จะเป็นการปูทางไปสู่การเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างภูมิภาคของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับภูมิภาคตะวันออกกลาง สำหรับงานทางด้านต่างประเทศนั้น ในเดือนธันวาคมนั้นผมก็คงจะมีกำหนดการที่จะไปร่วมประชุมที่โคเปนเฮเกน ในเรื่องของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แล้วก็หลังจากนั้นก็คงไปดูในเรื่องของปี 2553 ต่อไป ว่าจะไปเชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นๆ ด้วยที่วางแผนเอาไว้ก็จะมีทั้งในส่วนของ ออสเตเลีย นิวซีแลนด์ แล้วก็ยุโรป ที่จะต้องมีการเดินทางไป เพื่อเป็นการขยายตลาด ขยายหลู่ทางการค้าการลงทุนต่างๆ ทั้งหมดนี้ก็เป็นงานตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา สัปดาห์ที่จะถึงนี้ ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงของการจัดงานเฉลิมพระเกียรตินั้นรัฐบาลก็จะได้เร่งงานทางด้านอื่นๆ มีเรื่องที่จะต้องเร่งประเมินสถานการณ์จากเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น รวมไปถึงปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่จะต้องสะสาง
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แหลมฉบัง แล้วก็ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ก่อนที่จะจบรายการในวันนี้ ก็ขอเรียนว่าตราสัญลักษณ์ที่ผมติดอยู่ที่เสื้อของผมนั้นก็เป็นเรื่องของการยุติความรุนแรง รณรงค์ยุติความรุนแรง โดยฉะเพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัว ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กและผู้หญิง ซึ่งเดือนทั้งเดือนพฤศจิกายนนั้น ก็เป็นเดือนที่มีการรณรงค์กัน และก็พรุ่งนี้วันสุดท้าย ผมก็จะไปทำพิธีปิด โครงการการรณรงค์ตรงนี้ ก็อยากจะฝากเอาไว้ว่า เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาเรื้อรังปัญหาหนึ่งของสังคมไทย เรามีกฏหมายใหม่ปี 2550 ซึ่งหลังจากกฏหมายออกมาทำให้เราเห็นว่าปัญหาความรุนแรงตรงนี้ยังมีอยู่มาก
เพราะว่าตัวเลขของการรายงานสภาพปัญหาความรุนแรงหลังจากที่มีกฏหมายแล้ว เราเชิญชวนให้สามารถที่จะมาใช้กลไกต่างๆ ในการเยียวยาแก้ไข้ปัญหานั้น ก็มีเพิ่มขึ้นมาก หมายความว่าก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ว่าไม่มีใครรับรู้ ต่อไปนี้เราจะเพิกเฉยต่อปัญหานี้ไม่ได้ ต้องมาช่วยกันขจัดรูปแบบของความรุนแรงซึ่งเคยเกิดขึ้นมาในสังคมไทย มายาวนานก็คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อครอบครัวต่อผู้หญิง อีกสักครู่ก็คงจะมีการให้ชมภาพของโฆษณาในกิจกรรมสำคัญๆ ของรัฐบาล แล้วก็สัปดาห์หน้าจะกลับมาพบกันใหม่ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย สวัสดีครับ
| |
ข้อมูลข่าวและที่มา
ผู้สื่อข่าว : สมรรถชัย วงษ์พันธุ์ Rewriter : พรภัสสร ปิ่นสกุล สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th
วันที่ข่าว : 29 พฤศจิกายน 2552
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |
|
 |
|
 |
|
 |