สสจ.ยะลา ย้ำ ผู้ปกครองนำบุตรหลานฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ เข้มมาตรการ 323 ต่อเนื่อง เพื่อบรรลุ 4 ไม่

14T09:25:34.850Z ต.ค. 2561 | เข้าชม : 0

นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยถึงรายงานสถานการณ์โรคหัดจังหวัดยะลา (1 กันยายน ถึง 12 ตุลาคม 2561) จำนวน ผู้ป่วย 418 ราย ยังมีการระบาดกระจายทุกอำเภอ พบผู้ป่วยสูงสุด คือ อำเภอยะหา (109 ราย) รองลงมาอำเภอบันนังสตา (62 ราย) อำเภอกาบัง (58 ราย) อำเภอธารโต (56 ราย) อำเภอกรงปีนัง (49 ราย) อำเภอเมืองยะลา (47 ราย) อำเภอรามัน (27 ราย) และอำเภอเบตง (10 ราย) ตามลำดับ เสียชีวิต 5 ราย (อำเภอกรงปินัง 3 ราย อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต 1 ราย) พื้นที่ที่ต้องดำเนินการและเฝ้าระวังเร่งด่วนในพื้นที่อำเภอยะหา
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ยังคงเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินฯ โรคหัดขึ้น (EOC) พร้อมทั้งได้ควบคุมการระบาดของโรคหัดในพื้นที่จังหวัดยะลา ด้วยมาตรการ 323 “หาให้ครบ ฉีดให้ทัน” โดยลงพื้นที่เชิงรุกดำเนินการวินิจฉัยโรคให้เร็ว แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ทราบภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อสอบสวนโรค หาผู้สัมผัสโรคให้ครบ ภายใน 2 วัน และดำเนินการฉีดวัคซีนแก่ผู้สัมผัสโรคภายใน 3 วัน อีกทั้ง ผู้บริหารและทีมงานในระดับจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามปัญหาอุปสรรคการดำเนินการ โดยในภาพรวมมีเป้าหมายในการควบคุมให้บรรลุ 4 ไม่ ได้แก่ ไม่ป่วยเพิ่ม ไม่เสียชีวิต ไม่ติดโรคในโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้ให้บริการปลอดภัยจากโรค
อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำให้ประชาชนที่มีบุตรหลาน ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโรคหัดมารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ฟรี และหากเด็กในปกครอง มีไข้ ไอ มีผื่นแดงและตาแดง ให้แยกเด็กออกไม่ให้สัมผัสกับเด็กอื่น เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ และในกรณีที่ในบ้านที่มีเด็กสัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วย หากไม่ได้รับวัคซีน หรือฉีดวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ ให้ผู้ปกครองนำเด็กไปฉีดวัคซีนให้ครบ หรือในกรณีของเด็กนักเรียน หากมีอาการข้างต้นให้หยุดอยู่บ้าน เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์
ทั้งนี้ โรคหัดป้องกันด้วยการฉัดวัคซีน ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขให้วัคซีนป้องกันโรคหัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน ครั้งที่ 2 เมื่อเด็กอายุ 2 ปี ครึ่ง โดยให้ในรูปของวัคซีนรวมป้องกันโรคคางทูม หัด หัดเยอรมัน (MMR) สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 สงขลา) ยันยืนว่าวัคซีนโรคหัดที่นำมาใช้ในประเทศไทยเป็นวัคซีนที่ปลอดภัย ไม่มีส่วนประกอบมาจากหมู เป็นวัคซีนที่มีการใช้กันทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศมุสลิม อย่างประเทศมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ฯลฯ นอกจากนี้ วัคซีนดังกล่าวยังมีประโยชน์ในการป้องกันโรคหัด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคได้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคหัดสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อัมรัน แมหะ

ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.ยะลา