สนช. ติดตามความสำเร็จโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จังหวัดมหาสารคาม

16T19:45:47.183Z ก.ย. 2561

สนช. ติดตามความสำเร็จโครงการไทยนิยม ยั่งยืนจังหวัดมหาสารคาม

สมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ พบประชาชนตามวิถีไทยนิยม ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม
วันที่ 16 กันยายน 2561 เวลา 08.30 น. คณะอนุกรรมการสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ นำโดย นายวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ และคณะลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ที่จังหวัดมหาสารคาม ที่อำเภอโกสุมพิสัย โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านแพง หมู่ที่ 1,11,13 และหมู่ที่14 ตำบลแพง ซึ่งสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติและคณะได้เยี่ยมชมการขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ประกอบด้วย บริเวณหลังวัดชัยประสิทธิ์ ชมวิวทิวทัศน์บ้านแพง ชั้น 3 ศาลาศรีสัจธรรม วัดชัยประสิทธิ์ ชมศูนย์เรียนรู้การแปรรูปเสื่อกก เริ่มตั้งแต่การตัดกก ย้อมกก การทอ และการแปรรูปเสื่อกก หมู่ที่ 1 เยี่ยมชม ประปา บ้านแพง หมู่ 14 (โครงการ200,000) จุดเช็คอินบ้านแพง หมู่14 รับชมหมอลำวง "สาวน้อยเพชรบ้านแพง" และจุดเช็คอิน บ้านแพง หมู่ที่ 13
จากนั้น ในเวลา 13.30 น. คณะอนุกรรมการสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เดินทางไปยังชุมชนหนองซอน อำเภอเชียงยืน เพื่อเยี่ยมชมโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ในโครงการปลูกกล้วยน้ำว้า ประกอบด้วย 16 หมู่บ้าน มีสมาชิกรวมกลุ่มปลูกกล้วยน้ำว้า 40 คน ปลูกกล้วย 30 ไร่/6,000 หน่อ เพื่อสร้างอาชีพด้านการเกษตร เพื่อลดรายจ่ายในครอบครัวและเรียนรู้การปลูกกล้วยน้ำว้า เพื่อให้เกิดทักษะและขยายผลเป็นอาชีพเสริมต่อไป หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านโนนสูงน้อย หมู่ที่ 10 ตำบลดอนเงิน อำเภอเชียงยืน เพื่อพบปะประชาชน และเยี่ยมชมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี กลุ่มอนุรักษ์กระบือไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อนเดินกลับ
สำหรับโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ถือเป็นหนึ่งในโครงการในการขับเคลื่อนภารกิจภายใต้โครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน” เป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง ยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชน การสร้างตลาดใหม่ และการเชื่อมโยง OTOP เข้ากับการท่องเที่ยวชุมชนโดยสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่เน้นสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจชุมชน เน้นการดึงนักท่องเที่ยวเข้าชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านได้ขายสินค้าอยู่ในชุมชนของตนเอง ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชน ประกอบกับการดึงเสน่ห์แห่งภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ มาแปลงเป็นรายได้ ทำให้เกิดการกระจายรายได้ภายในชุมชน ช่วยส่งเสริมการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยทุกคนในชุมชนพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดี อันจะส่งผลให้ลูกหลานในชุมชนไม่ต้องออกไปหารายได้จากภายนอกชุมชน ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านการพัฒนา OTOP จากรูปแบบเดิมที่เน้นการผลักดันสินค้าไปขายในตลาดต่างๆ อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาล

ภาณุวัชร คนเชี่ยว, วิศิษฎ์ เย็นศิริ/ข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : วิศิษฎ์ เย็นศิริ

ผู้เรียบเรียง : วรัญญา นันตาแก้ว

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม