จ.ชัยภูมิ ตั้งศูนย์แก้ปัญหาหนี้นอกระบบบูรณาการทุกหน่วยสร้างความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

24T20:23:11.460Z ก.ค. 2561

วันนี้ (24 ก.ค. 61) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ ชั้น 3 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้จัดแถลงข่าวสื่อมวลชนทุกแขนง ถึงการจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ตามนโยบาย หนี้นอกระบบเป็นศูนย์ของรัฐบาล โดยศูนย์แห่งนี้จะทำงานบูรณาการกันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝายกฎหมาย ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร สรรพากร ที่ดิน เป็นต้น เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้ระบบ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ ขณะเดียวกันก็ให้ความเป็นธรรมกับคู่กรณีด้วย ใช้หลักการเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นอันดับแรก หากคู่กรณีไม่ยอมเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ย จะใช้มาตรการทางกฎหมายเป็นวิธีสุดท้าย เพื่อให้ปัญหายุติภายใน 2 วัน
นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า การแถลงข่าววันนี้เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารไปยังประชาชนที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหนี้กรณีต่างๆ ให้ได้รับทราบว่า ถ้าประสบปัญหาเหล่านี้ สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ในหลายช่องทาง เช่น ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อัยการจังหวัด สำนักงานยุติธรรมจังหวัด หรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เมื่อหน่วยงานได้รับเรื่องแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการของศูนย์อำนวยการที่ตั้งขึ้นในครั้งนี้ และรีบดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความเป็นธรรมขึ้นในสังคม ประชาชนไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
ด้านนายบัณฑิต สิรยานนท์ อัยการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาหนี้นอกระบบขยายเป็นวงกว้างมีผลกระทบต่อเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ถ้าภาครัฐไม่ทลายกระบวนการนี้ ชาวไร่ชาวนา จะตกเป็นทาสของเจ้าหนี้นอกระบบ ไม่มีทางฟื้นตัว รัฐบาลได้หาทางแก้ไข โดยให้หน่วยงานของจังหวัดทุกหน่วย มาบูรณาการร่วมกัน ใช้กฎหมายที่รัฐบาลออกมา 2 ฉบับ เป็นเครื่องมือ คือกฎหมายทวงหนี้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เช่น ทวงหนี้โหด ลักษณะข่มขู่ ทวงหนี้นอกเวลาที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ที่ออกมาใหม่ ปี 2560 ที่มีมาตรการแก้ปัญหาการซ่อนดอกเบี้ยโหดเอาไว้ เช่น กู้เงินมาจริงๆ 2 หมื่น ให้ลงชื่อในเอกสารเปล่าๆ ไม่กรอกตัวเลขที่กู้ยืมจริงเอาไว้ แต่มาเขียนในสัญญาภายหลังเพิ่มตัวเลขขึ้นเป็น 1 แสน หรือ 2 แสน พร้อมเรียกดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 20 ถึงร้อยละ 100 ต่อปี ซึ่งกฎหมายกำหนดไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี กรณีนี้ถ้าเกิดขึ้น ขอให้รีบร้องที่ศูนย์ดำรงธรรม พร้อมแจ้งความที่สถานีตำรวจ กล่าวหาเจ้าหนี้ได้เลยฐานปลอมแปลงเอกสาร เรียกดอกเบี้ยเกิน และทวงหนี้โหด
อัยการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวอีกว่า ประชาชนที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อย่าหลบหนีหรือปล่อยปะละเลย เพราะถ้าคู่กรณีไม่มาขึ้นศาล ศาลจะตัดสินตามคำร้องของอีกฝ่ายหนึ่งทันที ซึ่งทำให้ลูกหนี้มีความผิดตามคำพิพากษาของศาล แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้ว ลูกหนี้จะได้รับการช่วยเหลือด้านที่ปรึกษาทนายความ โดยไม่ต้องจ้างทนาย นี่กรณีถูกฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย ส่วนถ้าเป็นคดีอาญา แจ้งความที่พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าเห็นว่าผิดก็ส่งอัยการดำเนินการฟ้อง ซึ่งที่ผ่านมาฟ้องไปแล้วกว่า 20 ราย เป็นกรณีทวงหนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และดอกเบี้ยเกินอัตรา

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : สุระพงค์ สวัสดิ์ผล

ผู้เรียบเรียง : วรัญญา นันตาแก้ว

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ