สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

17T14:27:43.737Z พ.ค. 2561

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ไว้พิจารณา โดยรัฐบาลยืนยัน เพื่อยกระดับศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งเป็นการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงผลร่างกฎหมายดังกล่าวว่า ปัจจุบันมีปัญหาเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร รวมทั้งตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีพันธกรณีจะต้องปฏิบัติตาม ทำให้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถใช้บังคับในเขตทางทะเลที่อยู่ภายนอกราชอาณาจักรหรืออาจไม่ครอบคลุมถึงการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่ในทุกๆ ด้านที่ครอบคลุมได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมามีการจัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. โดยกองทัพเรือ ทำหน้าที่ประสานงานและบูรณาการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล แต่เนื่องจากปัจจุบันปัญหาทางทะเลมีมากขึ้น ดังนั้นเพื่อความเป็นเอกภาพ รัฐบาลจึงเห็นควรให้ยกระดับ ศรชล. เป็นศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีและมีกฎหมายรองรับ ซึ่งเป็นการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เพียงแต่เฉพาะกองทัพเรือเท่านั้น โดยมีอำนาจหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน สั่งการและสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และมีคณะกรรมการบริหาร ศรชล.พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงาน โครงการและการจัดตั้งงบประมาณ ควบคุมดูและการปฏิบัติงานของ ศรชล. ขณะเดียวกันยังได้กำหนดให้มี “ศรชล.ภาค” และ “ศรชล.จังหวัด” รับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในเขตพื้นที่รับผิดชอบของทัพเรือภาคและจังหวัดชายทะเล ทั้งนี้เพื่อดำเนินการให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและต่อพันธกรณีกับประเทศต่างๆ ให้เรียบร้อยต่อไป

ด้านสมาชิก สนช. อภิปรายให้การสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สามารถบูรณาการการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นเอกภาพมากขึ้น รวมทั้งยังสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมทางทะเลในปัจจุบัน โดยหลังอภิปรายที่ประชุมีมติเห็นชอบรับหลักการวาระแรกด้วยคะแนน 198 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 4 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 29 คน พิจารณา โดยกำหนดเวลาแปรญัตติภายใน 15 วัน และมีกรอบการดำเนินงาน 60 วัน

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : วาสนา ตาระเกตุ(เงินทูล) / สวท.

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย