รมว.พลังงาน ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามความก้าวหน้าการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ ติดตามความก้าวหน้าการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ สำหรับการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง

08T12:27:12.117Z ธ.ค. 2561

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามความก้าวหน้าการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ สำหรับการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง มั่นใจจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามแผน
วันนี้ (8 ธ.ค. 61) นายธีระ อนันตเสรีวิทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราฎร์ธานี ให้การต้อนรับ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปชัย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และนายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าห่วงโซ่อุปทานการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ
สำหรับการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อสร้างความมั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ ตั้งแต่วัตถุดิบ จุดรับซื้อผลปาล์ม ลานเท รวมทั้งขั้นตอนการแปรสภาพ คือ โรงสกัดน้ำมันปาล์ม สถานที่เก็บน้ำมันปาล์มดิบ ตลอดจนท่าเรือขนส่ง มีความพร้อม และสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอน ซึ่งจะทำให้การนำน้ำมันปาล์มดิบ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าร่วมกับก๊าซธรรมชาติที่โรงไฟฟ้าบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา บรรลุผลสำเร็จตามที่วางแผนไว้
ซึ่งทางคณะได้เดินทางไปดูงานที่ท่าเรือ บริษัท โกลบอล อินเตอร์ จำกัด อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเยี่ยมชมสถานที่เก็บน้ำมันปาล์ม และท่าเรือ บริษัท PK Marine Trading หลังจากนั้น เดินทางไปที่โรงสกัดน้ำมันปาล์ม บริษัท กรีนลอรี่ จำกัด อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทั้งนี้ มั่นใจได้ว่าการดำเนินการต่าง ๆ ในการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ การขนส่ง ตลอดจนการนำน้ำมันปาล์มดิบ จำนวน 160,000 ตัน มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าร่วมกับก๊าซธรรมชาติที่โรงไฟฟ้าบางปะกง หน่วยที่ 3 นั้น จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มได้สำเร็จตามแผนที่วางไว้
โดย กฟผ. จะเริ่มทยอยรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับผลิตไฟฟ้า และเริ่มทดสอบระบบภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อให้สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2562 เป็นต้นไป และจะสิ้นสุดโครงการในเดือนกรกฎาคม 2562 รวมระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งสิ้น 6 เดือน ส่วนการผลิต บี 10 ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการเนื่องจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่น ยังไม่ได้ดำเนินการ ทั้งที่รอมานานกว่า 3 ปีแล้ว ดังนั้น การผลิต บี 20 จีงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะนำน้ำมันปาล์มกว่า 2 แสนตัน มาผลิตเพื่อให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกได้ใช้เมื่อทั้ง 2 โครงการ ดำเนินการได้แล้วเสร็จ จะทำให้ราคาปาล์มน้ำมันของเกาตรกรขายได้ในราคาที่สูงขึ้น

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : สุทธิชาติ รัชชะ

ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี