ทส.แจง"นโยบายทวงคืนผืนป่า" สามารถยับยั้งการบุกรุกป่าให้คงที่ได้ที่ 102 ล้านไร่ ผ่อนผัน"ชาวบ้านผู้ยากไร้/ไร้ที่ทำกินย้ำบังคับใช้กฎหมายในการทวงคืนเป็นกลุ่มนายทุนเท่านั้น

11T12:22:32.950Z ส.ค. 2561 | เข้าชม : 0

กรณีข้อวิจารณ์ที่ระบุรัฐบาลประกาศนโยบายสำคัญช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่นโยบายทวงคืนผืนป่ากลับสร้างผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยผู้ไร้ที่ดินทำกิน ไร้ที่อยู่อาศัย นั้น

นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม/โฆษกกระทรวงฯ ชี้แจงว่า จากข้อมูลปี 2519 -2557 เนื้อที่ป่าถูกทำลาย ปีละเฉลี่ย 1 ล้านไร่ จนคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ให้ความสำคัญของการแก้ปัญหาป่าถูกทำลาย โดยมีมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 64/2557 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2557 และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 66/2557 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2557 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านป้องกันและปราบปรามทรัพยากรป่าไม้ ดำเนินมาตรการหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ โดยให้ผ่อนผัน"ชาวบ้านผู้ยากไร้/ไร้ที่ทำกิน " สามารถอยู่อาศัยในเขตป่าและทำกินได้ต่อไปได้โดยไม่มีผลกระทบ แต่ในทางตรงข้ามรัฐจะทวงคืนผืนป่าและการบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีต่อ "กลุ่มนายทุน"ในรูปแบบต่างๆ เท่านั้น

นายประลอง ชี้แจงต่อว่า ที่ผ่านมาจะพบว่าในช่วงเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน แผนงานตามนโยบายของรัฐบาลสามารถหยุดยั้งการบุกรุกทำลายป่าให้คงที่ได้ที่ 102 ล้านไร่ (พื้นที่ป่าคงที่ในช่วง พ.ศ. 2557-2560) โดยไม่มีการถูกบุกรุก ทั้งนี้พื้นที่ที่ได้จากการทวงคืนจากกลุ่มทุน รัฐบาลโดย ทส.จะนำพื้นที่ดังกล่าวมาฟื้นฟูสภาพป่า หรือพื้นที่ไหนที่เหมาะสมก็จะนำมาดำเนินการจัดที่ทำกินให้แก่ราษฎรผู้ยากไร้ในรูปแบบแปลงรวม (คทช.) เพื่อเป็นการจัดพื้นที่ให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ให้สามารถดำรงชีพทำกิน อยู่อาศัยได้ในเขตป่าไม้อย่างปกติสุข เพื่อความยั่งยืนของระบบนิเวศน์ป่าไม้ เศรษฐกิจ และสังคม

ทั้งนี้ แนวทางการปฏิบัติของคณะเจ้าหน้าที่ ในการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มนายทุนๆ จะมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อคัดกรองกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มที่บังคับใช้กฎหมายในการทวงคืนเป็นกลุ่มนายทุนเท่านั้น ซึ่งแผนงานการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มทุนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป

นายประลอง ชี้แจงอีกว่า สำหรับกรณีกลุ่มผู้เดือดร้อนออกมาร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามแผนงานทวงคืนของภาครัฐ นั้น รัฐบาลได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงได้บูรณาการดำเนินการตั้งคณะทำงานขึ้นหลายชุด เพื่อติดตามรวบรวมแก้ไขปัญหาทั่วประเทศ ได้แก่ 1) การแก้ไขปัญหาพื้นที่โฉนดชุมชน จำนวน 30 พื้นที่ทั่วประเทศ 2) พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผนงานการทวงคืนผืนป่าในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 18 กรณีทั่วประเทศ 3) การแก้ไขปัญหาชุมชนชาวเล 4)การแก้ไขปัญหาพื้นที่เตรียมประกาศ อุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง 5) การแก้ไขเยี่ยวยาราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการทวงคืน 3 กรณี และ6) เรื่องการแก้ไขปัญหาเพิ่มเติมจากการร้องเรียนใหม่ จำนวน 8 กรณีทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ทส. ได้ตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.)” เพื่อบูรณาการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในภาพรวมของกระทรวงฯ ลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนผู้เดือดร้อน และบูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่เดือดร้อนทั่วประเทศตลอดมา และยังเปิดช่องทางให้ภาคประชาชนได้แจ้งร้องเรียนความเดือดร้อน หรือแจ้งเบาะแสการกระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ที่เกี่ยวข้อง ได้ที่ สายด่วน 1362 หรือร้องเรียนถึง นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า ได้โดยตรง

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : วีระเดช คชเสนีย์

ผู้เรียบเรียง : วีระเดช คชเสนีย์

แหล่งที่มา : สำนักข่าว