สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 44

30T09:06:09.913Z ต.ค. 2561 | เข้าชม : 0

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 44

วันนี้ (29 ต.ค. 61) เวลา 8.59 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ทรงเปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 44 ซึ่งสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 29 ถึง 31 ตุลาคม 2561 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนแอนตาร์กติกา (ขั้วโลกใต้) ครบ 25 ปี และในโอกาสที่สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อตั้งมาครบ 70 ปี
โดยจัดภายใต้หัวข้อ "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในยุคพลิกผัน" มี อาจารย์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้าร่วมประชุมฯ จำนวน 800 คน มีผลงานวิจัยที่นำเสนอในครั้งนี้ 300 ผลงาน
โอกาสนี้ ทรงปาฐกถาเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเยือนแอนตาร์กติก และแนวพระราชดำริด้านวิทยาศาสตร์ขั้วโลก
จากนั้น ทรงฟังปาฐกถาพิเศษ "เรื่องขั้วโลก" โดยด็อกเตอร์ ยาง ฮุยเกน นักวิทยาศาสตร์ จากสถาบันวิจัยขั้วโลกของสาธารณรัฐประชาชนจีน "เรื่องพลังงานเทสล่า" พลังงานไฟฟ้าที่นำไปใช้ในรถ แทนพลังงานเชื้อเพลิง โดยด็อกเตอร์ บรานิเมีย โจวาวิค ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์นิโคลา จากประเทศเซอเบีย และเรื่อง "องค์ความรู้ใหม่ทางด้านเคมีวิเคราะห์" โดยศาสตราจาร์ ด็อกเตอร์อรวรรณ ชัยลภากุล นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี 2561
ในงาน มีการจัดแสดงนิทรรศการงานวิจัย โครงงานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต่าง ๆ จากภาครัฐและเอกชน อาทิ "เส้นทางวิจัยอาร์กติก-ขั้วโลกเหนือ และแอนตาร์กติก-ขั้วโลกใต้" โครงการในพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องจากขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้เปรียบเสมือนที่รองรับของเสียจากทั่วโลก โดยได้รับความร่วมมือจากประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี และราชอาณาจักรนอร์เวย์ จากการวิจัยพบว่าภาวะโลกร้อนมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกครั้งที่ไปสำรวจ ส่งผลให้น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ละลายเพิ่มขึ้นทุกปี และการสำรวจครั้งล่าสุดในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2561 พบเศษขยะบริเวณขั้วโลกเหนือ ซึ่งไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ แสดงให้เห็นว่าสภาพภูมิอากาศของโลกมีการเปลี่ยนแปลงที่เลวร้ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ปัญหาที่เห็นได้ชัด คือเกิดการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้น ปริมาณน้ำในทะเลเพิ่มมากขึ้น หากแนวโน้มยังมีการละลายของน้ำแข็งเพิ่มขึ้น อาจทำให้ทั่วโลกเกิดอุทกภัยที่ร้ายแรง จากการวิจัย ต้องการให้ทุกคนได้ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อน ที่มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ศนัฏฐ์ชล สุ่มสมบูรณ์

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว