สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดนิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา

30T09:09:14.443Z ต.ค. 2561 | เข้าชม : 0

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดนิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา

เวลา 14.49 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง ทรงเปิดนิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียของกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงส่งเสริมให้มีการรวบรวมวิทยาการและศิลปวัฒนธรรมมาปรับใช้ในการวางรากฐานพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนจวบจนปัจจุบัน
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมในห้องต่าง ๆ อาทิ ห้องกิจกรรมบาติก รวบรวมอุปกรณ์การเขียนลายผ้าบาติก การประทับลายผ้าบาติก และความรู้เกี่ยวกับผ้าบาติก
และห้องประชุมพิพิธภัณฑ์ผ้า มีการสาธิต การเขียนผ้าบาติกจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งที่จะทำให้สามารถเข้าถึงความเป็นมาของผ้าบาติก เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมการใช้ผ้าบาติกในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
สำหรับที่มาขอการจัดแสดงนิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา เป็นการจัดแสดงเรื่องราวการเสด็จพระราชดำเนินเยือนชวาทั้ง 3 ครั้ง ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ เพื่อนำความเจริญก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ มาพัฒนาบ้านเมืองให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนชวา , พระองค์ได้ทอดพระเนตรการเขียนผ้าบาติก และเป็นที่พอพระราชหฤทัย เนื่องจากผ้าบาติกเป็นหัตถศิลป์ที่เลื่องชื่อของชวามีความโดดเด่นทั้งในแง่ความงดงามของศิลปะและองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์การแต่งกายของชวา โดยทรงซื้อผ้าบาติกมาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผ้าบาติกด้วย รวมจำนวนกว่า 300 ผืน , ซึ่งทั้งหมดมีการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี มีการให้หมายเลขกำกับผ้าแต่ละผืน และบันทึกข้อมูลรายละเอียดของผ้าแนบไว้
นอกจากนี้ มีการจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ฉลองพระองค์เต็มยศแบบกษัตริย์ชวา ทรงพระมาลาโกลุก และพระภูษาเป็นผ้าโดดลายปารังบารอง ทั้งยังมีการจัดแสดงฉลองพระองค์แบบกษัตริย์ชวา (จำลอง)
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าชมนิทรรศการดังกล่าว ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ถึงเดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 9.00 น. ถึง 16.30 น. โดยจำหน่ายบัตรเข้าชม , ผู้ใหญ่ 150 บาท , ผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป 80 บาท , นักเรียน นักศึกษา และเด็กอายุ 12 ถึง 18 ปี 50 บาท ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ศนัฏฐ์ชล สุ่มสมบูรณ์

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว