สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำคณะแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่เคยถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ชมโครงการตามพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 2 ถึง 3 ตุลาคม 2561

03T10:08:22.277Z ต.ค. 2561 | เข้าชม : 0

วันที่2 ต.ค. 2561 เวลา 08.49 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง "เรือนอาวุธสร้าง" อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือ อุทยาน ร.2 ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ทรงนำคณะแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่เคยถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ชมพิพิธภัณฑ์พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเป็นประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงหาทุนจัดสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยมีพระราชดำริให้สร้างเรือนไทยด้วยปูนเพื่อส่งเสริมการไม่ตัดไม้ทำลายป่า และประหยัดงบประมาณ , อีกทั้ง ทรงพระราชดำริให้ดำเนินโครงการสืบทอดพระอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และคีตศิลป์ สอนหลักสูตรพิเศษให้แก่เยาวชนจังหวัดสมุทรสงคราม โดยครูที่มีความสามารถจากสกุลช่างต่าง ๆ
โดยในวันนี้ ยุวศิลปิน ได้บรรเลงเพลงไทยดำเนินดอย บทเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
นอกจากนี้ มีการสาธิตงานช่างไทย โดยวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม การทำเครื่องแขวน แบบพัดจีน แบบพู่กลิ่น และแบบระย้า การร้อยมาลัยแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ การทำอาหารว่างโบราณตำรับชาววังมาเป็นขนมจีบไทย ขนมบุหลันดั้นเมฆ การสาธิตการทำขนมโดยกลุ่มอนุรักษ์ขนมวรรณคดีไทย รัชกาลที่ 2 เช่น รังไร ขนมจีบไทย และมะม่วงน้ำปลาหวาน กุ้งเผา สาธิตการฝึกหัดโขน หนุมานรบมัจฉานุ และระบำดาวดึงส์ ของยุวศิลปินสาขานาฏศิลป์
จากนั้น ทรงนำคณะแพทย์และพยาบาล ไปยังสวนเกษตร ซึ่งมีการจัดนิทรรศการ 3 เรื่อง ได้แก่ ปลูกผักในกระถาง กระสอบ ภาชนะเก่า สำหรับผู้มีพื้นที่จำกัด หรือสภาพดินไม่เหมาะสมในการเพาะปลูก โดยเลือกผักที่หยั่งรากไม่ลึก การเพาะถั่วงอกไว้รับประทานในครัวเรือน และการปลูกผักด้วยมูลไส้เดือน
จากนั้น เสด็จขึ้น "เรือนฤทัยสรรค์" ทอดพระเนตรโรงละครกลางแจ้ง ใช้สำหรับจัดแสดงดนตรี โขน ละคร บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศนภาลัย
และ ทรงนำคณะแพทย์และพยาบาล ชมวิถีไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งจำลองบ้านคหบดีชนบทคล้ายเรือนขุนช้าง มีหอชาย หอหญิง ห้องพระ จัดแสดงสำรับอาหารคาวหวานในบทพระราชนิพนธ์ และมรดกทางวัฒนธรรมอัมพวาโป๊ะปลาทูเทศกาลประเพณี
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการแสดงของวงอังกะลุงพันปี ของตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม แสดงโดยผู้สูงอายุ 84 ถึง 60 ปี มีสมาชิกรวม 27 คน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2556 เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีดนตรีบำบัดจิตใจ ซึ่งองค์การยูเนสโก้ เห็นความสำคัญของการมีกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุจึงได้เชิญไปเผยแพร่ผลงานที่จังหวัดเชียงใหม่
ใต้ถุนเรือนฤทัยสรรค์ จัดแสดงการเรียนการสอนโครงการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมด้านทัศนศิลป์ ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยวิทยาลัยช่างศิลป์ ได้จัดสอนหลักสูตรพิเศษช่างสิบหมู่สาขาช่างศิลป์ไทย สอนทุกวันอาทิตย์ อาทิ การเขียนลายไทยเบื้องต้น การเขียนหน้าภาพ จิตรกรรมไทยแบบประเพณี การสาธิตงานหัตถกรรม โดยกลุ่มสตรี งานจักสานก้านมะพร้าวบางช้าง ลูกบีบกะลา รองเท้ากะลาบริหารกล้ามเนื้อ การผลิตหัวโขนภูเตศวร ตามขั้นตอนแบบโบราณ ลงรักปิดทองคำ โดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) และ การทำเครื่องเบญจรงค์บางช้าง เพื่อสืบสานพระอัจฉริยภาพด้านการสร้างสรรค์ เครื่องเบญจรงค์และลายน้ำทอง ที่มีสีสัน ลวดลายงดงามมาก จนเป็นแบบอย่างต่อมาจนถึงปัจจุบัน
โดยในโอกาสครบ 200 ปีวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2511 , ทางองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ในฐานะทรงมีผลงานดีเด่นด้านศิลปวัฒนธรรม
เวลา 10.35 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยัง "โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์" ในการนี้ ทรงนำคณะแพทย์และพยาบาล ชมวิถีชุมชนอัมพวาและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์และพัฒนาของโครงการฯ อาทิ การเที่ยวชมบรรยากาศในสวนผสมแบบดั้งเดิมที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ 3 น้ำ ได้แก่ น้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรร้านค้าสินค้าชุมชน และของที่ระลึก ได้แก่ ขนมหวาน ก๋วยเตี๋ยวหมู , ร้านพอเพียง ณ อัมพวา และทอดพระเนตรการแสดงดนตรีของวงสุนทราภรณ์ ที่เรือนการเวก
ต่อจากนั้น ทรงพระดำเนิน ไปยังสวนเกษตรชัยพัฒนานุรักษ์ ในการนี้ ทรงปล่อยแตนเบียน ซึ่งเป็นแมลงที่ช่วยควบคุมแมลงดำหนามมะพร้าวที่เป็นศัตรูของมะพร้าวด้วยการทำลายยอดอ่อน เป็นวิธีทางธรรมชาติ งดใช้สารเคมี
จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมสาธิตของเครือข่ายกลุ่มเกษตรกร ที่สะท้อนสภาพวิถีชุมชนเกษตรของชาวอัมพวา ที่มีนาเกลือเป็นเอกลักษณ์ โดยสืบสานภูมิปัญญาดั้งเดิม มาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและมีมูลค่าเพิ่ม ได้ผลผลิตเป็นดอกเกลือ ใช้ในการปรุงอาหาร และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ทั้งยังมีปุ๋ยขี้แดด ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการทำนาเกลือ มีคุณสมบัติช่วยให้มะพร้าวมีความหวานหอม นอกจากนี้ มีการผลิตกะปิเคยตาดำ , มีส้มโอ รวมทั้งกิจกรรมการเพาะเลี้ยงชันโรง เพื่อนำน้ำผึ้งชันโรงไปแช่อิ่มผลไม้ ตลอดจนการผลิตน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น และการจัดการมะพร้าวครบวงจร
จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยัง "เตาตาล อัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์" ทอดพระเนตร การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว เริ่มจากการปาดน้ำตาลที่ได้จากงวง ใส่กระบอกไม้ไผ่ที่ก้นกระบอกจะใส่ไม้พะยอมไว้ชะลอการบูด ได้ 8 ถึง 12 ชั่วโมง แล้วนำมาต้มให้เดือด จากนั้นนำมากระทุงให้น้ำตาลเซ็ทตัว น้ำตาลจะมีความหอมหวาน เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของพื้นที่อัมพวา ที่มีการอนุรักษ์ไว้ ตามวิถีชาวบ้านและเป็นสินค้าชุมชน ให้เป็นที่ศึกษาเรียนรู้ดูงานแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ
"โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์" มีพื้นที่รวมประมาณ 21 ไร่ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิ ชัยพัฒนา นำที่ดินไปพัฒนาและอนุรักษ์เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน โดยมูลนิธิชัยพัฒนา ได้สนองแนวพระราชดำริในการพัฒนาและอนุรักษ์วิถีชีวิต วัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของชุมชนอัมพวา โดยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการประกอบอาชีพ และประกอบกิจกรรมภายในพื้นที่ และพัฒนาพื้นที่ให้เกิดศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เชื่อมโยงกับอุทยาน ร.2 และแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ของจังหวัดสมุทรสงคราม อีกทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชนอัมพวา ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาแบบบูรณาการ โดยสร้างโอกาสให้ชุมชน องค์กรท้องถิ่น และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าไปมีส่วนร่วมและมีบทบาทในการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลในการพัฒนา และการพึ่งพาตนเองของชุมชนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
โอกาสนี้ ทรงพระดำเนินไปยัง ลานวัฒนธรรม และร้านค้าชุมชน "นาคะวะรังค์" ทอดพระเนตรร้านค้าและการแสดงของเยาวชนและชุมชน อาทิ การแสดงหุ่นสาย การแสดงพื้นบ้าน การสาธิตประกอบอาหารพื้นบ้านคาวหวาน เช่น ปลาทูแม่กลองนึ่ง , หมี่กรอบ , กระยาสาท , ขนมชั้น , ขนมช่อม่วง ตลอดจนการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นที่หลากหลายของอัมพวา
สำหรับชื่อลานวัฒนธรรม "นาคะวะรังค์" นั้น เพื่อเป็นเกียรติแก่นางสาวประยงค์ นาคะวะรังค์ ผู้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายที่ดินที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชาวอัมพวา และชาวไทยที่รักวิถีชีวิตความเป็นไทย จัดเป็นลานอเนกประสงค์สำหรับการแสดงและส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่นวิถีชีวิตลุ่มน้ำแม่กลองและอัมพวา
นอกจากนี้ มีร้าน "ชานชาลา" เป็นร้านเครื่องดื่มและอาหารว่าง ในเรือนแถวไม้ริมคลองอัมพวา รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่กิจกรรมภายในโครงการ ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชนอัมพวา ซึ่งได้ตกแต่งร้านให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นร้านสมัยโบราณ
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรห้องนิทรรศการชุมชน จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนแม่กลองและอัมพวา มีการจัดรูปแบบและเนื้อหาของนิทรรศการให้หมุนเวียนและสอดคล้องกับเนื้อหาการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนอัมพวา เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชน
เวลา 14.42 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยัง โครงการในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ศูนย์ฝึกอบรมทางการเกษตรเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ทรงนำคณะแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่เคยถวายการรักษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชมกิจกรรมทางการเกษตรภายในโครงการฯ
โอกาสนี้ ทรงพระดำเนินไปยังศาลาจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีการนำผลผลิตทางการเกษตรที่ได้จากโครงการฯ และผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปแล้ว มาจัดจำหน่ายในราคาย่อมเยา อาทิ หมี่กรอบฟักข้าว โดนัทฟักข้าว และ งาดำคั่วเกลือ นอกจากนี้ มีเมล็ดพันธุ์ และผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผลผลิตทางเกษตรจำหน่ายด้วย โดยมีการต่อยอด นำไปจำหน่ายในหลายสถานที่ เช่น โรงพยาบาลท่ายาง โรงพยาบาลชะอำ และเทศบาลเมืองหัวหิน เป็นต้น
สำหรับโครงการฯนี้ เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้เป็นสถานที่เรียนรู้และฝึกอบรมทางการเกษตรแบบผสมผสาน โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการจัดตั้งบนพื้นที่ 34 ไร่ 1 งาน 18 ตารางวา เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย ด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นตัวอย่างสำหรับเกษตรกร เยาวชน และประชาชนทั่วไป ของจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เป็นการส่งเสริมให้เกิดความรักในอาชีพเกษตรกร สำนึกรักบ้านเกิด ตลอดจนนำองค์ความรู้ที่ได้ไปปรับปรุงใช้กับการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ของตนเอง
ภายในโครงการฯ ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมทางการเกษตร เช่น การเพาะพันธ์เห็ด , การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ , การปลูกไม้ผลและพืชผัก กิจกรรมฐานการเรียนรู้ เช่น การผลิตนำส้มควันไม้ และสารชีวภัณฑ์ สำหรับป้องกันกำจัดศัตรูพืช เพื่อทดแทนการใช้สารเคมี ได้แก่ การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า ป้องกันเชื้อราโรคพืช อีกทั้งยังมีการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี
ในส่วนของด้านปศุสัตว์ มีการเลี้ยงหมูหลุมพันธุ์เหมยซาน แพะพันธุ์จัมนาปารีแพะพันธุ์แบลคเบงกอล เป็ดเทศ และไก่ไข่ และด้านประมง มีการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย , ปลานิล , และกบเป็นต้น
ที่ผ่านมา มีเกษตรกร ประชาชนทั่วไป และเยาวชน เข้าไปศึกษาดูงาน และนำกลับไปประยุกต์กับพื้นที่ของตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
ข่าวในพระราชสำนัก สทท

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ศนัฎฐ์ชล สุ่มสมบูรณ์

ผู้เรียบเรียง : เกศวรรณ ธนวัฒน์

แหล่งที่มา : สำนักข่าว