สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส

28T08:20:19.247Z ก.ย. 2561 | เข้าชม : 0

วันที่27 ก.ย. 2561 เวลา 9.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังกรมทหารราบที่ 152 ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ทรงเป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนาค่ายสิรินธร ครบ 38 ปี ที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งกองทัพบกเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2523 โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานนามค่ายเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเคยดำรงตำแหน่งนายทหารพิเศษประจำกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 ซึ่งเป็นหน่วยที่ตั้งในค่ายสิรินธรในอดีต ต่อมาปี 2556 ทรงสถาปนาให้กรมทหารราบที่ 152 ซึ่งตั้งอยู่ในค่ายสิรินธรตั้งแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบัน เป็นหน่วยทหารในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีภารกิจหลักในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการทหาร เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ ช่วยเหลือประชาชนที่ทุกข์ยากจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โอกาสนี้ ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค่ายสิรินธร ซึ่งพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2533 เพื่อเป็นสวัสดิการแก่กำลังพลและราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียง ในการแบ่งเบาภาระการอบรมเลี้ยงดู และส่งเสริมพัฒนาการแก่เด็กก่อนวัยเรียน
ในการนี้ พระราชทานอุปกรณ์การเรียนและเครื่องใช้แก่ตัวแทนนักเรียน ปัจจุบันมีเด็กอายุ 2 ถึง 5 ปี จำนวน 29 คน มีครู 5 คน โดยได้รับรางวัลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กคุณภาพกองทัพบก ประจำปี 2561 ที่มีการพัฒนาในระดับดีมาก จากสมาคมแม่บ้านทหารบก
จากนั้น ทรงติดตามการดำเนินงานห้องสมุดมีชีวิต "วีรปัญญา" ซึ่งค่ายสิรินธร ร่วมกับอุทยานการเรียนรู้ TK Park ปรับปรุงห้องสมุดค่ายสิริธรเดิมให้สวยงามและทันสมัย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในลักษณะห้องสมุดชุมชน ของประชาชน เด็กเยาวชน ตลอดจนกำลังพลและครอบครัว ทั้งยังมีการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กและผู้สูงอายุด้วย
ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรการดำเนินงานศูนย์ผ้าบาติก ซึ่งมีพระราชดำริเมื่อปี 2541 ให้พัฒนาจากกลุ่มผ้าบาติกเป็นศูนย์ผ้าบาติก เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้แก่แม่บ้านทหารบกภายในค่าย ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ตลอดจนกำลังพลและพลทหารได้เข้ามาเรียนรู้การผลิต เพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริม ปัจจุบัน ได้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ เสื้อผ้า ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอนอิง และกล่องใส่กระดาษทิชชู่ โดยส่งจำหน่ายในร้านสมาคมแม่บ้านทหารบก กรุงเทพมหานคร และร้านแบ่งปัน จังหวัดปัตตานี
โอกาสนี้ ทรงลงสีลายผ้าบาติกภาพทหาร ตำรวจ และประชาชนจิตอาสา ที่ช่วยปกป้องความสงบเรียบร้อย และดอกชบาหรือดอกบุหงารายา ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดปัตตานี เพื่อพระราชทานเป็นที่ระลึก
เวลา 13.09 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารอเนกประสงค์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
ในการนี้ พระราชทานเกียรติบัตรแก่ผู้มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในรอบปีของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2560 จำนวน 67คน ซึ่งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ดำเนินการคัดเลือกเพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ประชาชน ที่ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางราชการ และองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่จนมีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์และบังเกิดผลดีต่อทางราชการและประชาชน พระราชทานเงินรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดการทำเกษตรตามแนวพระราชดำริฯ ดีเด่นในระดับจังหวัดของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2561 จำนวน 10 คน เป็นโครงการตามพระราชดำริ ที่ ศอ.บต. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการส่งเสริมขยายผลการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน "ครัวโรงเรียนสู่ครัวบ้าน" คัดเลือกนักเรียนที่รักการเรียนรู้การทำเกษตรแล้วได้ทำต่อเนื่องที่บ้านจนประสบผลสำเร็จเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ชุมชน
โอกาสนี้ มีพระราชดำรัสเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัล
ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการตามรอยพระมหากษัตริย์ 5 พระองค์ นำเสนอภาพพระราชกรณียกิจของ รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ราษฎรคนไทยที่ไร้สัญชาติ ในโครงการ "จัดเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อแก้ไขปัญหาบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรหรือไร้สัญชาติ" เฝ้าทูลละอองพระบาท โดย ศอ.บต.เร่ง ดำเนินการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการไร้สัญชาติ ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรของคนไทยที่อาศัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และในประเทศมาเลเซีย ในปี 2561 วางเป้าหมายช่วยเหลือประมาณ 1,000 คน
จากนั้น ทอดพระเนตรการสาธิตการใช้งานรถโมบายเคลื่อนที่ "สิริเวชยาน" รถที่ให้บริการทางการแพทย์ที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้บริการเชิงรุกด้านสุขภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่จังหวัดยะลา โดยมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา ได้นำออกไปให้บริการแล้วที่อำเภอยะหา เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา เน้นให้บริการตรวจรักษาสุขภาพเด็กพิการที่ไม่สามารถออกไปโรงพยาบาลได้ ภายในรถมีห้องให้บริการกายภาพบำบัด การฝึกเดินและโต๊ะซักประวัติตรวจร่างกาย
เวลา 14.38 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยัง สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา อำเภอเมืองยะลา ทรงเปิด "อาคารเก็บพัสดุสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา" ซึ่งสภากาชาดไทยอนุมัติงบประมาณให้จัดสร้างขึ้น เมื่อปี 2560 แล้วเสร็จในปี 2561 เพื่อจัดเก็บพัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ และถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค หรือ "ชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทย ช่วยเหลือผู้ประสบภัย" ของเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา เพื่อสำรองไว้ให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการการดำเนินงานในปี 2561 ของเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา อาทิ ด้านการบรรเทาทุกข์ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อัคคีภัย และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ รวมจำนวน 1,134 คน ด้านการรับบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะ โดยมีผู้บริจาคโลหิตรายใหม่เพิ่มขึ้น จำนวน 1,114 คน จัดหาโลหิตได้ 4,034 ยูนิต และขึ้นทะเบียนผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตาและอวัยวะได้ รวมจำนวน 415 คน ด้านการสังคมสงเคราะห์ ได้ออกเยี่ยมผู้ต้องขัง , ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV , มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนยากจน มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้พิการ และก่อสร้างซ่อมแซมบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ รวมจำนวน 312 คน
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 2 จังหวัดยะลา และโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร มณฑลทหารบกที่ 46 จัดทำโครงการอาชาบำบัด เพื่อกระตุ้นพัฒนาการเด็กพิการ ที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา โดยให้เด็กทำกิจกรรมกายภาพบำบัดในท่าต่าง ๆ บนหลังม้า ซึ่งมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด สามารถช่วยเด็กที่มีอาการเกร็งและก้าวร้าวลดลง มีการทำงานของกล้ามเนื้อที่สมมาตรมากขึ้น ร่าเริง และสามารถสื่อสารบอกความต้องการของตนเองได้ดีขึ้น
ข่าวในพระราชสำนัก สทท

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : เกศวรรณ ธนวัฒน์

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว