สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา 2560

26T08:46:43.837Z ก.ย. 2561 | เข้าชม : 0

วันที่26 ก.ย. 2561 เวลา 13.03 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา 2560 ณ หอประชุมใหญ่ อาคารไทยบุรี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช
โดยในปีนี้ สภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีมติขอประทานถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเทคนิคการแพทย์ แด่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
ในการนี้ พระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 1 คน พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี รวมจำนวน 1,643 คน นอกจากนี้ พระราชทานเหรียญรางวัล (ผลการศึกษา) แก่บัณฑิตที่ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ที่มีคะแนนสูงสุดของแต่ละหลักสูตร จำนวน 24 คน , พระราชทานโล่รางวัลศึกษิตแห่งปีที่วลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา 2560 แก่นักศึกษาที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนนักศึกษา จำนวน 3 คน พระราชทานโล่กิตติการแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัย จำนวน 8 คน , และพระราชทานโล่เกียรติคุณอาจารย์ดีเด่นด้านการวิจัย และด้านการเป็นครู จำนวน 2 คน
โอกาสนี้ พระราชทานพระโอวาท ความสำคัญตอนหนึ่งว่า "บัณฑิตทั้งหลายผู้ได้พากเพียรบากบั่นศึกษาเล่าเรียนมาจนสำเร็จ ได้รับปริญญาอันทรงเกียรติในวันนี้ นับว่าเป็นผู้ที่ชาติบ้านเมืองต้องการ เพราะแต่ละคนต่างก็มีความรู้ตามสาขาวิชาที่ได้เล่าเรียนมาอย่างลึกซึ้ง อันจะเป็นอุปกรณ์อย่างสำคัญที่จะนำไปใช้สร้างสรรค์ความเจริญให้แก่ประเทศชาติ ทุกคนจึงควรจะได้สำนึกตระหนักในหน้าที่ที่มีต่อชาติบ้านเมือง แล้วนำความรู้ไปใช้ในการประกอบกิจการงาน ด้วยความซื่อตรงต่อวิชาชีพของตน พร้อมทั้งหมั่นศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม และฝึกฝนความชำนาญในการปฏิบัติ ให้เกิดความก้าวหน้าอยู่เป็นนิตย์ ข้อสำคัญ บัณฑิตต้องเป็นผู้มีคุณธรรม อีกทั้งแต่ละคนควรระลึกไว้เสมอว่า งานพัฒนาบ้านเมืองนั้น จำเป็นต้องอาศัยผู้มีความรู้ในสาขาต่าง ๆ มาร่วมมือร่วมความคิดกัน บัณฑิตจึงต้องฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีด้วย จะได้สามารถทำงานร่วมกับผู้มีความรู้ในสาขาวิชาชีพที่แตกต่างหลากหลายได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ให้บรรลุผลเป็นประโยชน์เป็นความเจริญทั้งแก่ตนเอง แก่ส่วนรวม และแก่ชาติบ้านเมือง"
ข่าวในพระราชสำนัก สทท

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : เกศวรรณ ธนวัฒน์

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว