สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ดังนี้

23T09:14:04.593Z พ.ค. 2561 | เข้าชม : 0

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 เวลา 14.22 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง โรงเรียนบ้านบุเจ้าคุณ (หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม อุปถัมภ์) ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ในการนี้ ทรงเปิด "อาคารเฉลิมพระเกียรติในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558" ซึ่งโรงเรียนฯ ได้รับงบประมาณการก่อสร้างจากหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เจ้าอาวาสวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม อำเภอวังน้ำเขียว เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่ออาคาร และพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียตริเนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ประดับที่ชื่ออาคารฯ ด้วย โดยเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 3 ชั้น แบ่งพื้นที่เป็นห้องประชุม ห้องเรียน และห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ซึ่งชั้นดาดฟ้า ได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ หรือระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองร่วมกับพลังงานหลัก
สำหรับโรงเรียนบ้านบุเจ้าคุณ (หลวงพ่อกัณหา สุขกาโมอุปถัมภ์) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2520 จัดการเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบัน มีนักเรียน 292 คน มีครูและบุคลากรการศึกษา จำนวน 18 คน
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการการดำเนินงานของโรงเรียนฯ อาทิ กิจกรรม "โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย" ตามพระราชดำริฯ มีการฝึกทักษะด้านวิทยาศาสตร์ ในกิจกรรมการทดลองต่าง ๆ แก่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกคิด ฝึกสังเกต และเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองมากขึ้น กิจกรรมการแกะสลักผักและผลไม้ มีการส่งเสริมต่อยอดให้นักเรียนแกะสลักสบู่เป็นรูปดอกไม้ เพื่อจำหน่ายให้แก่โรงแรมและรีสอร์ทต่าง ๆ ที่มีอยู่จำนวนมากในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว กิจกรรมงานประดิษฐ์ดอกไม้ไทย งานมาลัยใบตอง และของชำร่วย เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่มีมากในท้องถิ่น เช่น ดอกกุหลาบและใบตอง ทั้งยังเป็นทางเลือกประกอบอาชีพในอนาคต และผลงานโครงการสมุนไพรใจดี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งมีการนำสมุนไพรชนิดต่าง ๆ เช่น ขมิ้นชัน ใบส้มป่อย พลับพลึง ว่านสาวหลง กระเจี๊ยบ และดอกจันทน์เทศ มาเพิ่มมูลค่าทำเป็นลูกประคบ ยาดม สมุนไพรกันยุง และน้ำสมุนไพร
จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมห้องสมุด อาทิ กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยฝึกให้นักเรียนอ่านจับใจความจากเรื่องที่สนใจ และนำเสนอต่อเพื่อนร่วมชั้นเรียน โดยใส่หน้ากากเป็นตัวละครจากเรื่องที่จะนำเสนอ กิจกรรมส่งเสริมการรักการเขียน โดยให้นักเรียนเลือกจัดทำหนังสือเล่มเล็กตามความสนใจ กิจกรรมส่งเสริมความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มีการส่งเสริมให้นักเรียนปลูกต้นกระบองเพชรจำหน่าย เพื่อหารายได้ระหว่างเรียน และกิจกรรม d.i.y. (Do it by yourself) ที่ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนสนใจจากอินเทอร์เน็ต แล้วนำมาฝึกปฏิบัติจริง โดยมีครูบรรณารักษ์เป็นผู้ให้คำแนะนำ เช่น การประดิษฐ์กระเป๋า ตะกร้า และพวงกุญแจจากเส้นพลาสติก ซึ่งนอกจากเป็นการฝึกสมาธิแล้ว ยังสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพได้อีกด้วย
เวลา 15.28 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม อำเภอวังน้ำเขียว โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลัยและทรงจุดธูปเทียนบูชาพระประธานประจำศาลาปฏิบัติธรรม จากนั้นทรงประเคนผ้าไตรถวายแด่หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เจ้าอาวาสวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เป็นวัดป่าสายปฏิบัติธรรมตามแนวทางหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยเป็นวัดสาขาของวัดแพร่ธรรมาราม จังหวัดแพร่ และยังเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในการฝึกอบรมปฏิบัติธรรมแก่พุทธศาสนิกชนและผู้สนใจ ปัจจุบันมีภิกษุสงฆ์ 55 รูป
สำหรับ หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม ปัจจุบันอายุ 68 ปี พรรษา 48 เป็นพระนักปฏิบัติและพระนักพัฒนา เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้บริจาคที่ดินและปัจจัยต่าง ๆ เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาและพัฒนาศาสนสถาน ทั้งในจังหวัดนครราชสีมารวมถึงจังหวัดอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังเป็นประธานจัดหาทุนทรัพย์ในการจัดสร้างอาคารต่าง ๆ แก่โรงพยาบาล อาทิ "อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน) และ "อาคารหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม" โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อรองรับปริมาณผู้ป่วยที่เข้ารับบริการรักษาพยาบาลจำนวนมาก

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชลิตา กลิ่นเชย

ผู้เรียบเรียง : เพ็ญนภา เข็มตรง

แหล่งที่มา : สำนักข่าว