สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ดังนี้

11T09:53:46.320Z พ.ค. 2561 | เข้าชม : 0

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 61 เวลา 8.45 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดถวาย ไปยังโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ในการนี้ ทรงเปิดแพรคลุมป้าย "อาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา บรมราชินีนาถ" ซึ่งสมาคมศิษย์เก่าผู้ปกครองและครูโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี ร่วมกับพระครูสังฆรักษ์อุทัย ปภังกโร เจ้าอาวาสวัดศรีมฤคทายวัน (วัดเกาะตาพุด) ที่รับเป็นประธานจัดทอดผ้าป่าสามัคคีระดมทุนจัดสร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559
โดยเป็นอาคารสูง 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องสมุด มีมุมหนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คอมพิวเตอร์สำหรับสืบค้นข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ห้องถกแถลงสำหรับนักเรียนใช้ปรึกษาทำงานกลุ่มจำนวน 4 ห้อง ประกอบด้วย ห้องภาษาต่างประเทศ ห้องภาษาไทย ห้องคณิตศาสตร์ และห้องวิทยาศาสตร์ ห้องจัดแสดงนิทรรศการ การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่จังหวัดราชบุรี จำนวน 19 ครั้ง ส่วนชั้น 2 มีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในการฝึกเขียนโปรแกรมของนักเรียนและห้องประชุม
อาคารฯ นี้ ทางโรงเรียนฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อและพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญตราสัญญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ประดับที่ป้ายชื่ออาคารด้วย
นอกจากนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ขนาด 3 หมื่นวัตต์ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ร่วมกับพลังงานหลัก ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 164,000 บาทต่อปี
จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังอาคาร 2 ทอดพระเนตรนิทรรศการแสดงผลงานนักเรียนแผนการเรียนภาษาฝรั่งเศษ แผนการเรียนภาษาจีน และการค้นคว้าเกี่ยวกับท้องถิ่นของอำเภอโพธาราม ซึ่งมีความหลากหลายของชาติพันธุ์ ทั้ง จีน เขมร ไท-ญวณ ลาว และมอญ อาทิ จิตรกรรมฝาผนังวัดคงคาราม วัดเก่าแก่ของชาวมอญอายุกว่า 200 ปี หนังใหญ่วัดขนอน การแสดงทางวัฒนธรรม ที่รวบรวมศิลปะอันทรงคุณค่าไว้หลายแขนง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เช่น ข้าวโพดแปดแถว หรือข้าวโพดข้าวเหนียวที่มีฝักขนาดเล็ก และมีลักษณะเฉพาะคือเมล็ดเรียงกันแปดแถว ถั่วงอก ที่มีจุดเด่นด้วยการเพาะด้วยขี้เถ้าแกลบและนำมาล้างที่บริเวณริมแม่น้ำแม่กลองอันเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาแต่โบราณ เต้าหู้ดำ การถนอมอาหารของชาวจีน ด้วยการนำเต้าหู้ไปต้มกับสมุนไพรชนิดต่างๆ จนเข้าเนื้อและมีสีดำและนมหนองโพ ผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์ และนม ยู.เอส.ที. ของสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ที่กำเนิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการพระราชทานความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดแก่เกษตรกร
สำหรับโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2451 ปัจจุบันเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ เปิดสอนแบบสหศึกษา ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย มีนักเรียนจำนวน 2,804 คน มีครูและบุคลากร รวม 139 คน
เวลา 11.23 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ำหิน หมู่ 5 อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการพระราชดำริ
โรงเรียนฯ นี้ เปิดการสอนตั้งแต่ปี 2526 รับเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ในท้องที่บ้านถ้ำหินและบ้านวังส้มป่อย ทั้งนี้ เมื่อเริ่มก่อตั้งโรงเรียนฯ การสัญจรลำบากมาก เนื่องจากเป็นทางลูกรัง ต่อมามีการพัฒนาตามลำดับไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งการจราจรและการปรับปรังภูมิทัศน์ รวมทั้งการก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน มีนักเรียน 276 คน โดยเป็นนักเรียนบ้านไกลอยู่ประจำ 35 คน มีครูตำรวจตระเวนชายแดน หรือ ครู ตชด. 7 นาย ผู้ดูแลเด็กและครูอัตราจ้าง 4 คน
สำหรับผลการเรียนในปีที่ผ่านมา นักเรียนส่วนใหญ่ มีผลการเรียนที่ดี สามารถศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาได้ทั้งหมด โดยโรงเรียนฯ มีการเรียนการสอนในระบบสื่อสารทางไกลผ่านดาวเทียม ระบบ DLTV ในทุกกลุ่มสาระวิชา ทุกระดับชั้น เพื่อพัฒนาทักษะความคิดและทำกิจกรรมระหว่างเรียน นอกจากนี้ มีการสอนเสริมวิชาภาษาไทยแก่นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 ถึง 3 เน้นปรับพื้นฐาน เพื่อให้มีทักษะการใช้ภาษาไทย เพื่อเตรียมเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา
ด้านโครงการส่งเสริมสหกรณ์ ได้ปลูกฝังให้นักเรียนรู้จักประโยชน์ของการออมเงิน ซึ่งนักเรียนให้ความสนใจเป็นอย่างดี เพื่อนำเงินออมไปเป็นทุนการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังปลูกฝังให้มีระเบียบวินัยและมีความรับผิดชอบ ผ่านการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และทำสรุปการประชุม เป็นต้น
ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีผลผลิตทั้งด้านปศุสัตว์และพืชผักสวนครัว เพียงพอสำหรับประกอบอาหารเพื่อบริโภค โดยผลผลิตที่เหลือ นำไปแปรรูป เช่น ทำขนมปังกล้วยน้ำว้า มะละกอหยี กล้วยฉาบและฝรั่งแช่บ๊วย รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่งไปจำหน่ายที่ร้านภูฟ้า
อีกทั้ง ยังเป็น "โครงการโรงเรียนพัฒนาชุมชน" ซึ่งสำนักพระราชวังร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร จัดเป็นฐานการเรียนรู้การปลูกพืชผักสวนครัว ปศุสัตว์ การทำน้ำหมักชีวภาพ โดยมีประชาชนบริเวณใกล้เคียงบ้านถ้ำหิน ประชาชนต่างจังหวัดและชาวต่างประเทศ ไปศึกษาดูงาน ซึ่งทางโรงเรียนฯ ได้ฝึกให้นักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายเป็นวิทยากร ในรูปแบบกิจกรรมพี่สอนน้อง ปัจจุบัน สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถนำความรู้กลับไปทำการเกษตรที่บ้านได้ 30 ครัวเรือน และหากได้ผลผลิตมาก ก็จะแบ่งให้แก่โรงเรียนฯ ด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากโรงเรียนฯ และชุมชน เป็นที่ราบสูง จึงมีปัญหาน้ำไม่เพียงพอในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปั๊มน้ำบาดาลมาใช้ ทางกรมชลประทาน ได้ช่วยแก้ปัญหา ด้วยการสร้างฝายทดน้ำห้วยคลุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อแล้วเสร็จ จะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรได้ 2,400 ไร่
ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โรงพยาบาลราชบุรีและโรงพยาบาลสวนผึ้ง ไปบริการตรวจรักษาแก่ประชาชนและนักเรียนในพื้นที่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เจ็บป่วยด้วยโรคหูคอจมูก ส่วนนักเรียนเจ็บป่วยด้วยอาการทางเดินหายใจ
สำหรับบ้านถ้ำหิน อยู่ห่างจากชายแดนไทย-สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประมาณ 17 กิโลเมตร ประชากร อาศัยอยู่ตามภูมิประเทศซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขา อยู่พื้นราบและที่ราบสูง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง มีรายได้ 30,000 บาทต่อปี เมื่อเจ็บป่วยจะเดินทางไปรักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านถ้าหิน ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้าน 7 กิโลเมตร

ข่าวในพระราชสำนัก สทท.

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ณฐอร มีสิทธิ์

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : สำนักข่าว