สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี

06T09:42:09.240Z ก.พ. 2561 | เข้าชม : 0

เมื่อวันที่ (5 ก.พ. 61) เวลา 9.24 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดคงคารามวรวิหาร อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ซึ่งวัดคงคารามวรวิหารและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันจัดสร้างขึ้น เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีขนาด 1.5 เท่าของพระองค์จริง ในพระราชอิริยาบถประทับพระราชอาสน์ ความสูง 2 เมตร 31 เซนติเมตร หล่อด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์น้ำหนักรวม 1,129 กิโลกรัม
สำหรับ วัดคงคารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี เป็นวัดโบราณเก่าแก่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่มีการบันทึกระบุว่าเป็นพระอารามหลวงแรกของจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ และทรงสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงในรัชสมัยของพระองค์ ปัจจุบันมีพระวิสุทธิวรกิจ เป็นเจ้าอาวาส มีภิกษุสงฆ์ จำนวน 7 รูป
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรงานสกุลช่างจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ งานแทงหยวก งานปูนปั้นและงานแกะสลักไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรี เป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยได้เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปกรรมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นอกจากนี้ ทางวัดยังได้รวบรวมงานฝีมือช่างจังหวัดเพชรบุรี มาดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานต่างๆ ภายในวัดอีกด้วย

เวลา 10.37 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท อำเภอชะอำ ในการพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 และใบประกาศเกียรติคุณ แก่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่สภากาชาดไทย พระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิตครบ 36 ครั้ง และ 108 ครั้ง ประจำปี 2559 ถึง 2560 ของเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 4 รวมจำนวน 546 ราย เพื่อแสดงความขอบคุณและยกย่องเชิดชูเกียรติผู้สนับสนุนการบริจาคโลหิต โดยเฉพาะผู้บริจาคโลหิตซึ่งเป็นผู้มีจิตศรัทธาสละโลหิตในร่างกายของตนเองเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ผู้เจ็บป่วย โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน สำหรับ เหล่ากาชาดจังหวัดภาค 4 มี 7 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสมุทรสาคร , เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, นครปฐม, กาญจนบุรี, ราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม
ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายภารกิจงานบริการโลหิตให้สภากาชาดไทย ตั้งแต่ปี 2508 โดยมีศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ดำเนินการจัดหาโลหิตจากการบริจาคให้มีปริมาณเพียงพอและมีคุณภาพปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ มีนโยบายหลักว่า "โลหิตทุกยูนิต ต้องได้รับจากการบริจาคโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน" ซึ่งที่ผ่านมา สภากาชาดไทยได้ดำเนินงานตามนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง , อีกทั้ง ยังได้ดำเนินงานเพื่อสนองต่อนโยบายขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ให้แต่ละประเทศจัดหาโลหิตจากผู้บริจาคที่ไม่หวังผลตอบแทนให้ได้ร้อยละ 100 ในปี 2563 โดยมีประชากรของประเทศนั้นๆ เป็นผู้บริจาคโลหิตไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ของจำนวนประชากร ซึ่งจะทำให้มีปริมาณโลหิตเพียงพอสำหรับผู้ป่วย

เวลา 13.44 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม ทอดพระเนตรการดำเนินงานของโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ที่ได้ส่งเสริมอาชีพให้แก่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านและผู้ทำนาเกลือ ตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2552
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงทราบปัญหาสัตว์ทะเลธรรมชาติในน่านน้ำไทยลดลงและมีต้นทุนการจับสัตว์น้ำตามธรรมชาติสูงขึ้น จึงทรงริเริ่มให้ดำเนินงานฟาร์มทะเลตัวอย่างแบบผสมผสานเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ นำไปปรับใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมท้องถิ่นของตนเอง โดยดำเนินการเป็นฟาร์มตัวอย่างแบบไร้มลภาวะ (Zero waste) คือ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีการจัดการครบกลไกอาหารธรรมชาติ มีระบบน้ำหมุนเวียนเชื่อมโยงทุกช่วงความเค็มเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ โดยไม่มีการถ่ายเทของเสียสู่สิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน มีกิจกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์สองน้ำ อาทิ กุ้งขาว ปลานวลจันทร์ทะเล และปลากระพงขาว การเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล อาทิ ปลาทู ปลากะรัง ปลาจาระเม็ด มีการจัดสร้างแปลงสาธิตการเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแพเชือก เป็นการเลี้ยงแบบใหม่ที่ให้ผลผลิตดีกว่าการเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบดั้งเดิมที่ใช้ไม้ปักหลัก ทำให้ไม่มีปัญหาไม้หลักหักล้มในช่วงฤดูมรสุมสามารถขยายการผลิตได้ และลดปัญหาการตายของหอยจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม โดยมีสมาชิกโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ จำนวน 37 คนที่มาเรียนรู้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างๆ ในปีที่ผ่านมา โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ มีรายได้จากการดำเนินงาน โดยจำหน่ายสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ได้ รวม 2.53 ล้านบาท มาจากการจำหน่ายกุ้งขาวมากที่สุด และมีเกษตกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้าชมโครงการฯ กว่า 1 หมื่น 8 พันคน โดยผู้สนใจการฝึกอบรม ติดตามข่าวสารได้ทางเฟสบุ๊คของโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการกิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ อาทิ การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์สัตว์ทะเล เช่น ปลาช่อนทะเล , หอยเป๋าฮื้อ , ปลาหมึกกระดอง เป็นกิจกรรมการพัฒนาพ่อแม่พันธุ์สัตว์ทะเลหายาก
การเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น เป็นสาหร่ายทะเลสีเขียวเม็ดกลมเล็กรวมกันเป็นช่อคล้ายพวงองุ่น มีเทคนิคการเลี้ยง 2 รูปแบบ คือ เลี้ยงในบ่อดินและในบ่อคอนกรีต , ทางโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ได้เพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์และฝึกอบรมความรู้การเพาะเลี้ยงให้แก่ผู้สนใจเป็นประจำทุกเดือน เนื่องจากสาหร่ายพวงองุ่น เป็นที่นิยมของผู้บริโภค จำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 250 ถึง 400 บาท มีเกษตรกรจาก 41 จังหวัดทั่วประเทศเข้ามาฝึกอบรมแล้ว 21 รุ่น สร้างรายได้ให้ผู้เพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น เฉลี่ยเดือนละ 3 หมื่นบาท
การผลิตเกลือน้ำทะเลผง และผลิตภัณฑ์จากเกลือทะเล โดยเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มของน้ำเค็มจากฟาร์มย่อยต่าง ๆ ในโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ นำมาผลิตเป็นเกลือแกง และได้พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์น้ำทะเลผงธรรมชาติ จำหน่ายแก่ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นส่วนใหญ่ โดยนำไปใช้เลี้ยงสัตว์น้ำได้ดีเพราะมีการฆ่าเชื้อแล้ว และยังใช้เป็นหัวเชื้อทำอาหารเลี้ยงกุ้ง นอกจากนี้ ยังมีการแปรรูปเกลือทะเลเพื่อเพิ่มมูลค่า มีการทำเป็นเกลือสปา หรือดอกเกลือ และแป้งร่ำเกลือจืด ช่วยดูดซับสารพิษที่ผิวหนัง
กิจกรรมการเลี้ยงอาร์ทีเมีย หรือไรน้ำเค็ม เป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทนเค็มสูง โดยใช้ของเสียจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ มาเป็นอาหาร สำหรับอาร์ทีเมีย หรือ ไรน้ำเค็ม เป็นสัตว์น้ำเค็ม จำพวกครัสเตเชียน กลุ่มเดียวกับกุ้ง กั้ง และปู แต่ไม่มีเปลือกแข็ง มีเพียงเยื่อบางๆ หุ้มตัว ว่ายน้ำเคลื่อนที่ในลักษณะหงายท้อง โดยนิยมนำมาใช้เป็นอาหารในการอนุบาลสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง ปู และปลา เนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารสูง และมีขนาดเหมาะสมต่อลูกสัตว์น้ำ
จากนั้น ทอดพระเนตรการแปรรูปการถอดก้างปลานวลจันทร์ทะเล ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมอาชีพให้กับสมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ เนื่องจากปลานวลจันทร์เป็นที่นิยมบริโภคเพราะเนื้ออร่อยแต่มีกางเยอะ จึงต้องเรียนรู้วิธีการถอดกางที่ถูกต้อง และยังมีวิทยาลัยดุสิตธานี มาช่วยพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยวปลานวลจันทร์ทะเลเสริมสาหร่ายพวงองุ่น
ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ได้ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ของโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ที่จำหน่ายในร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบก่อสร้างร้านค้าจากองค์การทหารผ่านศึก เริ่มเปิดให้บริการ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 โดยได้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสินค้าจากชุมชนด้วย

ข่าวในพระราชสำนัก สทท.

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชลิตา กลิ่นเชย

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : สำนักข่าว