สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

04T10:52:46.770Z ก.พ. 2561 | เข้าชม : 0

เมื่อวันที่ (3 ก.พ. 61)เวลา 15.28 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดอัมพวันเจติยาราม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาพระประธานในอุโบสถแล้วทรงพระดำเนินไปทรงวางพุ่มดอกไม้และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

วัดอัมพวันเจติยาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ปากคลองอัมพวาด้านเหนือ เดิมชื่อวัดอัมพวา ตามชื่อหมู่บ้าน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บูรณะใหม่ และพระราชทานนามว่า "วัดอัมพวันเจติยาราม" มีความหมายว่า "วัดที่มีเจดีย์ และสวนมะม่วงเป็นที่รื่นรมย์และเกษมสำราญน่าเคารพบูชา"

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังอุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเป็นประธานงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ซึ่งมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 3 ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้พระราชทานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ จนทรงได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกจากองค์การ การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ เพื่อสืบทอดศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 และเพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังรู้รักและหวงแหนมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย

โอกาสนี้ พระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดประเภทต่าง ๆ และพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธาสมทบเงินเข้ามูลนิธิฯ

จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน อาทิ กิจกรรมถ่ายภาพบุคคลแนววิถีไทย , กิจกรรม"วิจิตร มณเฑียร" ซึ่งเป็นกิจกรรมในพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย และยังเป็นการส่งเสริมกิจกรรมให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เช่น การสอนวาดรูป , สอนปั้นลายไทยลายท้องถิ่นของจังหวัดสมุทรสงคราม , การทำภาพพิมพ์ซิลสกรีนบนกระดาษเป็นภาพพระบรมสาทิศลักษณ์ในหลวงรัชกาล ที่ 9 และการทำเครื่องปั้นดินเผา เซรามิก เทคนิค "รากุ"

โครงการพระราชดำริสืบทอดศิลปวัฒนธรรมด้านทัศนศิลป์ มีการแสดงการขับร้อง กาพย์เห่ ชมเครื่องคาวหวาน ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 จากผู้แทนราชสกุลในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และการขับร้องเพลงอิแซว เป็นเพลงพื้นบ้านภาคกลาง มีถิ่นกำเนิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยวิทยาลัยนาฏศิลป์สุพรรณบุรี นำโดยขวัญจิตร ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติปี 2539 สาขาศิลปะการแสดง

กิจกรรมช้อนไข่ปลาทู ร้านกาชาดจังหวัดสมุทรสงคราม , ร้านจิตรลดาจิปาถะ , ร้านขายของที่ระลึกของมูลนิธิฯ , ร้านภัทรพัฒน์ , ร้านดอยคำ และร้านโครงการหลวงนิทรรศการด้านการเกษตร จัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรจากโครงการในพระราชดำริ เช่น โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน , ยุวเกษตรกร และจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ผลงานวิจัยด้านการเกษตรจากหน่วยงานต่างๆ

และการสาธิตงานโครงสร้างหุ่นหลวง ซึ่งสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ได้ทำการรื้อฟื้นขึ้นเมื่อปี 2559 "หุ่นหลวง" เป็นหุ่นไทยประเภทหนึ่ง มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งการแสดงหุ่นหลวงเป็นศิลปะการแสดงหุ่นที่เก่าแก่ที่สุดของคนไทย ในการนี้ ทอดพระเนตรการแสดงหุ่นหลวง เรื่องรามเกียรติ์ ตอน หนุมานรบวิรุญจำบัง

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงละครกลางแจ้ง ทอดพระเนตรการแสดงนาฏศิลป์ ประกอบด้วย รำอาเศียรวาท โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และกรมศิลปากร , ละครใน เรื่องอุณรุท (อุน-นะ-รุด) ตอน อุณรุทได้นางกินรี บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แสดงโดยยุวศิลปิน สาขานาฏศิลป์ในอุปถัมภ์ของมูลนิธิฯ และศิลปินแห่งชาติ และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน พิธีกุมภนิยา โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ , ศิลปินแห่งชาติ และกรมศิลปากร

ข่าวในพระราชสำนัก สทท.

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว