สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิด "หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา" ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา

04T10:49:30.220Z ก.พ. 2561 | เข้าชม : 0

เมื่อวันที่ (2 ก.พ.60) เวลา 19.10 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด "หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา" ตั้งอยู่ ตำบลวังเย็น อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดสร้างขึ้น สนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเป็นหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบ แห่งที่ 2 ของประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์สำหรับประชาชน และสถานศึกษาในท้องถิ่น รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวิชาการที่สำคัญของภูมิภาค

ในการนี้ พระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดกำแพงลานดูดาวในหัวข้อ "ดาราศาสตร์สร้างประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างไร" จำนวน 3 ราย

จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการทางดาราศาสตร์ ซึ่งจัดแสดงในรูปแบบชุดการเรียนรู้ดาราศาสตร์แบบมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เสมือนจริง ประกอบด้วย 14 โซน อาทิ สเปกตรัมกับการค้นพบทางดาราศาสตร์ การรวมแสงของกล้องโทรทรรศน์ การเกิดเฟสดวงจันทร์ การหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์แก๊ส ฤดูกาลและการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์และน้ำหนักบนดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

โอกาสนี้ ทอดพระเนตร การสาธิตการใช้งานท้องฟ้าจำลองระบบฟูลโดมดิจิทัล เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร มุมมอง 360 องศา ซึ่งให้ความคมชัดเสมือนจริง สามารถแสดงภาพดวงดาวบนท้องฟ้าตามวันและเวลาที่ต้องการ รวมถึงฉายภาพยนตร์จำลองระบบสุริยะ วัตถุในห้วงอวกาศลึกและภาพยนตร์ทางดาราศาสตร์ต่างๆ

ต่อจากนั้น ทรงปลูกต้นสัก ภายในสวนพฤษศาสตร์หอดูดาว ซึ่งมีพื้นที 18 ไร่ ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนปลูกป่าพฤษศาสตร์อนุรักษ์พันธุ์พืชกินได้และพันธุ์พืชที่เกี่ยวกับศาสนา พร้อมระบบท่อส่งน้ำ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิสันติธรรมมาธร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติควบคู่ไปกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างภาครัฐและชุมชนบริเวณโดยรอบ

หลังจากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการยุววิจัยดาราศาสตร์ ชุมนุมดาราศาสตร์ พฤกษศาสตร์หอดูดาว และนักสื่อสารดาราศาสตร์น้อย อาทิ ผลงานการศึกษาวิจัยเรื่องการหาขนาดของดวงอาทิตย์จากการเคลื่อนที่ของสถานีอวกาศนานาชาติผ่านหน้าดวงอาทิตย์ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองศาของดวงอาทิตย์กับการขันของไก่ และการศึกษาสมบัติของดาวฤกษ์ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ ของนักเรียนโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฏิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และผลงานการสร้างสื่อดาราศาสตร์สำหรับคนตาบอด ของชุมนุมดาราศาสตร์โรงเรียนมัธยมพระราชทานนายาว จังหวัดฉะเชิงเทรา

จากนั้นทรงพระดำเนินไปยังอาคารหอดูดาว ทอดพระเนตรทัศนียภาพมุมสูงโดยรอบ ซึ่งมีบริเวณลานดูดาว สโตนเฮนจ์จำลอง และสัมราฏยันตระจำลอง (สำ-ราด-ยัน-ตระ) หนึ่งในอนุสรณ์สถานยันตระมันตรา หอสังเกตการณ์เก็บข้อมูลทางดาราศาสตร์ ทำหน้าที่เป็นนาฬิกาแดดเพื่อบอกเวลา ตั้งอยู่ที่สาธารณรัฐอินเดีย ทอดพระเนตรและทรงบันทึกภาพวัตถุท้องฟ้า ผ่านกล้องโทรทรรศน์ควบคุมระยะไกลอัตโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ของหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา หอดูดาวแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ ณ ศูนย์ควบคุมและรายงานดอยอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ อาทิ เนบิวลารันนิ่งแมน หนึ่งในเนบิวลากลุ่มดาวนายพราน ชนิดสะท้อนแสง ซึ่งอยู่ห่างออกไป 1,500 ปีแสง

นอกจากนี้ที่บริเวณอาคารหอดูดาวยังมีระเบียงดูดาวภายใต้หลังคาเลื่อน ซึ่งติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก สำหรับให้บริการสังเกตุวัตถุท้องฟ้า และจัดกิจกรรมดาราศาสตร์ "หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา" เปิดให้บริการวันอังคาร ถึง วันอาทิตย์ หยุดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 038-589395 หรือที่เว็บไซต์ www.NARIT.or.th

ข่าวในพระราชสำนัก สทท.

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว