ในตอนเย็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออกแทนพระองค์ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2560 เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานรางวัลฯ

01T10:09:30.663Z ก.พ. 2561 | เข้าชม : 0

เวลา 17.24 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออกแทนพระองค์ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา รองประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำ ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2560 เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานรางวัลฯ ดังนี้
สาขาการแพทย์ ได้แก่ โครงการจีโนมมนุษย์ (The Human Genome Project) จากสถาบันวิจัยจีโนมมนุษย์ ในสังกัดของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นโครงการวิจัยขนาดใหญ่ที่มีส่วนสำคัญในความก้าวหน้าทางความรู้เกี่ยวกับพันธุศาสตร์และรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นกลไกในการกำกับและควบคุมกระบวนการของสิ่งมีชีวิตในทุกขั้นตอน จึงช่วยให้เกิดความเข้าใจกลไกการทำงานของเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ อาทิ กลไกการกลายพันธุ์และกลไกการเกิดโรค องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาจีโนมมนุษย์ และการถอดรหัสพันธุกรรม ก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางการแพทย์หลายด้าน ทั้งการวินิจฉัยโรคพันธุกรรมที่พบน้อยและถ่ายทอดในครอบครัว ไปถึงโรคที่พบบ่อยในประชากร เช่น โรคมะเร็ง และโรคติดเชื้อ การตรวจคัดกรองในประชากรเพื่อค้นหาผู้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคตั้งแต่ระยะแรก ๆ จึงเป็นประโยชน์ในการควบคุมหรือป้องกันก่อนที่อาการของโรคจะแย่ลง , อีกทั้งช่วยให้เกิดการพัฒนายารักษาโรคที่มีความแม่นยำ และทำให้การรักษาโรคมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ความรู้ที่ได้จากโครงการจีโนมมนุษย์นั้น ก่อให้เกิดการพัฒนาในวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างกว้างขวางและก้าวกระโดด และได้รับการยอมรับว่าศาสตร์แขนงนี้มีความสำคัญยิ่งต่อความรู้ความเข้าใจในการเกิดโรคต่าง ๆ เปลี่ยนจากการวินิจฉัยและรักษาโรคที่ปลายเหตุมาเป็นการวิเคราะห์ต้นเหตุและค้นหาปัจจัยทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับการเกิดโรค เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ความก้าวหน้าทางความรู้ด้านพันธุกรรมของมนุษย์จากความร่วมมือทุ่มเทค้นคว้าของโครงการจีโนมมนุษย์นี้ ถือเป็นความสำเร็จที่ก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาลต่อมวลมนุษยชาติทั่วโลกอย่างชัดเจน ในการนี้ นายแพทย์อีริค กรีน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยจีโนมมนุษย์แห่งชาติ ในสังกัดสถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา เป็นผู้แทนรับพระราชทานรางวัลฯ
สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ศาสตราจารย์พอร์ทเตอร์ ดับเบิลยู. แอนเดอร์สัน จูเนียร์ , นายแพทย์จอห์น บี. รอบบินส์ , แพทย์หญิงราเชล ชเนียสัน , และ ศาสตราจารย์นายแพทย์มธุราม ซานโตชาม
ทั้งนี้ ศาสตราจารย์พอร์ทเตอร์ ดับเบิลยู. แอนเดอร์สัน จูเนียร์ , นายแพทย์จอห์น บี. รอบบินส์ , และแพทย์หญิงราเชล ชเนียสัน จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ร่วมกันพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อฮีโมฟีลุส อินฟลูเอนเซ ชนิดบี หรือฮิบ (Haemophilus influenza type B - Hib) ซึ่งเป็นแบคทีเรียสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก วัคซีนชนิดแรกที่ผลิตขึ้นเป็นวัคซีนชนิดโพลีแซคคาไรด์ แต่พบว่าวัคซีนโพลีแซคคาไรด์นี้ ไม่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันในเด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 18 เดือน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด จึงได้มีการปรับปรุงจากวัคซีนชนิดโพลีแซคคาไรด์ มาสู่ชนิดคอนจูเกต ซึ่งเป็นวัคซีนมาตรฐานในปัจจุบัน , รวมถึงผลงานของศาสตราจารย์นายแพทย์มธุราม ซานโตชาม จากสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้นำโครงการฮิบ อินนิชิเอทีฟ (Hib Initiative) ซึ่งผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนฮิบสำหรับเด็กทั่วโลกรวมถึงในประเทศกำลังพัฒนา ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของเด็กหลายร้อยล้านคนทั่วโลก
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสความสำคัญตอนหนึ่งว่า "การศึกษาค้นคว้าวิจัยด้านการแพทย์และการสาธารณสุขนั้น นอกจากจะต้องมีความมุมานะ อุตสาหะ อดทน และตั้งใจจริงแล้ว ยังต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจ และการทำงานให้ประสานส่งเสริมกัน ทั้งในระดับบุคคลและระดับประเทศด้วย จึงจะสำเร็จผลเป็นประโยชน์สูงสุด ผลงานของโครงการศึกษาจีโนมมนุษย์ เป็นตัวอย่างอันดีของการศึกษาค้นคว้าร่วมกันในระดับประเทศจนได้มาซึ่งข้อมูลชีวภาพขนาดใหญ่ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อมวลมนุษยชาติ ส่วนผลการร่วมมือและการทำงานให้ประสานส่งเสริมกันในระดับบุคคล ของศาสตราจารย์พอร์ทเตอร์ ดับเบิลยู. แอนเดอร์สัน จูเนียร์ , นายแพทย์จอห์น บี. รอบบินส์ และแพทย์หญิงราเชล ชเนียสัน และศาสตราจารย์นายแพทย์มธุราม ซานโตชาม ในการพัฒนาวัคซีน และการผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อฮีโมฟีลุส อินฟลูเอนเซ ชนิดบี หรือฮิบ อย่างแพร่หลาย ก็เป็นประโยชน์แก่สุขภาพอนามัยของประชากรโลกอย่างแท้จริง จึงขอแสดงความนิยมชื่นชมด้วยอย่างยิ่ง กับโครงการศึกษาจีโนมมนุษย์ และทุกคนที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปีนี้ ทั้งเต็มใจยินดีที่จะกล่าวว่า ผลสำเร็จจากการร่วมมือร่วมงานของทุกคนจะเป็นแบบฉบับอันงดงาม ให้หน่วยงานและบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขทั่วโลกได้ยึดถือเป็นแบบอย่าง ในการร่วมมือร่วมงานกันพัฒนาการแพทย์และการสาธารณสุขให้ยิ่งเจริญก้าวหน้า เพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติตลอดสืบไป"

ข่าวในพระราชสำนัก สทท.

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชลิตา กลิ่นเชย

ผู้เรียบเรียง : อาทิตยา เจียรวัฒนวงศ์

แหล่งที่มา : สำนักข่าว