สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงไหม่

23T13:09:49.290Z ม.ค. 2561 | เข้าชม : 0

เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2561 เวลา 10.15 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดถวายเสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนรางวัลอินทิราคานธี หมู่ 11 บ้านพะกะเซ ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าโครงการตามพระราชดำริ โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม
โรงเรียนนี้ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเงินจากที่ทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลอินทิราคานที ในการสร้างอาคารเรียน เพื่อทดแทนศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงที่ตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 ทั้งนี้เพื่อขยายโอกาสด้านการศึกษาให้ทั่วถึงและแก้ปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดน และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนรางวัลอินทิราคานธี เมื่อ 2550 ปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 102 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ในจำนวนนี้มีนักเรียนบ้านไกลพักที่โรงเรียน 22 คน มีครูตำรวจตระเวนชายแดน หรือครู ตชด. 3 นาย ครูอัตราจ้างองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ อบจ. 3 คน ผู้ดูแลเด็ก 2 คน
จากการดำเนินโครงการตามพระราชดำริ อาทิ ด้านการพัฒนาการเรียน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้นทั้งวิชาภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา รวมถึงมีทักษะด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งนักเรียนได้มีโอกาสศึกษาต่อมากขึ้น โดยมีนักเรียนในพระราชานุเคราะห์กำลังศึกษาต่อจำนวน 7 คน นอกจากนี้ ได้ดำเนินโครงการเรียนรู้ร่วมกันสร้างสรรค์ชุมชน โดยชุมชนเป็นฐานเรียนรู้ "กิจกรรมธนาคารเมล็ดพันธุ์" เพื่อให้นักเรียนร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามพระราชดำริ เนื่องจากเส้นทางเดินมาโรงเรียนยากลำบากโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ทำถนนเข้าโรงเรียน ช่วยให้นักเรียนเดินสะดวก และกรมชลประทาน ช่วยพัฒนาแหล่งน้ำ ทำให้การดำเนินโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ในการปลูกพืชผักและไม้ผลชนิดต่างๆ ได้ผลผลิตเพียงพอ ส่งผลให้นักเรียนมีภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยที่ดี ส่วนการฝึกวิชาชีพ เน้นภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งมีชุมชนรวมกลุ่มอาชีพทอผ้าพะกะเซตามพระดำริ โดยสอนทอผ้าพื้นเมืองแล้วส่งร้านภูฟ้า สร้างรายได้ให้กับชุมชน และผู้ปกครองของนักเรียน รวมทั้งฝึกอาชีพตัดผม จากผลสำเร็จของโรงเรียนฯ ทำให้ได้รับรางวัลสถานศึกษาพอเพียงที่มีแนวทางปฏิบัติที่ดีเป็นเลิศปี 2560 จากกระทรวงศึกษาธิการ
เวลา 12.22 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบางกอกเชฟแชร์ริตี้ บ้านแม่หลองใต้ ตำบลสบโขง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เดิมชื่อศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่หลองใต้ ซึ่งสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 ต่อมาบริษัท กูเมท์ วัน ฟู๊ด เซอร์วิส ได้จัดกิจกรรมการกุศล บางกอกเชฟแชริตี้ ได้นำเงินรายได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในการก่อสร้างอาคารเรียน บ้านพักครู และโรงอาหาร จำนวน 11 หลัง โดยชาวบ้านให้ความร่วมมือในการก่อสร้างโรงเรียน บริจาคที่ดินเพื่อจัดสร้าง ร่วมกับ ตชด. ในการเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้าง และยังร่วมกันพัฒนาสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนด้วย โดยโรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่การคมนาคมยากลำบาก
โอกาสนี้ ทรงปล่อยพันธุ์ปลาพวงหินและปลาจาดลงสู่แม่น้ำหลอง ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ อยู่ในพื้นที่โรงเรียน มีระยะทาง 1 กิโลเมตร ชาวบ้านสามารถจับปลาได้บริเวณหัวและท้ายเขตแม่น้ำอนุรักษ์ ด้วยเครื่องมือประมงแบบธรรมชาติ โดยโรงเรียนยังได้ร่วมกับชาวบ้านสร้างครกกระเดื่องพลังงานน้ำ เพื่อใช้ในการตำข้าวของคนในหมู่บ้าน แทนการใช้แรงงานคน ซึ่งช่วยประหยัดเวลา ทั้งยังนำไปใช้ในการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ในเรื่องของการสร้างพลังงาน
ทั้งนี้ สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ขอซื้อที่ดินจากชาวบ้านกว่า 2 ไร่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ ช่วยให้ผลผลิตเพียงพอในการประกอบอาหารกลางวัน
ด้านการเรียนการสอน มีครูจากสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานเชียงใหม่ เขต 5 ไปช่วยสอนวิชาคณิตศาสตร์และเน้นพัฒนาการทักษะภาษาไทย นอกจากนี้ยังได้ขยายโครงการส่งเสริมสุขภาพสู่ชุมชน โดยสอนให้ผู้ปกครองเรียนรู้เรื่องการคุมกำเนิด สอนการดูแลสุขภาพอนามัยของนักเรียนควบคู่ไปกับผู้ปกครอง
ปัจจุบันมีนักเรียนชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 100 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าปะกาเกอญอ มี ครู ตชด. 3 นาย ครูพนักงานราชการช่วยสอน 1 คน ครูผู้ดูแลเด็ก 2 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน
สำหรับบ้านแม่หลองใต้ เดิมชื่อบ้านนิโก ชาวบ้านอพยพมาจากบ้านแม่ละโม สาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมา เมื่อประมาณ 200 ปีที่แล้ว ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รายได้ประมาณ 6 พันถึง 1 หมื่นบาทต่อปี มี 78 ครัวเรือน ประชากร 464 คน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ
เวลา 14.54 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนท่านผู้หญิงประไพ ศิวะโกเศศ บ้านผาแดงใหม่ หมู่ 12 ตำบลสบโขง อำเภออมก๋อย โรงเรียนนี้รับโอนมาจากศูนย์การเรียนรู้การศึกษานอกโรงเรียนอำเภออมก๋อย แม่ฟ้าหลวง ที่ตั้งเมื่อปี 2540
ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่อำเภออมก๋อยบางแห่ง ยังมีปัญหาเรื่องความมั่นคง การบริการด้านการศึกษายังไม่ทั่วถึง และไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงมีพระราชกระแสให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จัดตั้งเป็นโรงเรียนตระเวนชายแดนขึ้น โดยได้พระราชทานเงินก่อสร้างอาคารเรียน 1 หลัง บ้านพักครู และพระราชทานชื่อโรงเรียนขึ้นใหม่ดังกล่าว
ปัจจุบันเปิดสอนระดับก่อนประศึกษาถึงชั้นประถมศึกษา มีนักเรียน 90 คน เป็นนักเรียนบ้านไกล 30 คน มี ครู ตชด. เป็นคุรุทายาท 4 นาย ครูอัตราจ้างจากสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสดาฯ สยามบรมราชกุมารี 1 คน และมีผู้ดูแลเด็ก 2 คน
โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ไปช่วยฝึกอบรมครูสอนนักเรียนอนุบาลและนักเรียนระดับประถมศึกษา รวมทั้งสอนการจัดห้องสมุด เน้นการสอนวิชาภาษาไทยด้วยวิธีแจกลูกสะกดคำ เพื่อให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ โดยนักเรียนจะมีความสามารถในด้านอาชีพมากกว่าทางวิชาการ อาทิ ทอผ้า จักสาน และเกษตรกรรม ปัญหาชุมชนแห่งนี้ คือ การคมนาคมยากลำบาก ในฤดูฝนรถไม่สามารถเข้ามาส่งสินค้าต่างๆ ในหมู่บ้านได้ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ซึ่งทางโรงเรียนขาดแคลน จึงแก้ปัญหาด้วยการให้ผู้ปกครองและนักเรียนไปรอรับสินค้าที่สั่งซื้อบริเวณท่าน้ำ
สำหรับโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน พื้นดินขาดความอุดมสมบูรณ์ อุณหภูมิต่ำทำให้พืชผักเจริญเติบโตช้า ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ได้พาครูไปศึกษาดูงานด้านการทำการเกษตรผสมผสาน ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อมาถ่ายทอดให้แก่นักเรียน
ในด้านสุขภาพอนามัย ในหมู่บ้านยังไม่มีโรงพยาบาล สตรีที่ตั้งครรภ์ จึงต้องพึ่งหมอตำแยในการทำคลอด ส่วนผู้ที่ต้องการฝากครรภ์หรือทำคลอด ต้องไปที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากหมู่บ้านถึงโรงพยาบาลแม่สะเรียง ประมาณ 4 ชั่วโมง
ด้วยเส้นทางยังทุรกันดาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้พระราชทานสุขศาลา ตั้งอยู่ในโรงเรียน โดยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ทางกรมสุขภาพจิตได้เข้าไปตรวจพัฒนาการเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบจำนวน 10 คนของ 5 หมู่บ้าน พบว่าพัฒนาการล่าช้า ส่วนใหญ่ล่าช้าด้านการรับรู้ การสื่อสาร การใช้มือในการหยิบจับ เนื่องจากได้รับสารอาหารที่จำเป็น ไม่เพียงพอในช่วงอายุ 0 ถึง 3เดือน ไม่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในหมู่บ้านและพ่อแม่ยากจน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันพัฒนาการเด็ก ได้แก้ไขโดยกระตุ้นด้วยเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการและฝึกทักษะการเลี้ยงดูให้แก่พ่อแม่ ทำให้พบเด็กมีสุขภาพดีขึ้นร้อยละ 20

ข่าวในพระราชสำนัก สทท.

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : สุริยน ตันตราจิณ

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว