สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

28 พ.ย. 2560 | เข้าชม : 0

วันที่ 27 พ.ย.2560 เวลา 09.15 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โอกาสนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วทอดพระเนตรภาพปูนปั้นนูนต่ำและงานจิตรกรรมพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อาทิ สงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา, การเจริญสัมพันธไมตรี และการค้ากับประเทศจีนในสมัยราชวงศ์หมิง และประเทศทางยุโรป ได้แก่ โปรตุเกส ฮอลันดา และสเปน นอกจากนี้ มีภาพจิตรกรรมแสดงถึงการศาสนาและศิลปวัฒนธรรมของล้านนา
จากนั้นทรงติดตามการดำเนินงานโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักตามแนวพระราชดำริฯ ซึ่งศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ มูลนิธิชัยพัฒนา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ดำเนินงานสนองพระราชดำริ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บนพื้นที่ 28 ไร่ ในการศึกษาวิจัยการเก็บรักษาพันธุกรรมพืช เพื่อสะสมสำรองเมล็ดพันธุ์สำหรับพระราชทานแก่ราษฎรในพื้นที่ประสบภัยพิบัติและราษฎรทั่วไป รวมทั้งปรับปรุงและพัฒนาให้ได้พืชสายพันธุ์ดี
ปีที่ผ่านมา ได้ทำการเก็บรักษาพันธุกรรมพืช 4 กลุ่ม ได้แก่ พริก , กระเจี๊ยบเขียว , มะเขือ , แตงไทยและเมล่อน รวมทั้งปลูกถั่วพร้าพระราชทาน เพื่อศึกษาวิจัยการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วพร้าในระบบเกษตรอินทรีย์ ทั้งรูปแบบการออกดอก พัฒนาการการสุกของเมล็ด และวิธีการปลูกที่เหมาะสม เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงบำรุงดิน และเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทาน ในการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างอาชีพเสริมรายได้แก่เกษตรกรและผู้ประสบภัยต่อไป
นอกจากนี้ ได้จัดทำปุ๋ยหมักสูตรพระราชทานจากหญ้าและมูลสัตว์ เพื่อปรับปรุงคุณภาพดิน เนื่องจากพื้นที่เป็นดินร่วนปนทราย และปลูกปอเทืองเป็นพืชหมุนเวียน ตลอดจนปลูกผักลอยน้ำ ได้แก่ ผักบุ้ง ผักกระเฉด และหญ้าแฝก เพื่อใช้ที่ว่างของน้ำให้เกิดประโยชน์ ในการรักษาคุณภาพน้ำ บำบัดน้ำเสีย เพิ่มที่อยู่ให้แก่สัตว์น้ำ และเพิ่มรายได้แก่ครอบครัวกำลังพล
ส่วนโครงการทหารพันธุ์ดี ส่งเสริมให้พลทหารกองประจำการที่มีความสมัครใจใฝ่รู้ด้านเกษตรอินทรีย์จากหน่วยขึ้นตรง มีโอกาสเรียนรู้ด้านวิชาการและฝึกทักษะความชำนาญด้านเกษตรอินทรีย์ เมื่อปลดประจำการจะพระราชทานเมล็ดพันธุ์แก่ผู้เข้าร่วมโครงการนำกลับไปปลูกที่บ้านของตน ได้มีผักปลอดภัยไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายพร้อมขยายความรู้ออกสู่ชุมชนในท้องถิ่น
ในการนี้ ทอดพระเนตรโครงการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กองพลทหารราบที่ 7 ซึ่งน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปดำเนินการเพื่อเป็นศูนย์กลางความรู้ด้านการเกษตรแก่กำลังพล ครอบครัวและทหารกองประจำการเมื่อปลดประจำการ โดยยึดหลักการพัฒนาพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน ภายในฯ มีกิจกรรม อาทิ การเลี้ยงหมูป่า สุกรพันธุ์เหมยซาน และการเลี้ยงเป็ดไข่พันธุ์กากีแคมเบล ซึ่งให้ไข่ปีละ 200 ถึง 280 ฟองต่อตัว ผลผลิตที่ได้นำไปจำหน่ายที่ร้านสวัสดิการ สร้างรายได้เสริมแก่กำลังพล
โอกาสนี้ ทรงปล่อยพันธุ์ปลานิลจิตรลดา3 จำนวน 5,000 ตัว เพื่อการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ และเป็นแหล่งอาหารโปรตีน
ทั้งนี้ การดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ ในพื้นที่กองพลทหารราบที่ 7 เป็นแนวทางสู่เกษตรอินทรีย์ที่สมบูรณ์โดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งจะเป็นแบบอย่างแก่กำลังพลและประชาชน ในการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน และแหล่งน้ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ในการนี้มีพระราชดำริให้กรมชลประทาน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. และกองพลทหารราบที่ 7 จัดหาน้ำสนับสนุนโครงการฯ โดยก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เย็น และเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำในอ่างด้วย
เวลา 14.06 น. ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งซึ่งกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบญจมะ 1 บ้านสามหมื่น หมู่ที่ 6 ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่
ทั้งนี้ ราษฎรบ้านสามหมื่น ซึ่งเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าลีซอ ได้ร้องขอไปยังกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 5 (เดิม) ให้จัดตั้งโรงเรียน เพื่อให้เด็กในหมู่บ้านได้เรียนหนังสือ ตั้งแต่ปี 2508 ปัจจุบันโรงเรียนฯ สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 เปิดสอนระดับอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 74 คน เป็นชนเผ่าลีซู ไทยใหญ่ จีน และปะหล่อง ครูผู้สอน เป็นครูตำรวจตระเวนชายแดน หรือ ครูตชด. 4 นาย ครูผู้ดูแลเด็ก 2 คน และครูอัตราจ้าง 1 คน
โรงเรียนฯ ดำเนินโครงการพระราชดำริตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ฉบับที่ 5 (ปี 2560 ถึง 2569) ครบ 8 เป้าหมายหลัก มีผลสำเร็จเป็นอย่างดีในเป้าหมายแรก โรงเรียนได้เสริมสร้างสุขภาพของเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา และได้ส่งเสริมภาวะโภชนาการของนักเรียน ให้กินอาหารครบ 5 หมู่ ส่งผลให้นักเรียนมีน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ ไม่พบภาวะคอพอก และให้ออกกำลังกายหลังเลิกเรียนสำหรับนักเรียนที่เริ่มมีน้ำหนักมาก
เป้าหมายการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนทางวิชาการและทางจริยธรรม มีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มาอบรมครูให้ทำสื่อการเรียนการสอนที่มีความหลากหลายครอบคลุมกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 5 กลุ่ม เพื่อให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาบทเรียนดีขึ้น อาทิ สื่อการเรียนการสอนบทอาขยานระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ช่วยให้นักเรียนรู้จักคำพื้นฐาน เข้าใจบทเรียน มีผลสอบได้คะแนนมากขึ้น
นอกจากนี้ ได้ดำเนินโครงการพระราชดำริในเป้าหมายหลักที่เพิ่มขึ้นจากเดิม คือ การขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ และพัฒนาสถานศึกษาเป็นศูนย์บริการความรู้แก่ผู้ปกครองและชุมชน มีการจัดตั้งศูนย์บริการความรู้ด้านการเกษตร เนื่องจากชาวบ้านมีอาชีพทำเกษตร ปลูกกาแฟและปลูกข้าวโพด โดยขยายกิจกรรมสู่ราษฎรแล้ว คือกิจกรรมการปลูกหญ้าแฝก และการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ
ส่วนผลผลิตโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีเพียงพอต่อการบริโภคในโรงเรียน ยกเว้นถั่วเมล็ดแห้งและเนื้อสัตว์ต้องจัดซื้อเพิ่มเติม
ในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบญจมะ 1 ครั้งนี้ นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินครบครั้งที่ 900 (เก้า-ร้อย) ของการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมทั้งคณะครูและนักเรียน ร่วมกันจัดกิจกรรมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อาทิ การเล่าเรื่องความเป็นมาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจากอดีตถึงปัจจุบัน ผู้แทนชนเผ่ากล่าวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้แทนนักเรียนกล่าวแสดงความรู้สึกที่มีต่อโครงการพระดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และการแสดงประกอบการขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์เมนูไข่ของนักเรียน 4 ชนเผ่า
โอกาสนี้ ทรงขอบใจคณะครูและนักเรียนที่จัดกิจกรรมดังกล่าว และทรงกล่าวถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนว่า มีพระราชประสงค์ให้นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรง ได้เรียนต่อสูงๆ มีความรู้เท่าๆ กันกับนักเรียนทุกคนในประเทศ
เวลา 17.06 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามโครงการตามพระราชดำริ ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทุติยะโพธิอนุสรณ์ บ้านจะนะ ตำบลแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สันเขาลาดชัน ถนนเข้าหมู่บ้านเป็นถนนลาดยางและถนนลูกรัง ใช้เวลาเดินทางจากศาลากลางจังหวัดถึงหมู่บ้านประมาณ 4 ชั่วโมง เมื่อจัดตั้งโรงเรียน ได้เปิดรับเด็กในพื้นที่จากบ้านจะนะและบ้านนามะอื้น เข้าเรียนในระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา จำนวน 90 คน มีครู ตชด. 6 นาย และครูพลเรือน 3 คน
ในการดำเนินโครงการตามพระราชดำริฯ นั้น โรงเรียนมีความก้าวหน้าในการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่ เด็กในหมู่บ้านทุกคนได้เรียนหนังสือ และนักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาทุกคน ศิษย์เก่าที่เป็นนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ 11 คน มีอาชีพที่มั่นคง ได้ทำงานบริษัทเอกชน และรับราชการครูที่โรงเรียนบ้านป่าก๊อ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักเรียนรุ่นปัจจุบัน
โอกาสนี้ ทรงฟังคำกราบบังคมทูลของมูลนิธิธารใจไลก้าฯ ที่ได้ไปสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนแห่งนี้เป็นแห่งที่ 2 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2560 เป็นอาคารชั้นเดียว มีทั้งหมด 6 ห้องเรียน
จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมการฝึกอาชีพ โดยมีชาวบ้านมาถ่ายทอดภูมิปัญญาการทำไม้กวาดดอกหญ้า (ตองกง) เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ
ในด้านการเรียนการสอน ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ได้เข้าไปช่วยจัดชั้นเรียน จัดกิจกรรมในห้องสมุด
นอกจากนี้ โรงเรียนฯ ได้ส่งเสริมความรู้และทักษะพื้นฐานทางการเกษตรอย่างยั่งยืน และจัดตั้งฐานเรียนรู้ 3 ฐาน เป็นกิจกรรมที่จะขยายผลไปสู่ชุมชนในด้านการเกษตร ได้แก่ ฐานการปลูกหญ้าแฝก ฐานการปลูกพืชผักสวนครัว และฐานการเลี้ยงไก่ไข่
ทั้งนี้ กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เมื่อครั้งเสด็จพระดำเนินไปทรงเยี่ยมเมื่อปี 2555 โดยปรับปรุงฝายแม่แหลงหลวง บริหารระบบท่อส่งน้ำ ทำให้โรงเรียนและชุมชนมีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร

ข่าวในพระราชสำนัก สทท.

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชลิตา กลิ่นเชย

ผู้เรียบเรียง : สุริยน ตันตราจิณ

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว