สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปในการประทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ประจำปี 2560

13T13:32:03.787Z พ.ย. 2560 | เข้าชม : 0

วันที่ 12 พ.ย.2560 เวลา 13.04 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในการประทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ประจำปี 2560 ซึ่งมีทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ รวมจำนวน 1,395 รูปและคน แบ่งเป็น ระดับปริญญาเอก บรรพชิต 2 รูป คฤหัสถ์ 22 คน ปริญญาโท บรรพชิต 72 รูป และคฤหัสถ์ 91 คน และปริญญาตรี บรรพชิต 172 รูป และคฤหัสถ์ 1,036 คน
มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย เป็นสถาบันการศึกษาของสงฆ์แห่งแรกของประเทศไทย ที่จัดการศึกษาในรูปแบบมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา และเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกที่เริ่มประยุกต์หลักพระพุทธศาสนาให้เข้ากับสังคมสมัยใหม่ โดยเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ หนึ่งในสองแห่งของประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อเป็นสถานศึกษาวิทยาการอันเป็นของชาติภูมิและต่างประเทศ เพื่อเป็นสถานเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและนอกประเทศ เพื่อให้พระสงฆ์และภิกษุสามเณร มีความรู้และความสามารถ ในการบำเพ็ญประโยชน์แก่ประชาชน รวมทั้งในการค้นคว้า โต้ตอบ หรืออภิปรายธรรมได้อย่างกว้างขวางแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ อีกทั้งได้เป็นกำลังสำคัญในการจรรโลงพระพุทธศาสนา และเป็นศาสนทายาทที่เหมาะแก่กาลสมัย เพื่อความเจริญก้าวหน้า และคงอยู่ตลอดกาลนานของพระพุทธศาสนา
โอกาสนี้ ได้ประทานโอวาท ความสำคัญตอนหนึ่งว่า "...การดำเนินชีวิตไม่ว่าในฐานะใดๆ และการทำงานทุกอย่างไม่ว่าอยู่ตำแหน่งใดๆ "ความจริง" เป็นคุณสมบัติอันสำคัญยิ่ง ที่จะทำให้ชีวิตและการงานสามารถบรรลุผลที่ปรารถนา ความจริงนี้ ในทางพุทธศาสนาใช้คำว่า "สัจจะ" หรือ "สัตยะ" บางครั้งอาจเรียกว่าความซื่อตรงก็ได้ ความมีสัจจะ คือ การแสดงออกด้วยการประพฤติตนในทางเที่ยงตรง เป็นคนจริงตามสภาวะที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นของแท้ ไม่เป็นอย่างอื่นทางใจ ประกอบด้วย จริงใจ ได้แก่ ความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีจิตทุจริต คิดเป็นอื่นมาแอบแฝง จริงวาจา ได้แก่ พูดจริง และจริงกาย ได้แก่ ทำจริง บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษา ย่อมมีหน้าที่แสวงหาความก้าวหน้าสำหรับตนให้ยิ่งๆ ขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง การจะพัฒนาตนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นต่อไปนั้น หากขาดความจริงจังทางใจ ทางวาจา และทางกายแล้ว ก็เป็นที่คาดหมายได้ว่าจะไม่มีวันบรรลุตามความปรารถนา และถ้าบัณฑิตไม่สามารถพัฒนาตนได้แล้ว ก็จะทำให้สังคมส่วนรวม ไม่อาจก้าวหน้าพัฒนาไปได้เช่นกัน..."

ข่าวในพระราชสำนัก สทท.

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : สุริยน ตันตราจิณ

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว