ในตอนเย็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปั่น ปัญญานันโท)

06T12:58:28.280Z พ.ย. 2560 | เข้าชม : 0

วันที่ 5 พ.ย.2560 เวลา 17.42 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมรุชั่วคราววัดชลประทานรังสฤษดิ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในการพระราชทานเพลิงศพ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปั่น ปัญญานันโท) ซึ่งมณรภาพด้วยอาการปอดอักเสบและไตวายเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2550 สิริอายุได้ 96 ปี พรรษา ที่ 76
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้เสด็จไปในงานพระราชทานเพลิงศพ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปั่น ปัญญานันโท) ด้วย
พระพรหมมังคลาจารย์ (ปั่น ปัญญานันโท) เดิมชื่อปั่น เสน่ห์เจริญ เกิดวันที่ 11 พฤษภาคม 2454 ที่จังหวัดพัทลุง บิดาและมารดาชื่อนายวันและนางคล้าย เสน่ห์เจริญ เมื่ออายุครบ 18 ปีได้บรรพชาที่วัดอุปนันทาราม จังหวัดระนอง โดยศึกษาหลักธรรมในบวรพุทธศาสนาจนสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรีเป็นที่ 1 ของสังฆมณฑลภูเก็ต ต่อมาสอบได้นักธรรมชั้นโทและเอก โดยเมื่ออายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบทที่วัดนางลาด อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง และได้เดินทางไปศึกษาต่อด้านภาษาบาลีจนสามารถสอบเปรียญธรรม 4 ประโยค ที่สำนักเรียนวัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากเกิดสงครามมหาเอเชียบรูพา จึงทำให้ไม่ได้ศึกษาต่อ หลังจากนั้นได้เดินทางกลับภูมิลำเนาที่จังหวัดพัทลุงและได้เริ่มแสดงธรรมในพื้นที่ต่างๆ ของภาคใต้ จนในปี 2492 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่วัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ และได้เริ่มแสดงธรรมในทุกวันอาทิตย์และวันพระ ออกเทศน์ตามหมู่บ้านโดยรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียง และเขียนบทความธรรมะลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น จนมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่อมใสศรัทราของเหล่าศิษยานุศิษย์ ในนาม "ภิกขุปัญญานันทะ" หรือ "หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ" ต่อมาในปี 2503 หม่อมหลวงชูชาติ กำภู อธิบดีกรมชลประทานในขณะนั้น ได้นิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จากนั้นได้พัฒนาวัด จนมีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่ธรรมที่สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งวางรากฐานการปฏิรูปแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ไทย ให้แก่ศาสนทายาท

ข่าวในพระราชสำนัก สทท.

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชลิตา กลิ่นเชย

ผู้เรียบเรียง : สุริยน ตันตราจิณ

แหล่งที่มา : สำนักข่าว