รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภอชาติตระการ เยี่ยมชมการผลิตผักอินทรีย์พร้อมมอบใบรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ แก่เกษตรกร

07T19:34:14.217Z ธ.ค. 2561

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภอชาติตระการ เยี่ยมชมการผลิตผักอินทรีย์พร้อมมอบใบรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ แก่เกษตรกร
วันนี้ (7 ธ.ค.61) เวลา 13.00 น. ที่สถานีทดลองพืชสวนร่มเกล้า ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เดินทางเข้ารับฟังการบรรยายสรุป โดยมี นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เดินทางไปให้การต้อนรับ พร้อมมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรขยายผลแปลงต้นแบบปลูกพืชผสมผสาน เพื่อแก้ไขปัญหาภูเขาหัวโล้นในพื้นที่อีกด้วย ก่อนผู้ว่าราชการจังหวัดจะพาท่านรัฐมนตรีฯ เยี่ยมชมซุ้มนิทรรศการ ที่เล่าประวัติความเป็นมาเมื่อครั้งอดีต ถึงปัจจุบันและในอนาคต ในการพัฒนาสถานที่แห่งนี้
สำหรับสถานีทดลองพืชสวนร่มเกล้าประกอบด้วย แปลงพืชสวนผสมผสาน ซุ้มตามรอยพ่อปลูกผักไม้เลื้อย แปลงมะพร้าวที่ปลูกเมื่อปี 2532 แปลงปลูกสตรอเบอรี่ และพืชหมุนเวียน เป็นต้น จากนั้น นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะได้เดินทางออกจากสถานีทดลองพืชบ้านร่มเกล้า ไปเยี่ยมชมการผลิตผักอินทรีย์ในโรงเรือน หมู่ที่ 7 บ้านนุชเทียน ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีสมาชิกเกษตรกร "กลุ่มอินทรีย์สอยดาว" ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปการดำเนินการผลิตผักอินทรีย์ในโรงเรือน และจากการทดลองปลูกที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้คิดเป็นต่อแปลง แปลงละ 6,000 บาทในระยะเวลาตั้งแต่เริ่มดำเนินการเพาะกล้า กระทั้งนำกล้าลงดินจนถึงขั้นตอนเก็บเกี่ยว
ซึ่งในขณะนี้มีจำนวนแปลงผลิตผัดอินทรีย์จำนวน 33 แปลง และได้แบ่งให้สมาชิกในกลุ่มดูแลของตนเองเพื่อเป็นการฝึกหัดเพาะและผลิตผักอินทรีย์ได้ด้วยตนเอง โดยจุดเริ่มต้นของการผลิตผักอินทร์ ได้มีจุดเริ่มต้นเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมามีเกษตรกรที่ได้คัดเลือกให้ไปร่วมดูงานที่จังหวัดเชียงใหม่และได้รับคำแนะนำให้นำต้นองุ่นมาลองเพาะปลูกในพื้นที่ เมื่อนำมาปลูกได้ใช้สารเคมีช่วงระยะการเจริญเติบโตซึ่งมีผลดก ลูกใหญ่ กระทั่งเมื่อปี 2559 ได้ไปศึกษาดูงานการผลิตผักอินทรีย์จึงนำความรู้ที่ไปดูงานกลับมาร่วมมือกับสมาชิกทำโรงเรือน และเริ่มเพาะปลูกพืชอินทรีย์ แต่เนื่องด้วยแปลงเพาะปลูกต้นองุ่นอยู่ใกล้เคียงกับแปลงปลูกผักอินทรีย์ทำให้ผักได้รับผลกระทบจากปุ๋ยเคมีจากแปลงองุ่น จึงได้ทดลองปลูกองุ่นโดยไม่ใช้สารเคมี แต่รดน้ำในปริมาณที่เหมาะสมต้นองุ่นก็สามารถออกผลให้ได้รับประทานได้เหมือนการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงแต่ผลองุ่นจะมีขนาดที่เล็กกว่า
ทั้งนี้ นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานมอบใบรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ ให้แก่เกษตรกร 3 ราย ประกอบด้วย นายจำเนียน ทูลฉลอง ,นายบุญนาค ชัยยะ และนางนิตยา ชัยยะ ก่อนที่จะเข้าเยี่ยมชมแปลงผลิตผักอินทรีย์ ของนางนิตยา ชัยยะ พร้อมกับได้ลองตัดเก็บต้นผักคะน้าฮ่องกง และเยี่ยมชมแปลงองุ่นอินทรีย์ พร้อมตัดเก็บพวงองุ่นอีกด้วย ขณะที่ นายบุญนาค ชัยยะ กล่าวว่าพื้นที่ในการทำแปลงเพาะกล้าและผลิตผักอินทรีย์ จำนวน 15 ไร่นี้ เป็นที่ของตนเองและเมื่อได้ไปศึกษาดูงานก่อนจะเริ่มเพาะผลิตผักอินทรีย์ ระยะปีแรกนั้นผลผลิตที่ได้ต้นมีขนาดเล็กบ้างไม่ได้น้ำหนักตามที่ตลาดต้องการบ้าง
กระทั่งมี อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้ามาให้ความรู้ในเรื่องการการดูแล เริ่มตั้งแต่สภาพของดิน การลดน้ำ การใส่ปุ๋ย จนทำให้การผลิตผักของ "กลุ่มอินทรีย์สอยดาว" มีขนาดและน้ำหนักตามมาตรฐาน จนทำให้มีบริษัทเอกชนเข้ามาติดต่อรับซื้อประจำทุกสัปดาห์เป็นจำนวนสัปดาห์ละ 200 กิโลกรัม โดยจะนำรถแช่ผกเข้ามารับถึงที่ ซึ่งทางกลุ่มของเรากำลังพัฒนาฝีมือการผลิตผักอินทรีย์ให้ชำนาญมากขึ้นก่อนที่จะขยายแปลงเพาะปลูกเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าการผลิตผักอินทรีย์ไว้ที่ 800 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และจะได้นำผักชนิดอื่นมาปลูกเพิ่มขึ้นอาทิ แตง ผักสลัด มะเขือเทศอินทรีย์ อีกด้วย

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : สุชาติ ดีอินทร์

ผู้เรียบเรียง : กนกพร ประสงค์

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก