สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์สามารถนำไปใช้ในการรักษาโรคเฉพาะตัว

09 พ.ย. 2561

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ที่เสนอโดยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยเป็นการขออนุญาตผลิต นำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์สามารถนำไปใช้ในการรักษาโรคเฉพาะตัวได้
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. วันนี้ (9 พ.ย.61) ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ที่สมาชิก สนช. 44 คน เสนอ นำโดยนายสมชาย แสวงการ สนช. โดยชี้แจงสาระสำคัญของร่างกฎหมายว่า
เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 กำหนดให้สามารถขออนุญาต ผลิต นำเข้าหรือส่งออก ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งประกอบด้วย กัญชาและกระท่อม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์สามารถนำไปใช้ในการรักษาโรคเฉพาะตัวได้ เช่นเดียวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 2 แบบฝิ่น โดยให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สามารถกำหนดพื้นที่สำหรับทดลองเพาะปลูกกัญชาและเสพกัญชา เพื่อการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในปริมาณที่กำหนดโดยไม่ถือว่ามีความผิดกฎหมาย ซึ่งการกำหนดพื้นที่ดังกล่าวจะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกามีมาตรการตรวจสอบควบคุม สำหรับผู้ที่จะสามารถอนุญาตครอบครองกัญชาได้ ประกอบด้วย กระทรวง องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สภากาชาดไทย องค์กรเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์สาขาต่าง ๆ ทั้งทันตกรรม สัตว์แพทย์ แพทย์แผนไทย เป็นต้น โดยผู้ขออนุญาตจะต้องไม่เคยต้องโทษตามกฎหมายยาเสพติดมาก่อน และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้พิจารณาอนุญาตตามความเห็นของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ
ขณะที่สมาชิก สนช. หลายคนอภิปรายสนับสนุน โดยเห็นว่าการเสนอแก้ไขดังกล่าว ใช้เพื่อการแพทย์ไม่ใช่ทางสันทนาการ และต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่าการปลดล็อกกัญชาทำในเขตที่ประกาศโดย ป.ป.ส. ให้ในพื้นที่ที่ครอบครองวิจัยและพัฒนาได้เท่านั้น ไม่ได้เป็นไปครอบคุลมทุกพื้นที่
ด้าน นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นตัวแทนรัฐบาล รับร่างไปพิจารณาภายใน 30 วัน ก่อนเสนอเป็นร่างกฎหมายกลับมายัง สนช. พิจารณาในวาระแรกรับหลักการอีกครั้ง.

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : วาสนา ตาระเกตุ(เงินทูล) / สวท.

ผู้เรียบเรียง : วีระเดช คชเสนีย์

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย