สนพ.และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เผยสถานการณ์การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกและในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เตรียมเดินหน้าผุดสถานีอัดประจุไฟฟ้า รอบที่ 5 ในเดือนมีนาคมนี้

31T15:46:45.070Z ม.ค. 2561 | เข้าชม : 0

สนพ.และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เผยสถานการณ์การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกและในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เตรียมเดินหน้าผุดสถานีอัดประจุไฟฟ้า รอบที่ 5 ในเดือนมีนาคมนี้ อีก 31 หัวจ่าย รองรับการเติบโตยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานตั้งเป้าหมายให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย 1.2 ล้านคัน ทั้งแบบยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ ภายในปี 2579 ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกมียานยนต์ไฟฟ้าขยายตัวมากกว่า 2 ล้านคัน โดยเป็นยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ประมาณ 1.2 ล้านคัน สำหรับประเทศไทย เริ่มตื่นตัวและมีการใช้เพิ่มขึ้น และมีการใช้ในประเทศไทย 103,702 คัน แบ่งเป็น ยานยนต์มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งแบบไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 102,308 คันและยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) 1,394 คัน ซึ่งในอนาคตจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคลจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัว และจะเพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งมอบหมายให้สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ดำเนินโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า หรือ Charging Station สำหรับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน โดยการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ตั้งเป้าหมายสนับสนุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า 150 หัวจ่ายภายในปี 2561 ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 – กันยายน 2560 สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ยังได้เปิดรับสมัครผู้สนใจขอรับการสนับสนุนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมแล้ว 4 รอบ ได้สถานีอัดประจุไฟฟ้ารวม 94 หัวจ่าย แบ่งเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าหัวจ่ายแบบธรรมดา หรือ Normal Charge จำนวน 60 หัวจ่าย และสถานีอัดประจุไฟฟ้าหัวจ่ายเร่งด่วน หรือ Quick Charge จำนวน 34 หัวจ่าย รวมถึงมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว 21 หัวจ่าย เช่น ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โครงการคริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด เป็นต้น ขณะที่ปัจจุบันทางสมาคมฯ จะเปิดรับหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมโครงการฯ รอบที่ 5 ระหว่างวันที่ 1 – 30 มีนาคม 2561 ระยะที่ 1 จำนวน 31 หัวจ่าย โดยส่วนราชการจะได้รับเงินสนับสนุนรวมค่าติดตั้งสำหรับ Quick Charge 1.8 ล้านบาท และสำหรับ Normal Charge 1.9 แสนบาท ส่วนรัฐวิสาหกิจได้ค่าสนับสนุน Quick Charge 1 ล้านบาท สำหรับเอกชนทางสมาคมฯ จะให้การสนับสนุนร้อยละ 30 ของราคาหัวจ่ายประเภท Quick Charge

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปัทมา สุทธิประทีป /สวท.

ผู้เรียบเรียง : อรจินดา บุรสมบูรณ์

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย