ตัวเลขคนไทยเดินทางกลับจากมาเลเซียผ่านด่านวังประจัน เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หลังมาเลเซียปิดด่านชายแดนสงขลา-มาเลเซีย ชั่วคราว เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19

16 ก.ย. 2563 | เข้าชม : 76

          ตัวเลขคนไทยเดินทางกลับจากมาเลเซียผ่านด่านวังประจัน เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หลังมาเลเซียปิดด่านชายแดนสงขลา-มาเลเซีย ชั่วคราว เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 หลังทางการมาเลเซียประกาศปิดด่านบูกิตกายูฮิตัม และด่านสะเดา จังหวัดสงขลา เป็นการชั่วคราว โดยไม่อนุญาตให้บุคคลเดินทางเข้าออกประเทศมาเลเซีย ไปจนถึงวันที่ 25 กันยายน 2563 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้แจ้งให้คนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับลงทะเบียนขอหนังสือรับรองการเดินทางกลับ โดยเลือกด่านพรมแดน คือ ด่านเบตง ยะลา ด่านสุไหงโก-ลก นราธิวาส และด่านวังประจัน จังหวัดสตูล ตั้งแต่วันที่ 12-25 กันยายน 2563 นั้น ซึ่งบรรยากาศที่ด่านชายแดนวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ในวันนี้ (16 กันยายน 2563) ได้มีคนไทยเดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย จำนวน 7 คน คือ จากเกาะลังกาวี รัฐเคดาห์ 1 คน และจากเมืองซาราวัก รัฐซาราวัก 6 คน ส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

          ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจคัดกรองซักประวัติผู้เดินทางเข้ามาทั้งหมด ว่ามีอาการเข้าข่ายของโรคโควิด-19 หรือไม่ เช่น มีไข้ ไอ และหายใจเหนื่อยหอบ ซึ่งจากการตรวจคัดกรองไม่พบอาการที่เข้าข่ายของโรคแต่อย่างใด จากนั้น ได้เข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจสอบเอกสาร และเดินทางด้วยรถยนต์ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมไว้ เพื่อไปกักตัวเฝ้าระวังโรคโควิด-19 เป็นเวลา 14 วัน คือที่จังหวัดสงขลา 6 คน และสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล จำนวน 1 คน เนื่องจากมีทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ พร้อมมอบคู่มือการปฏิบัติตัว เพื่อดูแลสุขภาพป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ระหว่างกักตัวด้วย

          นางสาวอุบลรัตน์ ดาแลหมัน อายุ 23 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กล่าวว่า การอาศัยอยู่ที่มาเลเซียในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ค่อนข้างจะลำบาก เนื่องจากทางการมาเลเซียมีกฎที่เข้มงวด ในบ้านหนึ่งหลังผู้อาศัยอยู่ในบ้านจะออกจากบ้านเพื่อไปทำธุระหรือซื้อกับข้าวได้เพียงวันละ 1 คน ตั้งแต่ 08.00-20.00 น. การขับขี่มอเตอร์ไซค์ก็ต้องไม่มีซ้อนท้าย ถ้าฝ่าฝืนก็จะถูกลงโทษ ส่วนเหตุผลที่เดินทางกลับไทยเนื่องจากต้องไปสอบที่มหาวิทยาลัย โดยการลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอเดินทางกลับผ่านทางเว็บไซด์ของสถานทูตไทยฯ ซึ่งก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

          ด้าน นายฟรานดี้อาหมัด หลังวิเศษ อายุ 26 ปี มีภูมิลำเนาจังหวัดสงขลา เป็นครูสอนศาสนา และนักศึกษาจากสถาบันแห่งหนึ่งของรัฐซาราวัก มาเลเซีย กล่าวว่า เหตุผลที่เดินทางกลับประเทศไทยล่าช้า เนื่องจากต้องรอให้ภรรยาคลอดบุตรก่อน และต้องให้เด็กมีอายุมากกว่า 1 เดือนก่อนแพทย์จึงจะอนุญาตให้เดินทางกลับได้ ซึ่งการกลับประเทศไทยได้ติดต่อผ่านกงสุลและเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร สำหรับการอยู่ที่ประเทศมาเลเซียในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นั้น ทางการได้ห้ามคนออกนอกพื้นที่ จึงต้องอาศัยอยู่แต่ในวิทยาลัยอย่างเดียว การได้กลับบ้านครั้งนี้ก็รู้สึกดีใจเพราะ 1 ปีกว่าแล้วที่ไม่ได้กลับ บ้าน ดีใจที่จะได้พบหน้าพ่อแม่และญาติพี่น้อง ที่ผ่านมาได้พูดคุยเห็นหน้าผ่านวีดีโอคอลอย่างเดียว

          สำหรับการเดินทางกลับประเทศของคนไทยในมาเลเซีย ผ่านช่องทางด่านชายแดนวังประจัน อำเภอควนโดน นั้น มีคนไทยแจ้งความสงค์เดินทางกลับผ่านทางด่านนี้ทุกวัน รวมทั้งวันหยุดเสาร์อาทิตย์เฉลี่ยวันละ 10 คน หลังทางการมาเลเซียประกาศปิดด่านบูกิตกายูฮิตัมและด่านสะเดา จังหวัดสงขลา เป็นการชั่วคราว ทำให้ตัวเลขคนไทยแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศผ่านด่านชายแดนวังประจัน จังหวัดสตูล เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เดินทาง จำนวน 70 คน เฉลี่ย 10 คนต่อวัน ส่วนสัปดาห์นี้คือตั้งแต่วันที่ 14-16 กันยายน 2563 จำนวนผู้เดินทางเข้ามา 53 คน เฉลี่ยวันละ 20 คน หรือเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากสัปดาห์ก่อน









#ตัวเลขคนไทยเดินทางกลับจากมาเลเซีย เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หลังมาเลเซียปิดด่าน #ควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 #สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : เทพสันติ แดงฤทธิ์

ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล