สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปีการศึกษา 2562 เป็นวันแรก

12 ก.ย. 2563 | เข้าชม : 143

        วันนี้ 11 กันยายน 2563 เวลา 16 นาฬิกา 6 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปยังศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปีการศึกษา 2562 เป็นวันแรก โดยปีนี้ สภามหาวิทยาลัยฯ มีมติขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พยาบาลศาสตร์) แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสนับสนุนกิจการด้านการพยาบาลมาอย่างต่อเนื่อง พระองค์สนพระราชหฤทัยในการดูแลสุขภาพอนามัย ชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ทรงช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ยากเดือดร้อนโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ เชื้อชาติ ศาสนา จนเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน และมีมติขอพระราชทานถวายปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทรงห่วงใยในปัญหาสุขภาพของประชาชน ด้วยมีพระปณิธานแน่วแน่ในการทรงช่วยเหลือประชาชนให้ห่างไกลความเจ็บป่วย เพื่อให้มีสุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

        ในการนี้ พระราชทานโล่เกียรติยศแก่ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นศาตราจารย์เกียรติคุณ, อาจารย์ตัวอย่างรุ่นใหม่ดีเด่น, และผู้ได้รับรางวัลอนุสรณ์สงขลานครินทร์ ประจำปี 2563 รวม 3 คน จากนั้น พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ปริญญาโทและปริญญาตรี จากวิทยาเขตหาดใหญ่ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี วิทยาเขตภูเก็ตและวิทยาเขตปัตตานี รวมจำนวน 2,099 คน

        โอกาสนี้ พระราชทานพระโอวาท ความสำคัญตอนหนึ่งว่า "ทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ ถือเป็นทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่าของประเทศ เพราะแต่ละคนจะต้องเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์จรรโลงความเจริญมั่นคงของชาติบ้านเมืองต่อไป การสร้างความเจริญมั่นคงดังที่กล่าวนั้นจะสำเร็จผลสมบูรณ์ได้ ก็ด้วยการที่แต่ละคนนำความรู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา ไปใช้ในการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพการงานและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้บังเกิดผลที่ดีที่ถูกต้อง ทุกคนจึงต้องขวนขวายศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมให้ก้าวหน้าขึ้นอยู่เสมอ พร้อมทั้งนำความรู้ไปปฏิบัติและใช้ให้สำเร็จผล โดยมุ่งประโยชน์ส่วนรวมอันเป็นประโยชน์ร่วมกันของทุกคน ให้ยิ่งกว่าผลประโยชน์เฉพาะตนของผู้หนึ่งผู้ใด สมดังพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ว่า "ขอให้ถือผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง"


        ข่าวในพระราชสำนัก  สทท.



ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : สายข่าวในพระราชสำนัก  NBT

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย