รายงานพิเศษเคาะข่าว : “ประเทศไทยกับการจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์”

08 ก.ย. 2563 | เข้าชม : 552

รายงานพิเศษเคาะข่าว : “ประเทศไทยกับการจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์”

        การบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญมากในปัจจุบัน หลังพบมีขยะเหล่านี้ตกค้างจากการนำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก จึงถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องยกเลิกการนำเข้าขยะอย่างจริงจังแล้ว เพื่ออุดช่องว่างการลักลอบนำเข้าและลดการแบกรับภาระปัญหาสิ่งแวดล้อมของประชาชน 

                “ประเทศไทย” พบนำเข้าซากพลาสติกเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยปี 2561 นำเข้า 552,912 ตัน และปี 2562 นำเข้า 323,167 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2560 ได้นำเข้า 152,738 ตัน และส่งออกพลาสติกไปยังต่างประเทศด้วย จึงจำเป็นต้องลดปริมาณขยะดังกล่าวลงเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศ เช่นเดียวกับปริมาณการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์พบนำเข้าเพิ่มขึ้นมาก โดยปี 2560 นำเข้า 54,260 ตัน และปี 2561 นำเข้า 38,404 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2559 ได้นำเข้า 1,986 ตัน จึงต้องวางแผนบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น ทำให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งเป้าจะไม่นำเข้าซากพลาสติกหรือซากอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศอีกต่อไป

                จากการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ได้ติดตามความก้าวหน้าของการปฏิบัติงานของคณะทำงาน 3 ชุดที่ได้แต่งตั้งขึ้น เพื่อปฏิบัติงานลงลึกรายละเอียดและวางมาตรการแก้ปัญหาการนำเข้าขยะพลาสติกและอิเล็กทรอนิกส์ก่อนก้าวสู่การยกเลิกนำเข้าเด็ดขาดในอนาคต ที่สำคัญอุดช่องว่างการลักลอบนำเข้าและลดการแบกรับภาระปัญหาสิ่งแวดล้อมของประชาชน ประกอบด้วย คณะทำงานด้านการพัฒนากลไกการจัดการพลาสติกและซากอิเล็กทรอนิกส์ , คณะทำงานด้านการส่งเสริมและรณรงค์ประชาสัมพันธ์การจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ และคณะทำงานด้านการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากขยะพลาสติก ภาพรวมขยะพลาสติกมีความคืบหน้ามากขึ้นและสามารถกำจัดไปได้แล้วบางส่วน หลังประเทศไทยได้หยุดนำเข้าขยะพลาสติกจากต่างประเทศ พร้อมกับการยกเลิกการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ 422 รายการตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 เหลือเพียงการนำเข้าตามโควตาเดิมที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมเสนอได้ขอไว้เท่านั้นที่จะสิ้นสุดลงสิ้นเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากในปี 2564 ประเทศไทยจะยกเลิกการนำเข้าและปราศจากขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ 100 เปอร์เซ็นต์  

                นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล่าให้ฟังว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้แสดงเจตจำนงค์ว่ากลุ่มอุตสาหกรรมบางประเภทยังมีความจำเป็นต้องขอนำเข้าเศษขยะพลาสติกจากต่างประเทศเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเม็ดพลาสติก แล้วนำไปแปรรูปทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เส้นใย ซึ่งวัตถุดิบที่มีภายในประเทศไม่เพียงพอ จึงให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมกลับไปสำรวจตัวเลขเศษขยะพลาสติกที่มีในประเทศ ผู้ประกอบการมีความต้องการใช้จริงมีจำนวนเท่าไหร่ประเภทใดบ้าง และจำเป็นต้องนำเข้ามาเท่าไหร่ แล้วรวบรวมตัวเลขทั้งหมดมาเสนอในวันที่ 11 กันยายนนี้ เพื่อเทียบข้อมูลวัตถุดิบที่มีและความจำเป็นต้องนำเข้าหรือไม่ 

                สำหรับพลาสติกที่จะผลิตถุงพลาสติกหูหิ้วจะไม่อนุญาตให้นำเข้ามาผลิตอีกต่อไป ยกเว้นที่ยังเหลือคงค้างในประเทศเท่านั้น สำหรับปริมาณขยะที่ค้างอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาว่ามีจำนวนเท่าไหร่แล้วจะส่งกลับไปยังประเทศต้นทางหรือไม่ จึงให้กรมศุลกากรกลับไปปรับปรุงและหาแนวทางจัดการกับขยะคงค้างเหล่านี้อย่างไร 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : กัลยา คงยั่งยืน

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย