สรุปข่าวประจำสัปดาห์ ( 31 สิงหาคม - 3 กันยายน 2563 )

05 ก.ย. 2563 | เข้าชม : 195

สรุปข่าวประจำสัปดาห์ ( 31 สิงหาคม - 3 กันยายน 2563 )


การเมือง/มั่นคง

31 สิงหาคม 2563

นายกรัฐมนตรี ประกาศเจตนารมย์ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เดินหน้าขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ ให้บรรลุได้ภายในปี 2573

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมผู้แทนสหประชาชาติประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานการประกาศเจตนารมณ์ขององค์กรสมาชิกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ในโอกาสการฉลองครบรอบ 20 ปี ภายในงานสัมมนา “วิถีคิดผู้นำสู่ความยั่งยืนภายใต้ชีวิตวิถีใหม่”

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาว่า สิทธิมนุษยชนเป็นรากฐานที่เข้มแข็งของสังคมและธุรกิจ การเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นหลักการที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญและปฏิบัติ รัฐบาลจึงสนับสนุนให้ภาคเอกชนประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยมุ่งหวังแต่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว พร้อมภูมิใจที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติ ว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เมื่อปี 2562 โดยให้ความสำคัญกับ 3 เสาหลัก คือ คุ้มครอง เคารพ และเยียวยา

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำความสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน หลังวิกฤตการณ์โควิด-19 สอดคล้องกับ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ที่สร้างความเข้มแข็งจากภายในและรากฐาน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคนและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกัน พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมย้ำว่าทุกภาคส่วนจะต้องรวมพลังกันเพื่อ “รวมไทยสร้างชาติ” และร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ หรือ SDGs ซึ่งจะต้องบรรลุให้ได้ภายในปี 2573

ทั้งนี้มองว่ามี 3 ประเด็นที่มีความสำคัญต่อการฟื้นตัวจากวิกฤตครั้งนี้ ประกอบด้วย การสาธารณสุขที่เข้มแข็ง การเตรียมรับมือกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจ ด้วยการจัดสรรงบประมาณวงเงินกว่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างครอบคลุม รวมทั้งการเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงจากวิกฤติแบบใหม่ หรือ New Normal


ขับเคลื่อนตำบลขับขี่ปลอดภัย ตั้งเป้าลดเสียชีวิตปีละ 2,000 คน ใน 9 จังหวัดนำร่องที่มีสถิติเสียชีวิตสูงสุด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาความร่วมมือในการขับเคลื่อนตำบลขับขี่ปลอดภัย ซึ่งจัดโดยสำนักงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด ศูนย์อุบัติเหตุและวิกฤติบำบัด โรงพยาบาลขอนแก่น ที่โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต ดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยมีผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือระหว่างองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายจะต้องดำเนินมาตรการเข้มข้นและจริงจังในการดูแลความปลอดภัยบนท้องถนน โดยท้องถิ่นต้องช่วยกันอุดช่องว่างในการเกิดอุบัติเหตุเพื่อลดการเสียชีวิตบนท้องถนน ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยกว่า 20,000 ราย 

การจะลดจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตและตัวเลขผู้บาดเจ็บบนท้องถนนลงได้ ต้องเน้นไปยังภาคีเครือข่าย เร่งบทบาทกลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับท้องถิ่น โดยที่ผ่านมาได้เน้นหนักไปในส่วนของจังหวัด ทั้งบังคับใช้กฎหมาย และในปีงบประมาณ 2564 จะเน้นในเรื่องของการดูแลพื้นที่ถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองท้องถิ่นที่คิดเป็นร้อยละ 80 ของถนนทั้งประเทศ เนื่องจากถนนในประเทศไทย มีความยาวประมาณ 700,000 กิโลเมตร อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ประมาณ 51,000 กิโลเมตร อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ประมาณ 48,000 กิโลเมตร และที่อยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ประมาณ 600,000 กิโลเมตร ทั้งในส่วนของกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ต้องให้ความสำคัญในพื้นที่กลไก 

ศปถ. อำเภอต้องเน้นให้ความสำคัญมากขึ้น ในการบริหารจัดการในระดับอำเภอ ซึ่งภายใต้การบริหารระดับอำเภอคือ ส่วนของท้องถิ่นและตำบล จากเดิมมีการปิดจุดเสี่ยงที่เน้นไปในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ไม่ได้เน้นจุดเสี่ยงของถนนท้องถิ่น ดังนั้นจึงได้เน้นย้ำว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำอย่างน้อยเรื่องสัญญาณไฟจราจร สัญญาณไฟต่างๆ ป้ายจราจร ท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญและต้องมีการตื่นตัวมากขึ้น เพื่อดูแลรับผิดชอบในเรื่องถนนและการปิดจุดเสี่ยงร่วมกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายลดอัตราการสูญเสียชีวิตให้เป็นไปตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก(WHO) ลดจำนวนผู้เสียชีวิตปัจจุบัน 30 คนต่อ 1 แสนประชากร ตั้งเป้าให้เหลือ 16 คนต่อ 1 แสนประชากร โดยใช้ระยะเวลาภายใน 5 ปี ทั้งนี้การลดความสูญเสียอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขผู้เสียชีวิตลดลงกว่า 2,000 ราย ซึ่งถ้าลดลงทุกปีก็จะบรรลุเป้าที่เราได้ตั้งไว้ ซึ่งจะเน้นไปยัง 9 จังหวัด ที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดก่อน ได้แก่ เชียงราย กาฬสินธุ์ สุราษฎร์ธานี ยโสธร กำแพงเพชร สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ระยอง จันทบุรี พร้อมทั้งกำชับทุกส่วนต้องมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานและประเมินผลเป็นประจำทุกเดือนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รายงานผลการดำเนินการทุกๆ 3 เดือน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับท้องถิ่น ประสานความร่วมมือกับประชาชน และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติหตุในพื้นที่อย่างจริงจังเพื่อลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน


สั่งกองทัพเรือ ชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำออกไปก่อน หลังมีการถกเถียงกันเรื่องงบประมาณการจัดซื้อ

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งพิจารณางบประมาณของกระทรวงกลาโหม ในส่วนของกองทัพเรือ เรื่องงบประมาณจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ งบประมาณ 22,500 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณผูกพันระยะเวลา 7 ปี ซึ่งกองทัพเรือขออนุมัติงบประมาณไปตั้งแต่ปี 2563 แต่เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรค covid-19 ทำให้กระทรวงกลาโหม ขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำออกไป 1 ปี และในปีงบประมาณ 2564 จึงขออนุมัติงบประมาณในวงเงินเดิม ซึ่งเมื่อมีการถกเถียงกันในคณะกรรมาธิการ และกองทัพเรือได้ชี้แจงถึงความจำเป็นของการจัดซื้อเรือดำน้ำในครั้งนี้ไปแล้ว นายกรัฐมนตรี จึงได้พูดคุยเป็นการภายในกองทัพเรือและกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ออกไป หลังจากพี่น้องประชาชนมีความกังวลและต้องการให้นำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น เช่น การช่วยเหลือประชาชนและแก้ไข และปัญหาเศรษฐกิจ โดยให้คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณในส่วนนี้ใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ซึ่งกองทัพเรือ จะเป็นผู้ชี้แจงกับคณะกรรมาธิการอีกครั้ง และการที่จะพูดคุยกับจีน เพื่อชะลอการจัดซื้อออกไปอีก 1 ปีจะมีผลเป็นอย่างไรกองทัพเรือจะเป็นผู้ชี้แจงกับคณะกรรมาธิการเอง

อย่างไรก็ตาม อยากให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของกองทัพ ว่าต้องการดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง


1 กันยายน 2563

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยื่นหนังสือลาออก เหตุมีปัญหาด้านสุขภาพ มีผล 2 กันยายนนี้

จากกรณีที่นายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งต่อนายกรัฐมนตรี หลังจากพึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา และเข้าเฝ้าเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม รวมระยะเวลาการทำงานประมาณ 21 วัน ล่าสุดเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องรัฐมนตรีลาออก ลงนามโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ด้วยนายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2563 ความเป็นรัฐมนตรี ของนายปรีดี ดาวฉาย จึงสิ้นสุดลง ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2563 ตามความในมาตรา 170(2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกาศ ณ วันที่ 1 กันยายน 2563


ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยอมรับอาคารรัฐสภายังมีจุดอ่อน รอหมดสัญญาถึงเข้าตรวจสอบได้

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาน้ำรั่วบริเวณอาคารรัฐสภาเมื่อเช้าที่ผ่านมา ว่า ได้รับรายงานจาก นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก่อนอื่นต้องขอชี้แจงว่าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งนี้มีมูลค่า 10,000 ล้านบาทไม่ใช่ 100,000 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าว ซึ่งขณะนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จ โดยวานนี้ (31 ส.ค.63) ตนเองได้ไปตรวจสอบการก่อสร้างมีความก้าวหน้าไปพอสมควรแล้ว และค่อนข้างเรียบร้อยแล้ว คือห้องทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ทั้งนี้เมื่อครบสัญญาในสิ้นปีนี้จะไม่มีการต่อสัญญาอีก ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเกิดขึ้นอีก โดยขณะนี้ทราบมาว่าผู้รับเหมาระดมคนงานกว่า 4,000 คน มาเร่งก่อสร้างให้เสร็จ ซึ่งก็จะทำงานได้เร็วขึ้น

ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวอีกว่า ยังมีเวลาตั้งแต่เดือนนี้จนถึงเดือนธันวาคม งานหลักๆ ผ่านไปแล้ว แต่ยอมรับว่าอาคารรัฐสภายังมีจุดอ่อนและข้อบกพร่องอยู่มาก แต่คงต้องรอให้การก่อสร้างแล้วเสร็จก่อน เพราะในขณะนี้ยังไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เพราะเป็นเรื่องของสัญญา แต่เมื่อครบสัญญาแล้วจะต้องเข้าไปตรวจดูว่ามีจุดใดต้องแก้ไขบ้าง เพราะขณะอยู่ในช่วงผู้รับเหมาดูแลรับผิดชอบไม่เกี่ยวกับรัฐสภา


2 กันยายน 2563

รัฐบาลอนุมัติมาตรการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ ปี 2562/2563 ตั้งเป้า 2.6 แสนคน ใช้งบกว่า 2 หมื่นล้านบาท

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้อนุมัติมาตรการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ ที่จบการศึกษาในปี 2562 และ 2563 จำนวน 260,000 คน ระยะเวลาจ้าง 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564 โดยรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายเงินสมทบให้ไม่เกินร้อยละ 50 ของค่าจ้าง และนายจ้างเป็นผู้จ่ายอีกร้อยละ 50 ของค่าจ้าง แบ่งเป็นลูกจ้างที่จบปริญญาตรี รัฐบาลจะจ่ายเงินสมบทเงินให้ไม่เกิน 7,500 บาทต่อคน ปวส. รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบไม่เกิน 5,750 บาทต่อคน และลูกจ้าง ปวช. รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบไม่เกิน 4,700 บาทต่อคน 

นอกจากนี้ จะมีระบบลงทะเบียนสำหรับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง โดยการจ่ายเงินจะจ่ายเงินผ่านธนาคารกรุงไทย ซึ่งนายจ้างจะหักประกันสังคมตามที่กฎหมายกำหนด โดยการทำสัญญาจะมี 2 ส่วน ได้แก่ สัญญาระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง และสัญญาระหว่างนายจ้างและกระทรวงแรงงาน คาดว่า หากมีผู้เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมายจะใช้งบประมาณจาก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 จำนวน 1 ล้านล้านบาท จำนวน 23,476 ล้านบาท


นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่สุโขทัย ตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม

ที่วัดคลองกระจง หมู่ที่ 3 ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมและมอบถุงยังชีพในเบื้องต้นจำนวน 500 ชุด พร้อมทั้งเร่งรัดติดตามการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย 

นายกรัฐมนตรี กล่าวกับประชาชนที่มารอต้อนรับว่า มาด้วยความห่วงใยในทุกพื้นที่โดยเฉพาะสุโขทัย ตอนนั่งรถมาเห็นสวนกล้วย ใบตองเสียหาย ซึ่งจะเยียวยาชดเชยอย่างรวดเร็ว ปัญหาน้ำท่วมที่เจอจะพยายามบรรเทาความเสียหายให้มากที่สุด เมื่อเกิดภัยเรารีบเข้ามาดูแลช่วยเหลือในช่วงแรกและช่วงที่สองเราเร่งดูแลฟื้นฟู  อยากให้ประชาชนช่วยกันกักเก็บน้ำเมื่อน้ำมามากในแปลงเกษตรของตนเองสละพื้นที่เก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรในการแก้ไขปัญหาเดินหน้าไปด้วยกัน 


รองนายกรัฐมนตรี ยืนยัน ยังไม่ได้สั่งการในการต่อสู้คดีเหมืองทองอัครา เบื้องต้นทราบมีการเจรจาแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงควาบคืบหน้าการต่อสู้คดีกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย บริษัทแม่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด กรณีใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทอง จนเกิดความเสียหาย ว่า ส่วนตัวในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ได้มีการสั่งการใดๆ เพราะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมทำหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งหากมีความคืบหน้า ก็จะมีการรายงานมาให้ตนเองทราบ แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีการรายงานความคืบหน้าเข้ามา ทั้งนี้ทราบว่ามีการเจรจากันอยู่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเกรงว่าจะกระทบกับรูปคดี ซึ่งการเจรจาก็ควรเริ่มตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการ เพราะความได้เปรียบ เสียเปรียบ มันจะผิดกัน

ส่วนที่คณะทำงานตรวจสอบคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ชุดนายวิชา มหาคุณ มีข้อเสนอเกี่ยวกับกระบวนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมนั้น นายวิษณุ กล่าวว่าในวันนี้ได้เรียก ปปท. มาหารือเพื่อวางแนวทางการทำงานต่อไป


ประธานวิปฝ่ายค้าน เรียกร้องรัฐบาลเร่งเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดสภาวิสามัญลงมติวาระ 3 ตั้ง ส.ส.ร.ก่อนสิ้นปี

นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวภายหลังพรรคร่วมรัฐบาลยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 เพื่อให้การแก้ไขใช้เสียงของรัฐสภา 3 ใน 5 แต่ฝ่ายค้านเสนอให้ใช้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา เพราะเห็นว่า การใช้เสียง 3 ใน 5 ของรัฐสภาของพรรคร่วมรัฐบาล ยังทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยากอยู่ ไม่สะท้อนความยืดหยุ่น ซึ่งต้องมีการหารือในชั้นกรรมาธิการ หลังที่ประชุมรัฐสภา จะพิจารณารับหลักการหรือไม่ต่อไป

นายสุทิน ยังเร่งรัดกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากรัฐบาล โดยเฉพาะหากรัฐสภา รับหลักการไปแล้ว ในการพิจารณาวาระ 2-3 ควรใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ในชั้นกรรมาธิการฯ และรัฐบาล ควรเปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อมาลงมติ และเพื่อเข้าสู่กระบวนการออกเสียงประชามติ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อให้การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ สามารถดำเนินการได้ในเดือนธันวาคมนี้ เพราะเกรงว่า หากยื้อเวลาออกไป ก็จะไม่เป็นผลดีต่อประเทศ

ส่วนที่ประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า สัญญาณตอบรับจาก ส.ว.ยังไม่ค่อยชัดเจน ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายสุทิน เห็นว่า แม้สัญญาณจะไม่ดี แต่ก็ไม่สามารถรอได้ แต่มั่นใจว่า ส.ว. จะยึดหลักเหตุผลและปัญหาที่พบ เพื่อหาทางออกของปัญหาและเห็นประโยชน์ของประเทศ

นายสุทิน ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ พรรคเพื่อไทย ได้วางตัวบุคคลที่จะอภิปราย รวมถึงเนื้อหาการอภิปรายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งฝ่ายค้าน จะชี้ให้เห็นและซักถามถึงปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของประเทศ เพื่อให้รัฐบาลชี้แจง เหมือนการชี้ให้เห็นถึงความทุกข์และให้หาหนทางดับทุกข์ พร้อมยืนยันว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ จะมาร่วมการอภิปรายในครั้งงนี้ด้วย


3 กันยายน 2563

ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจดูพื้นที่จุดที่มีน้ำรั่วภายในอาคารรัฐสภาฝั่งวุฒิสภา พร้อมกำชับบริษัทผู้รับจ้าง เร่งแก้ไขในจุดที่เกิดปัญหา

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจดูพื้นที่บริเวณจุดที่มีน้ำรั่วไหลภายในอาคารรัฐสภาฝั่งวุฒิสภา โดยกล่าวถึงปัญหาดังกล่าวว่าอยู่ในช่วงที่บริษัทผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะนี้พื้นที่อาคารรัฐสภาอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างและยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ อาจจะเกิดปัญหาบ้าง แต่ก็ได้กำชับบริษัทผู้รับจ้าง เร่งแก้ไขในจุดที่เกิดปัญหา พยายามจะดูแลให้สมบูรณ์ที่สุด ส่วนกรณีสัญญาการก่อสร้างที่จะครบกำหนดเสร็จสิ้นในช่วงปลายปีนี้นั้น ได้กำชับแล้ว ซึ่งบริษัทรับจ้างได้เพิ่มจำนวนคนงานเพื่อเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามสัญญา แต่ขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน ถือเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคในการก่อสร้าง ย้ำว่าในระหว่างสัญญาไม่สามารถไปปรับเปลี่ยนอะไรได้

ด้านนายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กล่าวว่า ค่าเสียหายจากปัญหาที่เกิดขึ้น บริษัท ชิโนไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เพราะทั้งหมดอยู่ในสัญญาที่ทางบริษัทจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะเดียวกัน ยังมีประกันภัยที่จะคุ้มครองในส่วนของค่าเสียหายทั้งหมด โดยประธานสภาผู้แทนราษฎร และเลขาธิการสถาผู้แทนราษฎร ได้มอบนโยบายและกำชับให้ตรวจสอบคุณภาพของงาน โดยจะมีการตรวจสอบระบบการระบายน้ำทั้งหมด รวมถึงระบบน้ำทิ้งต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก เริ่มตั้งแต่การทบทวนแบบทั้งหมด การตรวจสอบเรื่องของคุณภาพการก่อสร้างและวิธีการติดตั้ง มอบหมายให้ที่ปรึกษาโครงการและผู้ควบคุมงาน ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา


เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว

31 สิงหาคม 2563

ยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการ 38 จังหวัดของไทยสู่ระดับสากล

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยและองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)  หรือ อพท. ครั้งนี้จะนำไปสู่การส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรม  ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านศิลปะร่วมสมัยทุกแขนง มาออกแบบและสร้างสรรค์สินค้าและบริการทางวัฒนธรรมร่วมกับนำภูมิปัญญาท้องถิ่นและแนวคิดใหม่ จากศิลปินร่วมสมัย ศิลปินศิลปาธร และศิลปินรุ่นใหม่ มาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว ในพื้นที่พิเศษซึ่งส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยว 38 จังหวัด 

โดยจะส่งเสริมการพัฒนาตราสินค้าบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ของที่ระลึก พัฒนาชุมชนสู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ พร้อมสร้างองค์ความรู้ให้แก่นักท่องเที่ยวด้วยการมีส่วนร่วมในชุมชน  พัฒนาวิถีชีวิต สืบสานและเผยแพร่ประเพณีและวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จัก  และยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการในการสร้างงาน สร้างอาชีพ ยกระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับมาตรฐานคุณภาพของสินค้าและบริการจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของประเทศไทยให้เป็นสากล และเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้นต่างประเทศทั่วโลก โดยจากนี้จะขับเคลื่อนการดำเนินงานไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ 


ข้าวไทยส่งออก 7 เดือนมีปริมาณ 3.2 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 32.9 ลุ้นผลผลิตนาปีดันส่งออกสู่เป้าหมาย 6.5 ล้านตัน

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยสถานการณ์ส่งออกข้าวไทย 7 เดือนของปีนี้ส่งออกได้แล้ว 3,295,046 ตัน คิดเป็นมูลค่า 69,470 ล้านบาท หรือประมาณ 2,222.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปริมาณส่งออกลดลงร้อยละ 32.9 และมูลค่าลดลงร้อยละ 15.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ส่วนปีนี้จะส่งออกข้าวได้ 6.5 ล้านตันหรือไม่นั้นจะต้องดูผลผลิตข้าวนาปีในช่วง 3 เดือนสุดท้ายว่าจะมีผลผลิตข้าวออกมามากน้อยเพียงใด

สำหรับการส่งออกข้าวในเดือนกรกฎาคม 2563 มีปริมาณ 409,451 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.6 มูลค่า 7,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3 เนื่องจากการส่งออกข้าวขาวและข้าวนึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากผู้นำเข้าโดยเฉพาะในแถบแอฟริกาได้หันมานำเข้าข้าวจากไทยมากขึ้น เนื่องจากประเทศอินเดียกำลังเผชิญกับการระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานและอุปสรรคด้านโลจิสติกส์ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกที่ต้องชะลอลง

ส่วนภาวะราคาข้าวไทยที่ยังสูงกว่าคู่แข่ง นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า แม้ว่าค่าเงินบาทจะมีแนวโน้มอ่อนลง แต่อุปทานข้าวในประเทศยังมีจำกัดและผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยทำให้ราคาข้าวในประเทศอยู่ในระดับสูงว่าประเทศอื่นๆประมาณร้อยละ 40-150 เหรียญสหรัฐ โดยราคาข้าวขาว 5 เปอร์เซนต์ราคาอยู่ที่ 525 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ของเวียดนามราคาอยู่ที่ 485-489 เหรียญสหรัฐตีอตันอินเดีย 368-372 เหรียญสหรัฐต่อตัน และปากีสถาน 393-397 เหรีญสหรัฐต่อตัน  


1 กันยายน 2563

เดินหน้าช่วยลูกหนี้รายย่อยรวมหนี้บ้าน-สินเชื่อไม่มีหลักประกัน คิดดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 5.75-8.80 

นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ ธปท. ออกมาตรการการปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้รายย่อยด้วยวิธีการรวมหนี้ ซึ่งจากการสำรวจธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ และผู้ประกอบการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ที่มีวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยและมีสินเชื่อไม่มีหลักประกันรวมอยู่ด้วยประมาณ 23 แห่ง คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 1-2 หมื่นล้านบาท ที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564 ซึ่งในจำนวนนี้ไม่จำเป็นต้องเข้าโครงการทุกราย เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกหนี้ที่เดือดร้อน

การรวมหนี้ดังกล่าว ลูกค้าจะต้องมีสินเชื่อที่อยู่อาศัยและไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และผ่อนชำระมาแล้วร้อยละ 40 ของวงเงินทั้งหมด ซึ่งภายหลังนำสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมารวมกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยภายหลังรวมหนี้วงเงินสามารถเกินมูลค่าหลักประกันได้ เช่น บ้านหลังแรกวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันอยู่ที่ 100% และบ้านหลังที่ 2 อยู่ที่ร้อยละ 90 เป็นต้น เนื่องจากในระยะข้างหน้ามูลค่าราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้น และหลังผ่อนชำระวงเงินคงค้างจะลดลงต่อเนื่อง โดยอัตราดอกเบี้ยที่ลูกหนี้จะปรับลดลงอัตราดอกเบี้ยลูกหนี้รายย่อยชั้นดี (MRR) ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 5.75-8.80

อย่างไรก็ตาม ธนาคารสามารถคัดกรองลูกหนี้ที่จะเข้าโครงการได้ เพื่อป้องกันการจงใจผิดนัดชำระหนี้ โดยลูกหนี้ที่จะเข้าโครงการจะต้องได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงสงครามการค้า โดยการดำเนินงานในเฟสแรกจะทำภายในธนาคารเดียวกันก่อน ซึ่งลูกหนี้สามารถทำได้ผ่านวิธีการรีไฟแนนซ์สินเชื่อ หรือเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ซึ่งตอนนี้มีประมาณ 3,000-4,000 ราย เพิ่มเป็น 1 หมื่นราย เช่นเดียวกับโครงการทางด่วนแก้หนี้มีประชาชนเข้ามาใช้บริการกว่า 4 หมื่นราย


ธนาคารออมสิน ขยายเวลามาตรการพักชำระหนี้อัตโนมัติต่ออีก 3 เดือน 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารฯ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเงินกู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยการให้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแบบอัตโนมัติเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน - วันที่ 30 กันยายน 2563 แต่เนื่องจากลูกค้าและประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบดังกล่าว จึงพิจารณาที่จะออกมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องด้วยการขยายเวลามาตรการพักชำระหนี้อัตโนมัติต่อไปอีก 3 เดือน เริ่มมีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 พร้อมเปิดทางเลือกให้ลูกค้าที่ไม่ประสงค์จะพักชำระหนี้ต่อและต้องการออกจากมาตรการ สามารถเลือกแผนการชำระหนี้ได้ 3 ทางเลือกโดยลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์และเลือกแผนการชำระหนี้ด้วยตัวเองได้ที่แอปพลิเคชัน MyMo ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2563 นี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

สำหรับแผนการชำระหนี้ 3 ทางเลือก ประกอบด้วย แผนที่ 1 พักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะดอกเบี้ยทั้งจำนวน 100% จากเงินงวดต่อเดือนตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้หรือสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิม แผนที่ 2 ชำระดอกเบี้ยปกติทั้งจำนวน 100% และเงินต้นร้อยละ 50 แผนที่ 3 ชำระเงินงวดต่อเดือนตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ หรือสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิม เมื่อแจ้งแผนการชำระหนี้ผ่าน MyMo แล้ว จะมีผลในวันถัดไปทันที ทั้งนี้กรณีที่ลูกค้ามีสัญญาเงินกู้มากกว่า 1 ราย จะต้องให้ผู้กู้หลักเป็นผู้มีสิทธิ์แจ้งความประสงค์ออกจากมาตรการผ่าน MyMo เท่านั้น ส่วนลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนิติบุคคลให้ไปดำเนินการแจ้งความประสงค์ที่สาขาเจ้าของบัญชี สำหรับการแจ้งความประสงค์ออกจากมาตรการพักชำระหนี้ในระยะแรก สามารถดำเนินการผ่าน MyMo เท่านั้น โดยลูกค้าที่ขอออกจากมาตรการพักชำระหนี้ต้องปรังปรุง(อัพเดท)แอปพลิเคชัน MyMo เป็นรูปแบบล่าสุด เพื่อให้สามารถเข้าสู่มาตรการและทางเลือกพักชำระหนี้ได้ ขณะเดียวกันในอนาคตธนาคารฯ จะได้ขยายไปยังช่องทางอื่นต่อไป


2 กันยายน 2563

กรมทางหลวง พร้อมอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางในช่วงวันหยุดยาว 4 - 7 กันยายนนี้ 

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง คาดว่าช่วงวันหยุดชดเชยเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 4 – 7 กันยายนนี้จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก กรมทางหลวง โดย สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงทั่วประเทศ ได้เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน โดยให้โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างและงานซ่อมบำรุงทางและสะพาน หยุดดำเนินการดังกล่าว เพื่อทำการคืนพื้นผิวจราจรให้มีช่องจราจรเท่าเดิมหรือให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด พร้อมติดตั้งป้ายจราจร ป้ายเตือน ไฟสัญญาณต่างๆในพื้นที่บริเวณก่อสร้างและตรวจสอบ ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ตลอดเวลา รวมทั้งหากพบว่ามีปริมาณจราจรหนาแน่นจะทำการประสานงานกับตำรวจทางหลวงและตำรวจท้องที่ ในการสนับสนุนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรหรือการจัดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) ตั้งแต่วันที่ 3 - 8 กันยายน 2563 เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ กรมทางหลวงได้ยกเว้นค่าธรรมเนียม ผ่านทางทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์ จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพฯ – ชลบุรี –พัทยา ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 บางปะอิน - บางพลี และพระประแดง - บางขุนเทียน ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 3 กันยายน 2563 ถึง เวลา 24.00 น. ของวันที่ 8 กันยายน 2563 รวมระยะเวลา 6 วัน

หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายหรือขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193


การบินไทย เตรียมเปิดให้บริการ 18 เที่ยวบินพิเศษสู่ 5 เมืองในยุโรป และอีก 2 เมืองในเอเชีย ในเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป

นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในสหภาพยุโรป ไต้หวัน ฮ่องกง ที่ตกค้างและต้องการเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนา รวมถึงกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการเดินทางไปศึกษาต่อ และกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องการเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือผู้ที่ประสงค์จะเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นๆ 

การบินไทยให้บริการเที่ยวบินพิเศษรวม 18 เที่ยวบิน โดยจะเริ่มให้บริการเส้นทางบินกรุงเทพฯ-มิวนิก จำนวน 1 เที่ยวบินในวันที่ 11 กันยายนนี้ด้วยเที่ยวบินทีจี 924  /เส้นทาง กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต จำนวน 2 เที่ยวบิน ในวันที่ 18 และวันที่ 30 กันยายน 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ ทีจี 922 /เส้นทาง กรุงเทพฯ-ลอนดอน จำนวน 3 เที่ยวบินในวันที่ 13 วันที่ 20 และวันที่ 27 กันยายน 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ ทีจี 916 /เส้นทาง กรุงเทพฯ-ปารีส จำนวน 2 เที่ยวบิน ในวันที่ 17 และวันที่ 29 กันยายน 2563 ออกจากกรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบินที่ ทีจี 932 /เส้นทาง กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน จำนวน 2 เที่ยวบิน ในวันที่ 13 และวันที่ 27 กันยายน 2563 เที่ยวบินที่ ทีจี 950 เส้นทาง กรุงเทพฯ-ไทเป จำนวน 4 เที่ยวบิน ในวันที่ 4 วันที่ 10 วันที่ 18 และวันที่ 25 กันยายน 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ ทีจี 632 /เส้นทาง กรุงเทพฯ-ฮ่องกง จำนวน 4 เที่ยวบิน ในวันที่ 9 วันที่ 16 วันที่ 23 และวันที่ 30 กันยายน 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ ทีจี 606 

บริษัทฯ จำหน่ายบัตรโดยสารเที่ยวบินพิเศษดังกล่าว เป็นบัตรโดยสารแบบเที่ยวเดียว มีที่นั่งจำนวนจำกัด ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่ง ออกบัตรโดยสาร พร้อมกรอกข้อมูลการเดินทางตามข้อกำหนดของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐฝรั่งเศส เดนมาร์ก ไต้หวันและฮ่องกง ได้ที่ ที่สำนักงานขายการบินไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ระหว่างเวลา 08.00 น.-20.00 น.

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังได้ทำการขนส่งสินค้าในเที่ยวบินทั้งขาไปและขากลับ สำหรับเที่ยวบินขากลับ บริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติภารกิจรับคนไทยที่มีความยากลำบากในการดำรงชีวิตในต่างแดนกลับบ้านอย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยมีการทำ Physical Distancing ในทุกขั้นตอนการโดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางด้วยความอบอุ่นและปลอดภัยด้านสุขอนามัยในทุกเที่ยวบินผู้โดยสารในเมืองข้างต้นที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย สามารถติดต่อเพื่อลงทะเบียนก่อนการเดินทาง หรือตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต  สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน  สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง 


3 กันยายน 2563

กระทรวงคมนาคม คาดช่วงวันหยุดชดเชย 4-7 กันยายนนี้ ประชาชนสัญจรบนทางหลวงสายหลักเพิ่มขึ้นกว่า 5 ล้านคัน 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เตรียมความพร้อมการดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดพิเศษชดเชยเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่  4-7 กันยายนนี้ โดยคาดการณ์ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีปริมาณการจราจรเข้า-ออก กรุงเทพมหานครฯบนทางหลวงสายหลักและมอเตอร์เวย์มากที่สุดประมาณ 5,985,498 คัน เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 1.1 เทียบกับวันที่หยุดระหว่างวันที่ 25-28 กรกฎาคมที่ผ่านมา 

ขณะที่ผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกโหมดการเดินทางทั้งในกรุงเทพมหานครปริมณฑลและการเดินทางข้ามจังหวัดได้จัดเที่ยววิ่งให้บริการประชาชน 280,252 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้กว่า 8,854,869 คน จึงได้เน้นย้ำให้มีการแก้ไขจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุจากช่วงวันหยุดที่ผ่านมา พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถบรรทุกขนาดใหญ่งดวิ่ง และจัดระเบียบให้รถบรรทุกที่ขับขึ้นเนินให้ขับชิดซ้าย ให้ผู้รับเหมาหยุดการก่อสร้างคืนผิวจราจรให้มากที่สุด เปิดใช้ช่องทางด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษเต็มศักยภาพแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง และที่สำคัญยังคงเข้มงวดการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระบบขนส่งสาธารณะทุกโหมดการเดินทาง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยด้วยว่า เพื่อความสะดวกในการเดินทางบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดหน้าด่านและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ได้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 2 สายทาง เส้นทางบูรพาวิถี บางนา-ชลบุรี และกาญจนาภิเษก บางพลี-สุขสวัสดิ์ รวมถึงทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 กรุงเทพ-ชลบุรี-พัทยา หมายเลข 9 ตอนบางปะอิน-บางพลี และตอนพระประแดง-บางขุนเทียน ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 3 กันยายน ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 8 กันยายนนี้ นอกจากนี้ในวันที่ 4 และ 7 กันยายนนี้ ผู้ใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานครทางพิเศษศรีรัชและทางพิเศษอุดรรัถยา สายบางปะอิน-ปากเกร็ด ไม่ต้องเสียค่าผ่านทางตั้งแต่เวลา 00.01 น.- 24.00 น. 

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการยกเว้นค่าผ่านทางในช่วงเวลาดังกล่าว ยังคงมีเจ้าหน้าที่พนักงานกู้ภัยพนักงานจัดการจราจรคอยอำนวยความสะดวกช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง


ต่างชาติในไทยขอช่วยขยายวีซ่า ให้พำนักในไทยต่อ เปิดโอกาสท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ 

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง

การหารือกับนายสแตนลีย์ คัง (Stanley Kang) ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทยว่า พร้อมให้ความร่วมมือและช่วยเหลือประเทศไทยทุกด้าน โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจากเห็นว่าไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยประมาณ 2 ล้านคน มีความประสงค์ให้ไทยช่วยขยายวีซ่า ให้สามารถพำนักในประเทศไทยต่อได้อีก เพราะจะครบกำหนดในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ เพื่อที่จะได้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยไม่มีการพูดคุยขอให้ปลดล็อคเรื่องการลงทุน


รองนายกรัฐมนตรี หารือภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ พร้อมยืนยันคนไทยยังมีกำลังซื้อ 

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เชิญนักธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศเข้าพบเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ว่า บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี และภาคธุรกิจก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาล เป็นแนวทางช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะข่าวดีที่ว่าความต้องการและกำลังซื้อของคนในประเทศยังมีอยู่ รวมถึงยังมีชาวต่างชาติที่เชื่อมั่นและสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทำให้ในวันนี้มีการเสนอความเห็นหลายอย่างให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งในการสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อสำหรับอสังหาริมทรัพย์ มาตรการด้านภาษีและการวางระบบผังเมือง เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดถือเป็นความเห็นบวกที่ทุกคนมีความเชื่อมั่นและเห็นโอกาสที่จะใช้ภาคอสังหาริมทรัพย์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

อย่างไรก็ตาม หลังจากรับฟังความเห็นแล้ว ตนเองจะรวบรวมสรุปนำเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.)ให้เร็วที่สุด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ และนำเข้าสู่ที่ประชุม ศบศ.ในครั้งหน้า


สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เผยพันธบัตรออมทรัพย์รุ่น "วอลเล็ต สบม." ยอดจำหน่ายเหลือเพียง 1,000 ล้านบาท 

นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้วงเงินจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นวอลเล็ต สบม. ครั้งที่ 2 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.70 ต่อปี มียอดจำหน่ายคงเหลือเพียง 1,000 ล้านบาท โดยผู้สนใจลงทุนกับวอลเล็ต สบม. สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง ลงทะเบียน เติมเงินเข้าวอลเล็ตผ่านพร้อมเพย์ ด้วย Mobile Banking ของทุกธนาคารได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด

สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นก้าวไปด้วยกัน อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.22 ต่อปี จะเปิดจำหน่ายแบบไม่จำกัดวงเงิน เพื่อรองรับความต้องการลงทุนของผู้ลงทุนรายใหญ่ที่มีเงินออมสูงและนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร ในวันที่ 4 กันยายนนี้ เป็นวันแรก ผ่านช่องทางการจำหน่ายของ 4 ธนาคารตัวแทนจำหน่าย (ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารกรุงเทพฯ ธนาคารกสิกรไทยฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ฯ)


สังคม

31 สิงหาคม 2563

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หารือธนาคารออมสิน หาแนวทางปล่อยกู้เงินชราภาพเยียวยาผู้ประกันตน จากผลกระทบโควิด-19

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ได้ประชุมกับธนาคารออมสิน หารือแนวทางการปล่อยสินเชื่อจากกองทุนประกันสังคมเยียวยาผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่เป็นเรื่องยากเนื่องจากการให้กู้เงินสำนักงานประกันสังคมไม่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตัวเองต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม ไม่สามารถปล่อยกู้หรือเอาไปค้ำประกันให้ผู้ประกันตนได้ ขณะที่ ธนาคารก็มีข้อบังคับของแบงค์ชาติถ้าปล่อยไปก็กลัวหนี้เสีย จึงยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ 

สำหรับนายจ้าง สถานประกอบการ ได้มีการช่วยเหลือไปแล้ว โดยให้กู้จากธนาคารที่ร่วมโครงการ หากกู้ได้ 5 ล้านบาท สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะมีเงินไปค้ำประกันให้ 5 ล้านบาท โดยได้เตรียมเงินไว้ 3 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ปล่อยกู้ไปได้ 63 กิจการ สามารถรักษาการจ้างงานไว้ได้กว่า 8 พันคน ซึ่งเป็นแค่เพียงแค่ 1% ที่ธนาคารทยอยปล่อยออกไปช่วยผู้ประกอบการเท่านั้น 


เดินหน้าบรรจุสารสกัดกัญชาในบัญชียาหลักแห่งชาติ เพิ่มสิทธิประโยขน์บัตรทองเข้าถึงการรักษาด้วยสารสกัดกัญชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและสนับสนุนผู้ประกอบการสามารถปลุก แปรรูปเฮมพ์(กัญชง) เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "กัญชงพืชเศรษฐกิจใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดขึ้น โดยเชิญเกษตร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผลิตยา เครื่องสำอาง อาหาร ยา มาทำความเข้าใจ ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับใหม่ที่ ครม.ได้มีมติเห็นชอบแล้ว ว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกที่มีการกำหนดให้มีการพัฒนากัญชง กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อพืชกัญชา กัญชงจากพืชเสพติดเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีคุณประโยชน์ในทุกด้านโดยเฉพาะด้านการแพทย์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายในวาระเข้ารับตำแหน่งว่าให้เร่งศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชากัญชงและพืชสมุนไพรในทางการแพทย์อุตสาหกรรมทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์อื่นเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ประชาชนโดยกำหนดกลไกการดำเนินงานกลุ่มเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางสังคม ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กฎใดขัดก็ปรับปรุง แต่ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา อย.ปรับปรุงจนครอบคลุม ได้เป็นร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับใหม่ ซึ่งประชุมวันนี้ได้มาทำความเข้าใจในเนื้อหาร่างกฎหมายใหม่ แม้จะยังอยุ่ในชั้นกฤษฎีกา ก่อนเสนอรัฐสภาพิจารณาอนุมัติเป็นกฎหมายของประเทศ แต่การประชุมวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะแปลงนโยบายรัฐสู่การปฏิบัติ ทำความเข้าใจการเดินหน้าผลักดัน กัญชง และกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ จากร่างกฎหมายใหม่ ที่เปิดกว้างแก่ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าการใช้ประโยชน์ได้ ทุกคนสามารถขออนุญาตกับ อย.เพื่อปลูกและใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ใช้ต่อยอดธุกิจสร้างรายได้ได้ แต่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันคุมไม่ให้การเปิดกว้างนี้กลายเป็นการใช้ประโยชน์ผิดทางจนต้องย้อนกลับไปเป็นแค่พืชเสพติดไร้ประโยชน์ดังเดิม

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ตนเองได้หารือกับสำนังานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ผลักดันสารสกัดกัญชา บรรจุลงในบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อให้เข้าเป็นชุดสิทธิประโยชน์บัตรทอง ที่ประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง


1 กันยายน 2563

เตือนประชาชนระวังอุบัติเหตุจากการจุดประทัด อันตรายจากการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง จุดธูปเทียน ช่วงเทศกาลสารทจีน

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสารทจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 2 กันยายน 2563 นั้น กรมควบคุมโรค ขอเตือนประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ที่จะจัดพิธีไหว้บรรพบุรุษและไหว้เจ้า โดยมีการจุดประทัดให้ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการจุดประทัด โดยเฉพ่ะเด็กเล็กควรดูแลอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 อย่างเคร่งครัด 

หากเกิดอุบัติเหตุ ให้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยให้รีบห้ามเลือดและใช้ผ้าสะอาดปิดบาดแผลหรือพันแผลบริเวณเหนือแผลให้แน่นเพื่อป้องกันเลือดออก ไม่ควรใช้เชือกหรือสายรัดเพราะจะทำให้เส้นประสาทหรือหลอดเลือดเสียได้และขอให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669

นอกจากนี้ ยังมีอันตรายที่เกิดจากการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง การจุดธูปเทียน ที่ต้องระวัง เพราะส่วนใหญ่มีส่วนผสมของสารเคมี เมื่อถูกความร้อนในขณะเผา จะก่อให้เกิดไอระเหยของสารพิษ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เมื่อสูดหายใจเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองตาและระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเด็กจะได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ใหญ่ สำหรับวิธีการป้องกันควรยืนอยู่เหนือลม เผานอกอาคารที่พักอาศัยและเผาทีละน้อย เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของเขม่าเถ้ากระดาษ ไม่ควรเผาขณะที่มีเด็กหรือมีผู้คนเดินผ่านไปมา ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัส ส่วนการป้องกันอันตรายจากธูปเทียน ควรเปิดประตู หน้าต่างทุกครั้ง รวมถึงเปิดพัดลมเพื่อช่วยระบายอากาศหรือควันธูปเทียน หลีกเลี่ยงการพักผ่อนนอนหลับในห้องและบริเวณที่มีการจุดและเมื่อธูปเทียนดับแล้วควรทิ้งเวลาสักระยะหนึ่งก่อนเข้าไปใช้ห้อง หรือบริเวณดังกล่าว 


การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษในช่วงวันหยุดต่อเนื่องในเดือนกันยายน รวม 5 สายทาง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษบูรพาวิถี เส้นทางบางนา-ชลบุรี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก เส้นทางบางพลี-สุขสวัสดิ์ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยเริ่มยกเว้นค่าผ่านทางของทางพิเศษทั้ง 2 สายทาง ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2563 จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันอังคารที่ 8 กันยายน 2563 รวมทั้งสิ้นจำนวน 6 วัน เช่นเดียวกับมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง

สำหรับทางพิเศษที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานฉบับแก้ไขใหม่ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษอุดรรัถยา กทพ. และบริษัทผู้รับสัมปทาน ตกลงยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษจำนวน 2 วัน ในวันที่ 4 กันยายน 2563 และวันที่ 7 กันยายน 2563 ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ถึง 24.00 น. ซึ่งเป็นวันหยุดราชการที่ชดเชยวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ประจำปีตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในวันหยุดและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน รวมทั้งช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านได้อีกด้วย

ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องดังกล่าว กทพ. ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ทั้งพนักงานกู้ภัย พนักงานจัดการจราจร คอยอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงผู้ใช้ทางยังสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทาง สภาพการจราจรและขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ EXAT Call Center โทร 1543 หรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) ผ่านทาง Application "EXAT Portal" ได้อีกช่องทางหนึ่ง


2 กันยายน 2563

โครงการแท็กซี่ไฟฟ้า Beta EV Lady Taxi สร้างอาชีพใหม่ให้กับผู้ว่างงาน

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยหลังเปิดตัวโครงการแท็กซี่ไฟฟ้า Beta EV Lady Taxi เพื่อสร้างอาชีพใหม่ให้กับผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบโรคโควิด-19 ด้วยบริการรถยนต์สาธารณะพลังงานไฟฟ้า 100% ว่าโครงการครั้งนี้ช่วยเหลือประชาชนที่ว่างงาน

ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ให้สามารถเข้าสู่วิชาชีพใหม่ที่จะสร้างรายได้ที่เพียงพออย่างมั่นคง และที่สำคัญจะเป็นการช่วยลดปัญหามลพิษจากรถบริการสาธารณะที่วิ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป้าหมายจำนวน 85,000 คัน 

นอกจากนี้ กระทรวง พม. ได้เสนอสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการฯ คือ การเช่าที่พักอาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติ ด้วยอัตราเพียงเดือนละ 999 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่งด้วย เบื้องต้นจะเริ่มต้นที่ 100 คนแรก พร้อมให้บริการในพื้นที่ กทม. ในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป โดยประชาชนสามารถเรียกใช้บริการตามท้องถนนปกติ หรือผ่าน application ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท ประชาชนสามารถเข้าไปกรอกใบสมัคร ได้ที่ www.bettaev.org ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563


3 กันยายน 2563

รองนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้คนไทยใช้ภาษาไทย ภาษาไทยถิ่นให้ถูกต้อง พร้อมอนุรักษ์ สืบสานภาษาของชาติ เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ 2563

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติและมอบเกียรติบัตรให้แก่นักเรียนที่ชนะการประกวดเล่าเรื่องในหัวข้อ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น : ของกิน ของเล่น ของใช้ ” จัดโดยสำนักงานราชบัณฑิตยสภา โดยรองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ภาษาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารและภาษาไทยเป็นภาษาที่คนไทยใช้ติดต่อสื่อสาร จดบันทึกเรื่องราวรวมทั้งบันทึกความเป็นมาของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และไม่ใช่ทุกประเทศที่จะมีภาษาเป็นของตนเอง เพราะฉะนั้นการที่ประเทศมีภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติทั้งภาษามาตรฐานและภาษาถิ่นของแต่ละภาคจึงเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจควรถนอม รักษา พัฒนาและต่อยอด

ภายในงานมีกิจกรรม การเล่าเรื่องของนักเรียนที่ชนะการประกวดแต่ละภาค เพื่อให้นักเรียนได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่นของตนเอง จากนั้นจะมีการมอบรางวัลให้แก่นักเรียนที่ชนะการประกวด รวมทั้งการเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ รู้ทันสีสันภาษาสื่อ ประเด็นรูปแบบการนำเสนอและเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลหรือข้อความในการเสนอข้อมูลทางสื่อออนไลน์และประเด็นแนวทางการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางสื่อออนไลน์ โดยวิทยากรที่เป็นสื่อมวลชนและผู้มีความเชี่ยวชาญ

สำนักงานราชบัณฑิตยสภามีหน้าที่หนึ่งคือ จัดการศึกษาอบรมและพัฒนาทางวิชาการเกี่ยวกับภาษาไทย ภาษาถิ่นและกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย การอนุรักษ์ภาษาไทย มิให้แปรเปลี่ยนไปในทางที่เสื่อม การส่งเสริมภาษาไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้น


กระทรวงสาธารณสุข เตรียมโอนค่าตอบแทน อสม.สู้โควิด ย้อนหลัง 6 เดือนเข้าบัญชี อสม.ทุกคน 21 กันยายนนี้

 พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุขวันนี้ มีการรายงานความคืบหน้าการจ่ายเงินค่าตอบแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ในโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ อสม. ในการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ในชุมชนของกระทรวงสาธารณสุข โดยให้คนละ 500 บาท เป็นเวลา 7 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม-กันยายน ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติให้แล้วเมื่อ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา และพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้เร่งรัดการจ่ายเงินให้เร็วที่สุดนั้น หลังทำการหารือกับกรมบัญชีกลาง ได้ผลสรุปล่าสุด ว่า วันที่ 21 กันยายนนี้ จะจ่ายงบประมาณค่าตอบแทน อสม. อสส. แบบย้อนหลังโอนเข้าบัญชีแต่ละคนเป็นเงิน 3,500 บาทในครั้งเดียว โดยระหว่างนี้กระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวบรวมจำนวน อสม. ที่จะมีการจ่ายเงินค่าตอบแทน ให้เป็นปัจจุบันที่สุดก่อนทำการโอนเงิน เนื่องจากช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา อาจมีการเปลี่ยนแปลงตัว อสม. จากหลายกรณี เช่น เสียชีวิต เป็นต้น


แอปพลิเคชัน Treasure Trip ดึงดูดการท่องเที่ยวแหล่งวัฒนธรรมบนเส้นทางรถไฟฟ้า

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การจัดทำโครงการวิถีไทยในยุคดิจิทัลครั้งนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้รับความร่วมมือจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ และบริษัท เน็คซ์ทูบี จำกัด จัดทำแอปพลิเคชัน Treasure Trip เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยนวัตกรรมดิจิทัลตามแนวรถไฟฟ้า และ BTS ในสถานที่ต่างๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ แหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ บ้านศิลปิน วัด ร้านอาหาร และสถานที่อื่นๆ เป็นการยกระดับการใช้นวัตกรรมดิจิทัลให้เป็นฐานข้อมูลออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลใหญ่ หรือบิ๊กดาต้าของรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงวัฒนธรรมมีแหล่งข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้มุ่งหวังให้เกิดการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทย หลังจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ ซึ่งแต่ละปีกรุงเทพมหานครถือเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ติดอันดับการเดินทางมาท่องเที่ยงของโลกมากถึง 25 ล้านคน ขณะที่บริเวณแนวรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ ถือเป็นย่านใจกลางธุรกิจ การค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และอนาคตจะมีการพัฒนาระบบให้มีภาษาอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อรองรับหากประเทศไทยสามารถเปิดประเทศได้

สำหรับแอปพลิเคชันดังกล่าว สามารถใช้ค้นหาเส้นทางแนะนำและแผนที่สำหรับการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวตลอดแนวรถไฟฟ้า อาทิ พระบรมมหาราชวัง  วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เยาวราช ทั้งนี้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้งระบบปฎิบัติการ ios และ android ตั้งแต่บัดนี้เป็นไป


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ธนพิชฌน์ แก้วกา

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : สำนักข่าว