สรุปข่าวประจำสัปดาห์ ( 20- 23 กรกฎาคม 2563)

24 ก.ค. 2563 | เข้าชม : 228

สรุปข่าวประจำสัปดาห์ ( 20- 23 กรกฎาคม 2563)


การเมือง/มั่นคง

20 กรกฎาคม 2563

รองนายกรัฐมนตรี ขอให้ถามฝ่ายความมั่นคง กรณีการชุมนุมของเยาวชนปลดแอก ขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีการชุมนุมกลุ่ม “เยาวชนปลดแอก” ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าเป็นการฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ ส่วนรัฐบาลจะต้องดำเนินการใดๆ กับกรณีที่เกิดขึ้นหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า ให้ไปสอบถามความความชัดเจนจากฝ่ายความมั่นคง

สำหรับความคืบหน้า เกี่ยวกับการพิจารณาคลายล็อกมาตรการในระยะที่ 6 นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ทราบว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. จะมีการประชุมวันนี้ ก่อนนำเสนอที่ประชุม ศบค. ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2563  แต่ยังไม่ทราบว่า จะมีการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 6 หรือไม่ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการประเมินสถานการณ์ให้รัดกุม ซึ่งทราบว่ามีการประเมินสถานการณ์กันมาแล้วกว่า 20 วัน


รองนายกรัฐมนตรี ระบุฝ่ายความมั่นคงติดตามการชุมนุม ขออย่ากังวล ส่วนรัฐมนตรีลาออกไม่เกี่ยวทำให้ปรับ ครม.เร็วขึ้น

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการชุมนุมกลุ่ม เยาวชนปลดแอก free youth ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ตนเองในฐานะที่ดูแลความมั่นคงได้ติดตามดูในเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นกังวล

ขณะที่การปรับคณะรัฐมนตรีจะมีสัดส่วนอย่างไรนั้น พลเอก ประวิตร ย้ำว่าเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี ที่จะพิจารณาเพียงคนเดียว ว่ารัฐมนตรีคนใดจะทำงานต่อหรือจะพ้นจากตำแหน่ง ส่วนที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะต้องเป็นโควต้าของพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น พลเอก ประวิตร ไม่ตอบ และย้ำว่าก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี

ส่วนที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะทำให้การปรับ ครม.เกิดขึ้นเร็วขึ้นหรือไม่ เห็นว่า การปรับ ครม.จะเร็วหรือช้า อยู่ที่นายกฯ ไม่ใช่อยู่ที่การลาออกของ ครม. เพราะหากมีการลาออก ก็จะมีผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนได้ เช่น ปลัดกระทรวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง


21 กรกฎาคม 2563

นายกรัฐมนตรี ย้ำ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2564 มีความสำคัญ คณะกรรมาธิการฯ ต้องช่วยกันพิจารณา เชื่อไม่มีปัญหาทุกอย่างหารือกันได้ในคณะกรรมาธิการฯ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงปัญหาการประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี 2564 ว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการฯ ต้องหารือร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง เพราะงบประมาณปี 2564 มีความสำคัญในการที่จะต้องขับเคลื่อนประเทศและการพิจารณาร่างงบประมาณปี 2564 จะต้องคำนึงถึงช่วงเวลาการปิดสมัยการประชุมสภา ดังนั้นจึงเห็นควรว่าจะต้องระมัดระวังและต้องเร่งพิจารณาให้เป็นไปตามกรอบเวลา ทั้งนี้ เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่เป็นปัญหาใดๆ เพราะจะสามารถพูดคุยกันได้


นายกรัฐมนตรี เปิดเผย ศบค.เตรียมพิจารณากรณีการต่ออายุ พ.ร.ก ฉุกเฉิน วันพรุ่งนี้ ยืนยันคำนึงถึงความจำเป็น ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ ศบค.ชุดใหญ่จะมีการพิจารณาว่าจะต่ออายุการบังคับใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งจะหมดเวลาบังคับใช้ในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ หรือไม่ โดยต้องพิจารณาตามความจำเป็นและคำนึงถึงสิ่งสำคัญในการใช้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ซึ่งตนเองก็เคยได้ย้ำไปหลายครั้งว่า กฎหมายปกติไม่ครอบคลุม พร้อมย้ำว่า การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะพระราชบัญญัติการชุมนุมก็มีบังคับใช้อยู่แล้ว ตนเองไม่จำเป็นต้องสั่งการอะไรเพิ่มเติม

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การชุมนุมนั้นมีความเป็นห่วงเด็ก นักศึกษา เป็นห่วงแทนพ่อแม่ผู้ปกครองจึงได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ว่าให้ดูแลสถานการณ์ด้วยความระมัดระวังขณะเดียวกัน ก็อยากเตือนให้ระมัดระวังเรื่องการก้าวล่วง และเป็นสิ่งที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น ซึ่งตัวเองไม่ต้องการพูดในเรื่องนี้มาก เพราะไม่อยากให้ถูกขยายความจนเป็นประเด็น ส่วนข้อเรียกร้อง 3 ข้อของกลุ่มนักศึกษานั้น ก็อยู่ในการพิจารณาในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามกลไกและกระบวนการปกติ


22 กรกฎาคม 2563

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดกรณี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กับพวก กรณีเมื่อปี 2556 อนุมัติและดำเนิน “โครงการ Roadshow สร้างอนาคตไทย Thailand 2020” โดยมิชอบ 

จากการพิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง มีมติว่า การกระทำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 123/1 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 192 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 และ 13

ขณะที่ การกระทำของบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายฐากูร บุนปาน บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) และนายระวิ โหลทอง มีมูลความผิดทางอาญา โดยขั้นตอนต่อไป ป.ป.ช.จะส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐานและความเห็นพร้อมสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมพวกต่อไป


ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับพวก โดยพบพฤติกรรม เรียกรับเงินทอนเพิ่มอีก 7 วัด

นายนิวัติไชย  เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา ทุจริตการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือเงินทอนวัด โดยร่วมกันจัดให้มีการเบิกจ่ายเงินให้แก่ 7 วัด ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ การจัดสรรเงินอุดหนุนและพัฒนาวัด ซึ่งเมื่อมีการเบิกจ่ายเงินให้กับวัดไปแล้ว มีการติดต่อขอเงินบางส่วนคืน หรือขอคืนทั้งหมดแล้วนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต ซึ่งพฤติกรรมที่พบมีคนไปติดต่อ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการไปรับเงินทอนจากการอุดหนุน แม้บางวัดไม่มีความจำเป็นในการดำเนินการ

สำหรับบุคคลที่ ป.ป.ช.ชี้มูลประกอบด้วย  นายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ น.ส. ประนอม คงพิกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองพุทธศาสนาสถาน นายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนบูรณะพัฒนาวัดและศาสนาสงเคราะห์ นายชยพล พงษ์สีดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา

นายฉัตรชัย ชูเชื้อ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองพุทธศาสนาสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมีมูลความผิดทางอาญาและความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

นอกจากนี้ ยังมีนายพยงค์ สีเหลือง นายช่างโยธา มีมูลความผิดอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดและมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง นางวรัญญู เพชรรัตน์ มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด พระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง เจ้าคณะอำเภอชนแดน เจ้าอาวาสวัดลาดแค อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ พระครูนิวิฐสีลวัตร เจ้าเอาวาดวัดท้องตมใหญ่ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด

ส่วน 7 วัด ที่พบเรียกรับเงินทอนคืน ประกอบด้วย วัดช้าง ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ในงบประมาณปี 2558 จำนวน 4,200,000 บาท วัดดอนสะท้อน วัดท้องตมใหญ่ วัดเล็บกระรอก อำเภอสวี จังหวัดชุมพร วัดละ 2,000,000 ล้านบาท รวม 6,000,000 บาท วัดพร้าวโสภณาราม ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในงบประมาณปี 2557 และ 2558 จำนวน 6,000,000 บาท วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ในปีงบประมาณปี 2556 และ 2557 จำนวน 6,300,000 บาท และวัดถาวรวราราม ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ในปีงบประมาณ 2557 จำนวน 5,000,000 บาท


แต่งตั้งนายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ แทนนายอุตตม สาวนายน 

ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง พร้อมด้วยนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 แถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ มีมติแต่งตั้งนายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ หลังจากที่นายอุตตม สาวนายน ลาออกจากประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ 

สำหรับความคืบหน้าของการพิจารณา คณะกรรมาธิการฯ ได้ใช้เวลาในการพิจารณาไปแล้ว 9 วัน 70 ชั่วโมง จาก 237 ชั่วโมง ซึ่งมีหน่วยงานที่ผ่านการพิจารณาแล้ว 3 กระทรวง 2 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 7.2 โดยล่าสุดได้พิจารณางบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสร็จสิ้นทุกหน่วยงาน ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือเกี่ยวกับปัญหาไฟป่า ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย โดยเป็นงบประมาณในส่วนของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางกรรมาธิการฯ ได้สอบถามงบประมาณโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการป้องกันการเผาในที่โล่ง ปัญหาไฟป่าและการลดหมอกควัน รวมทั้งสอบถามไปยังหน่วยงานว่ามีการดำเนินการตามโครงการนี้ให้เป็นรูปธรรมอย่างไร ซึ่งทางกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมชี้แจงว่า มีการใช้งบประมาณในการรณรงค์ป้องกันการเผาป่าในที่โล่งและป้องกันไฟป่า รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ให้เกิดการมีส่วนร่วมจากประชาชนในการแก้ปัญหา จากการดำเนินการทำให้มีเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 300 คน ในพื้นที่ 9 จังหวัด เข้าร่วมกันป้องกันไฟป่าและหมอกควัน รวมถึงยังมีการสร้างศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านและชุมชนต้นแบบปลอดการเผาอีก 45 แห่ง นอกจากนี้ การพิจารณางบประมาณของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีการหารือเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานในระบบตั๋วฉีก ซึ่งอาจทำให้เกิดการทุจริตขึ้นได้ โดยทางกรรมาธิการฯ มีข้อเสนอให้หน่วยงานติดตั้งระบบจัดเก็บค่าเข้าชมอุทยานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และควรจัดให้มีการซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า ซึ่งทางกรมอุทยานฯ ได้รับข้อเสนอไปพิจารณา


ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ ในคดีโอปเวลล์ ไว้พิจารณา 

ศาลปกครองกลาง นัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุดกรณีกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ในคดีหมายเลขดำระหว่าง กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ให้คืนเงินค่าตอบแทนที่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ชำระและใช้เงินในการก่อสร้างโครงการ พร้อมดอกเบี้ย ประมาณ 24,000 ล้านบาท ให้แก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้คัดค้าน คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ ล่าสุดศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ไว้พิจารณา (คดีโฮปเวลล์) โดยอ้างว่า มีการรับฟังข้อเท็จจริงผิดพลาดและมีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป

สำหรับคดีนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 119/2547 หมายเลขแดงที่ 64/2551 ลงวันที่ 30 กันยายน 2551 ที่ให้ผู้ร้องทั้งสองคืนเงินค่าตอบแทนที่ผู้คัดค้านชำระและใช้เงินในการก่อสร้างโครงการ พร้อมดอกเบี้ย ให้แก่ผู้คัดค้านผู้ร้องทั้งสองได้มีคำร้องยื่นต่อศาลปกครองกลางขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่า ศาลปกครองสูงสุดรับฟังข้อเท็จจริงผิดพลาด และมีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งศาลปกครองชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประเด็นที่ผู้ร้องทั้งสองโต้แย้งเกี่ยวกับระยะเวลาการใช้สิทธิเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ การเลิกกันของสัญญาพิพาท และการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของผู้ร้องทั้งสอง และผู้คัดค้านมีลักษณะเป็นการโต้แย้งดุลยพินิจในการพิพากษาคดีและผลของคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และที่ผู้ร้องทั้งสองโต้แย้งเรื่องความสามารถของผู้คัดค้านในขณะเข้าทำสัญญานั้น เป็นประเด็นที่ผู้ร้องมิเคยโต้แย้งมาก่อน ทั้งในศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุดซึ่งไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องทั้งสองไม่ทราบถึงเหตุนั้นในการพิจารณา จึงถือมิได้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ อันมีผลทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้วเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ และประการสุดท้าย การที่ผู้ร้องอ้างว่ามีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 143/2562 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน ‘กรณีโฮปเวลล์’ ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ซึ่งเอกสารฉบับดังกล่าวผู้ร้องก็มิได้แสดงต่อศาลแต่อย่างใด จึงมีคำสั่งไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ไว้พิจารณา ผู้ร้องทั้งสองจึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลปกครองกลางต่อศาลปกครองสูงสุด


23 กรกฎาคม 2563

นายกรัฐมนตรี ยินดีร่วมมือกับเอกอัครราชทูตฯ กระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-นิวซีแลนด์ สองฝ่ายเห็นพ้องผลักดันด้านการค้า

นายทาฮาโมอานา ไอเซอา คลูนี แมกเฟอร์ซัน (H.E. Mr. Tahamoana Aisea Cluny MacPherson) เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

โดยนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่า การปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์อย่างแข็งขัน จะส่งผลให้ความสัมพันธ์ก้าวหน้าอย่างมีพลวัต โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ฯ ในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติต่อไป ขณะที่ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ฯ ยินดีที่ไทยกับนิวซีแลนด์มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นในทุกระดับ และชื่นชมบทบาทของไทย ในฐานะประธานอาเซียน 2562 ซึ่งนิวซีแลนด์พร้อมสนับสนุนไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระหว่างกัน นายกรัฐมนตรี ชื่นชมรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่ประสบผลสำเร็จในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ฯ ชื่นชมระบบสาธารณสุขของไทยในการควบคุมสถานการณ์ดังกล่าว 

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกระชับความร่วมมือระหว่างกัน หลังจากสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลาย โดยนายกรัฐมนตรี ยินดีพร้อมให้ความร่วมมืออย่างรอบด้าน ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ยินดีที่จะผลักดันด้านการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเห็นว่าไทยเป็นประเทศมีศักยภาพทางด้านการค้า ความมั่นคง ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน (supply chains) ซึ่งจะช่วยการฟื้นตัวและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี เห็นว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไทย-นิวซีแลนด์ ต้องมาร่วมมือกัน ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศ ลดความได้เปรียบและเสียเปรียบ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งได้ฝากให้กำลังใจไปยัง นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้ประสบผลสำเร็จ


นายกรัฐมนตรี ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ เน้นย้ำการทำงานแบบ New Normal และรวมไทยสร้างชาติ 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าว่า ได้สั่งการที่ประชุมให้ปรับปรุงการทำงานส่วนราชการทุกภาคส่วน ให้เป็นรูปแบบ New Normal เน้นการขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ภายใต้ความท้าทายในบริบทต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 ซึ่งความสำเร็จจะเกิดขึ้นหรือไม่ต้องเป็นไปตามหลักการรวมไทยสร้างชาติ ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันพัฒนาทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสุขภาพควบคู่กันไป นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมการรับมือกับเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ที่ประเทศไทยต้องปรับกฏหมายรองรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์และการดำเนินการทุกอย่างต้องโปร่งใส ส่วนความคืบหน้าการเจรจาความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค หรือ Rcep จะมีการลงนามความร่วมมือต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ที่เวียดนามเป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียน เพื่อมุ่งสู่การค้าเสรี

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ที่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้ช่วยเหลือนำคนไทยกลับบ้านและดูแลผู้ที่ยังตกค้างในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ส่วนในประเทศก็มีการผ่อนปรนในระยะที่ 6 เตรียมการเปิดโรงงานและเตรียมการรับแรงงานต่างด้าว ที่ต้องมีมาตรฐานด้านสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นการรับคนแต่ไม่รับโรคโควิด-19 เข้าประเทศ ทั้งนี้ยืนยันรัฐบาลพยายามรักษาความมีเสถียรภาพ เพื่อให้ประเทศเกิดความสงบเรียบร้อย


นายกรัฐมนตรี เปิดเผย การปรับคณะรัฐมนตรีคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางเดือนสิงหาคมนี้ ยืนยันดำเนินการให้ดีที่สุด 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการและทาบทามบุคคล โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณสมบัติ อีกทั้งต้องรอว่าบุคคลที่ถูกทาบทามจะตอบรับมาร่วม ครม.หรือไม่ โดยต้องทำให้เกิดความสมดุลระหว่างเรื่องการเมืองและการบริหารประเทศ ส่วนการทาบทามนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร และนายปรีดี ดาวฉาย นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันตอบรับที่ชัดเจน แต่ยอมรับว่าอยากให้ทั้ง 2 คนมาร่วมงานด้วย ขณะเดียวกันจะปรับ ครม.เฉพาะตำแหน่งที่ว่างหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ แต่เบื้องต้นก็ต้องปรับตามตำแหน่งที่ว่าง หรือปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม ซึ่งขอให้เชื่อมั่นว่าจะทำให้ดีที่สุด เหมือนที่ประชาชนตั้งความหวังไว้

ขณะเดียวกัน ปฏิเสธที่จะให้ความชัดเจนว่าได้ติดต่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพื่อเจรจาแลกเปลี่ยนตำแหน่งกระทรวงแรงงาน กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมหรือไม่ ระบุเพียงว่า ทำไมต้องอยากรู้ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องการบริหารของตนเอง แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าจะทำให้ดีที่สุด และจะดำเนินการปรับ ครม.ให้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนการที่พรรคการเมือง พยายามเสนอชื่อบุคคลให้เป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งต่างๆ นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองจะเสนอมา แต่เมื่อส่งมาถึงตนเอง ก็พร้อมรับฟังและจะพิจารณาตามความเหมาะสม


เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว

20 กรกฎาคม 2563

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดโครงการคู่มือเส้นทางท่องเที่ยวปลอดโรค 5 ภูมิภาค ตามแนวทางการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ต่อยอดโครงการมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) ซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นให้สถานประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้เตรียมความพร้อมและดำเนินการปรับปรุงสถานประกอบการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ โดยผู้ประกอบการต้องเสนอสินค้าและบริการที่ดีควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ซึ่งตราสัญลักษณ์ SHA จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้ ในส่วนของการต่อยอดโครงการดังกล่าวในวันนี้เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยที่มีความสนใจเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล โดยการจัดทำคู่มือเส้นทางท่องเที่ยวปลอดโรค 5 ภูมิภาค เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตัวระหว่างเดินทางท่องเที่ยว พร้อมจัดกิจกรรมนำร่องเส้นทางท่องเที่ยวปลอดโรค 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวด้วยว่า การดำเนินงานในครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ตามที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คลายล็อกดาวน์ระยะ 5 โดยเปิดให้มีการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนไทยเป็นอย่างดี แต่จะเดินทางในรูปแบบไหนขอให้ป้องกันตนเอง

ในส่วนของคู่มือเส้นทางท่องเที่ยวปลอดโรค 5 ภูมิภาค จะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนเรื่องการตรวจเช็คความปลอดภัยในการขับขี่ยานพาหนะเพื่อการท่องเที่ยว โดยครอบคลุมรถยนต์ส่วนบุคคล รถตู้ และรถบัส นอกจากนี้ ยังนำเสนอตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว ปลอดภัย-ปลอดโรค เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวของแต่ละภูมิภาคอีกด้วย โดยประชาชนทั่วไปสามารถขอรับฟรีได้จากสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั่วประเทศ หรือดาวน์โหลดคู่มือดังกล่าวได้ที่ www.tourismthailand.org/tourismproduct


นายกรัฐมนตรี พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับไนจีเรีย ตลอดจนการยกระดับการค้าการลงทุน

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับนายอาห์เมด นูฮู บามัลลี (H.E. Mr. Ahmed Nuhu Bamalli) เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทย ที่เข้าเยี่ยมคารวะ เพื่ออำลาในโอกาสพ้นหน้าที่ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและไนจีเรียที่มีมากว่า 49 ปี โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยได้เข้าทำธุรกิจในไนจีเรีย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยเข้าลงทุนในไนจีเรียแล้ว 3 ราย ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนและสานต่อความร่วมมือระหว่างกันให้มีความก้าวหน้าต่อไป พร้อมฝากความระลึกถึงประธานาธิบดีสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาสถานการณ์โรคโควิด-19 ได้ในเร็ววัน และรัฐบาลไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับไนจีเรีย

เอกอัครราชทูตฯ ชื่นชมการแก้ไขสถานการณ์โรคโควิด-19 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการของนายกรัฐมนตรีและศักยภาพทางสาธารณสุขของไทย ไนจีเรียสนใจที่จะมีความร่วมมือในด้านของระบบสุขภาพและการรักษาพยาบาลกับรัฐบาลไทยและโรงพยาบาลในไทย


21 กรกฎาคม 2563

นายกรัฐมนตรี เดือนผู้ประกอบการโรงแรมเข้าร่วมโครงการ“เราเที่ยวด้วยกัน” ต้องซื่อสัตย์ใครฉวยโอกาสจะถูกขึ้นบัญชี 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งมีบางแห่งฉวยโอกาสขึ้นราคาว่า หากใครขึ้นราคามากกว่าที่ตกลงไว้ก็จะมีการขึ้นบัญชี หรือแบล็กลิสต์ไว้ ซึ่งตนเองให้ความสำคัญกับกลุ่มโรงแรมขนาดเล็กที่มีการร้องขอเข้าร่วมโครงการ พร้อมกับมีการขยายวงเงินจาก 600 บาท เป็น 900 บาท ซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องช่วยกัน หากทำไม่ดีก็จะส่งผลกระทบกับธุรกิจของตัวเอง ซึ่งทั้งหมดมีการคุยกันไปแล้วในเรื่องราคาที่เหมาะสม โดยโรงแรมก็ต้องมีความซื่อสัตย์ด้วย

ส่วนวันหยุดชดเชยสงกรานต์ที่เหลืออีก 2 วันนั้น จะหาช่วงที่เหมาะสม โดยจะพิจารณาให้ติดกับช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อให้มีวันหยุดระยะยาวและเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ 40 องค์กร จัดประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบทและสุดยอดหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ร่วมกับหน่วยงานด้านชุมชนกว่า 40 องค์กร จัดโครงการประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบทและสุดยอดหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้การท่องเที่ยวชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยการจัดประกวดทั้ง 2 ประเภท คณะกรรมการจากทุกหน่วยงานจะร่วมกันเสนอชื่อชุมชนเพื่อคัดเลือกและประกาศผลรายชื่อชุมชนที่ได้รับการเสนอชื่อสูงสุดภายในงานประกาศผลและพิธีมอบรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท ในวันที่ 27 กันยายน 2563 ซึ่งตรงกับวันท่องเที่ยวโลก 

โดยคัดเลือกหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท จำนวน 25 ชุมชน สาขาละ 5 ชุมชน ได้แก่ สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เชิงเกษตร สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวโฮมสเตย์ สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และสาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวสำหรับจัดกิจกรรมเอาท์ติ้งกลุ่มตลาดองค์กร 

ประกาศหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว จำนวน 100 ชุมชน แบ่งเป็น หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ ของตกแต่ง กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย และกลุ่มผลิตภัณฑ์หลากหลาย โดยทุกชุมชนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะเข้าสู่กระบวนการคัดสรรพิจารณาตัดสินจากคณะกรรมการที่จะลงพื้นที่และให้นักท่องเที่ยวร่วมโหวต แบ่งเป็นคะแนนพิจารณาของกรรมการร้อยละ 70 และคะแนนโหวตจากนักท่องเที่ยวร้อยละ 30 เพื่อมอบรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบทให้แก่ 15 ชุมชน  

สำหรับรางวัลสุดยอดหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว คณะกรรมการจะลงพื้นที่ให้คะแนนตัดสินและมอบรางวัลในช่วงปลายปี 2563 นี้ โดย ททท. เชื่อมั่นว่ากิจกรรมดังกล่าวจะทำให้ชุมชนมีแรงจูงใจในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวชุมชนได้ทั้งในระดับประเทศและขยายผลสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติ


22 กรกฎาคม 2563

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เผยส่งออกข้าวครึ่งปีแรก ติดลบร้อยละ 32 พร้อมปรับลดเป้าส่งออกข้าวทั้งปีเหลือ 6.5 ล้านตัน ต่ำสุดในรอบ 20 ปี

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยครึ่งปีแรก ของปี 2563 ว่า ไทยส่งออกข้าวไปแล้วปริมาณ 3.14 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 32 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีมูลค่า 2,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 12 ส่งผลให้การส่งออกของไทยตกเป็นอันดับ 3 ของโลกรองมาจากอินเดียและเวียดนามตามลำดับ สาเหตุที่การส่งออกลดลงเป็นผลมาจากปัญหาภัยแล้งทำให้ผลผลิตข้าวลดลง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภคลดลงและค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่ง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ประกอบกับพันธุ์ข้าวไทยในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค จึงส่งผลให้ประเทศผู้ซื้อรายสำคัญอย่างฟิลิปปินส์และมาเลเซีย หันไปซื้อข้าวจากเวียดนามเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะข้าวพันธุ์พื้นนุ่ม ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด

สมาคมฯ จึงได้ปรับคาดการณ์ปริมาณส่งออกข้าวปี 2563 ลงจากเดิม 7.5 ล้านตัน เป็น 6.5 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ต่ำสุดในรอบ 20 ปีนับตั้งแต่ปี 2543 ที่มีการส่งออกข้าวปริมาณ 6.148 ล้านตัน แต่อย่างไรก็ตามคาดหวังว่าทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศจะดูแลเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ การส่งออก โดยเฉพาะตลาดข้าว รวมไปถึงการดูแลค่าเงินเพื่อให้เอกชนสามารถแข่งขันได้ 

นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ สมาคมมีการพัฒนายุทธศาสตร์ข้าวไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการวางยุทธศาสตร์ระยะ 10 ปีโดยยังให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาพันธุ์ข้าว โดยเฉพาะข้าวขาวพื้นนุ่ม ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในตลาด พร้อมกันนี้ยังต้องการให้หน่วยงานรัฐเร่งกระตุ้นการขึ้นทะเบียนพันธุ์ข้าวเพื่อนำมาใช้ในการแข่งขันในตลาด

ส่วนสถานการณ์การค้าข้าวโลก คาดการณ์จะมีผลผลิตข้าวรวม 495 ล้านตัน มีการบริโภคข้าว 490 ล้านตัน มีการค้าข้าว 42 ล้านตัน ขณะที่สต๊อกข้าวโลกอยู่ที่ 181 ล้านตัน 


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ โครงการกำลังใจ ของเจ้าหน้าที่ อสม. อสส. และ รพ.สต. เปิดลงทะเบียน 25 กรกฎาคมนี้

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าโครงการกำลังใจ ของเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จะเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 25 กรกฎาคม 2563 โดยผู้ขอรับสิทธิต้องเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมี 1.2 ล้านราย โดยลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์มือถือ Smartphone พร้อมบัตรประชาชน โดยมือถือ 1 เครื่อง สามารถลงทะเบียนได้ 1 คนเท่านั้น 

สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียน เมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทย KTB แล้ว ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวและเบอร์มือถือ และยืนยันตัวตน  ซึ่งผู้ได้รับสิทธิต้องนำมือถือที่ได้ลงทะเบียนไว้ ติดตัวตลอดการเดินทาง เพื่อสแกน QR Code ยืนยันตัวตนในวันเดินทางวันแรกและวันที่สองตามโปรแกรมท่องเที่ยวที่ได้เลือกไว้

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังแนะผู้ที่ได้รับสิทธิค้นหาโปรแกรมท่องเที่ยวได้จากเว็บไซต์ www.เที่ยวปันสุข.ไทย หรือบริษัทนำเที่ยวที่ผ่านเกณฑ์จากสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและจดทะเบียนเป็นบริษัทนำเที่ยวก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 ซึ่งจะมีโปรแกรมทัวร์ที่ได้รับการอนุมัติจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกบริษัทนำเที่ยวนอกเขตพื้นที่ตนเองได้ โดยเริ่มเดินทางท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ 30 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2563 นี้           

ขอเชิญชวนเจ้าหน้าที่ อสม. อสส. และ รพ.สต. ใช้สิทธิในโครงการ ซึ่งหากต้องการเดินทางมากกว่า 2 วัน 1 คืน ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ค่าใช้จ่ายจะไม่ถูกรวมอยู่ในโครงการนี้


23 กรกฎาคม 2563

ธนาคารแห่งประเทศไทย ยืนยันไม่ได้แทรกแซงค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวว่าประเทศไทยและไต้หวันอาจถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จับตามองว่าเป็นประเทศที่มีการแทรกแซงค่าเงิน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้ากับสหรัฐฯ นั้น ขอเรียนว่า ธปท. ได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินโลก พัฒนาการของการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทย และความจำเป็นของ ธปท. ที่ต้องเข้าดูแลเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงินในบางช่วงจังหวะเวลาที่มีเงินทุนไหลเข้าอย่างเฉียบพลันจากการปรับมุมมองของนักลงทุนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตลาดการเงินโลกและในประเทศอุตสาหกรรมหลัก 

โดย ธปท. ได้ย้ำเสมอว่า ธุรกรรมของ ธปท. ในตลาดเงินตราต่างประเทศไม่ได้มุ่งหวังที่จะบิดเบือนค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้ากับคู่ค้าของไทย เห็นได้จากการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาเป็นไปได้ทั้ง 2 ทิศทาง ทั้งอ่อนค่าและแข็งค่า ไม่ได้ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง และการทำธุรกรรมในตลาดเงินตราต่างประเทศของ ธปท. เป็นไปทั้ง 2 ทางเช่นกันคือ มีทั้งการซื้อและการขายเงินตราต่างประเทศ ตามปริมาณเงินทุนเคลื่อนย้ายที่เข้าออกอย่างผันผวนและรวดเร็ว


โครงการเราเที่ยวด้วยกัน มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 4.4 ล้านคน โดยผู้ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จสามารถลงทะเบียนใหม่ได้

เข้าสู่วันที่ 6 ของการเปิดให้ประชาชนเข้าไปจองสิทธิ์ ส่วนลดค่าที่พัก/โรงแรม ตามโครงการเราเที่ยวกัน ที่เว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าที่พักร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน ส่วนประชาชนจ่ายร้อยละ 60 ของราคาค่าที่พักต่อห้องต่อคืน (จองสูงสุดได้ไม่เกิน 5 คืน) /ได้รับเงินสนับสนุนค่าอาหารและค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว 600 บาท ผ่านแอพฯ "เป๋าตัง" (จ่ายให้วันต่อวันตามจำนวนคืนที่เข้าพัก) /และส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบินร้อยละ 40 สำหรับผู้จองที่พักที่ต้องเดินทางโดยสายการบิน ซึ่งจะต้องจองและชำระค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเต็มจำนวน ผ่านทางเว็บไซต์ของสายการบินต่างๆ โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินคืนในอัตราร้อยละ 40 ของค่าบัตรโดยสาร แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง ผ่านการโอนเงินเข้าสู่แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ของผู้ซื้อบัตรโดยสาร 

จากข้อมูลการลงทะเบียน เราเที่ยวด้วยกัน ล่าสุดวานนี้ (22 ก.ค. 63) พบว่ามีผู้ลงทะเบียนรวม 4.41 ล้านคน ลงทะเบียนสำเร็จ 4.18 ล้านคน ซึ่งขณะนี้กำลังทยอยแจ้งผลทาง sms ขณะที่ผู้ลงทะเบียนไม่สำเร็จ 0.22 ล้านคน สามารถลงทะเบียนใหม่ได้ ในส่วนของผู้ใช้สิทธิ์โรงแรมมีจำนวนทั้งสิ้น 169,123 ต่อห้อง/ต่อคืน ขอเชิญชวนให้ประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิ์ตามโครงการดังกล่าว เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โชว์ 16 ผลงานเด่น พร้อมระบุ พอใจกับการดำเนินงานในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการทำงานในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาของกระทรวงพาณิชย์ ว่า มี 16 ผลงานที่ได้เร่งดำเนินการและถือเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้พืชเกษตร 5 ชนิด ซึ่งประกอบไปด้วย ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยสามารถดำเนินโครงการ ให้เห็นผลในทางปฏิบัติได้ภายใน 5 เดือน สามารถจ่ายเงินประกันรายได้ให้กับเกษตรกร 7.1 หมื่นล้านบาท ให้กับเกษตรกร 7.29 ล้านครัวเรือน และในขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติโครงการในฤดูกาลถัดไป 

นอกจากนี้ ยังมีผลงานในเรื่องของความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ หรือ กรอ.พาณิชย์ เป็นครั้งแรก เพื่อผลักดันการส่งออกและการทำงานที่ใกล้ชิดมากขึ้นระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงการปรับเปลี่ยนบทบาททูตพาณิชย์ให้เป็นเซลล์แมนประเทศ รับมือผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวหลังเกิดวิกฤตโควิด-19 โดยทูตพาณิชย์แต่ละประเทศจะต้องมีการจัดทำแผนในเรื่องของการรับมือเพื่อที่จะรักษาระดับการค้าของประเทศและการขับเคลื่อนผลักดันการค้าชายแดนลดอุปสรรค อำนวยความสะดวกในการเปิดด่านเพื่อการค้า รวมถึงการสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP ให้สามารถลงนามได้ตามกำหนดภายในปีนี้

ด้านการดูแลค่าครองชีพประชาชน กระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้าจัดโครงการลดราคาสินค้า 5 ล็อต เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงการยกระดับราคาเศษกระดาษช่วยเหลือกลุ่มซาเล้งและการผลักดันโชว์ห่วยเพื่อยกระดับให้เป็นสมาร์ทโชห่วยทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ผลักดันสินค้า GI เพื่อสร้างอัตลักษณ์ของสินค้าชุมชนกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาสร้างนักธุรกิจยุคใหม่ส่งเสริมการค้าดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ขอบคุณผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ที่ให้ความร่วมมือในการทำงานตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่าน และการทำงานในช่วงต่อจากนี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์การค้าโลกที่ยังชะลอตัว


สังคม

20 กรกฎาคม 2563

สิ้นพิมพ์ปฏิภาณ พึ่งธรรมจิตต์ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2560 นักแต่งเพลงโชคดีที่มีในหลวง-เพลงมหาราชินี 

นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม  เปิดเผยว่า  ได้รับแจ้งว่า นายพิมพ์ปฏิภาณ  พึ่งธรรมจิตต์  ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) ปี 2560 ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือด ที่โรงพยาบาจุฬาภรณ์ สิริอายุ 82 ปี  โดยญาติได้ดำเนินการขอพระราชน้ำหลวงอาบศพ ในวันพรุ่งนี้ ( 21 กรกฎาคม )  เวลา 17.00 น. ศาลา  6  วัดบัวขวัญ จังหวัดนนทบุรี และกำหนดสวดพระอภิธรรมศพระหว่างวันที่ 21 - 27 กรกฎาคม 2563 เวลา 19.00 น.  และเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 100  วัน ซึ่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพ พร้อมให้การช่วยเหลือมอบเงินช่วยเหลือร่วมบำเพ็ญกุศลศพและค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงาน

นายพิมพ์ปฏิภาณ  พึ่งธรรมจิตต์ เป็นชาวจังหวัดนราธิวาส ฝึกการเล่นดนตรีอยู่ในวงโยธวาทิตของโรงเรียนสันติราษฎร์บำรุง  มีโอกาสเรียนดนตรีระดับที่สูงขึ้นตามลำดับ  มีความสามารถด้านการออกเสียงที่ชัดเจนจึงนำมาประยุกต์ใช้ในการแต่งเพลงและการเรียบเรียงเสียงประสาน สอดคล้องกับทำนองและใช้เทคนิคแบบดนตรีสากลและเลือกใช้เครื่องดนตรีได้อย่างเหมาะสม ผลงานประพันธ์เพลงที่เป็นที่รู้จัก เช่น  เพลงโชคดีที่มีในหลวง เพลงสมเด็จย่าของชาวไทย เพลงมหาราชินี เพลงแม่สาย  พะวงรัก  เทพธิดาดอย  


กรมควบคุมโรค เปิดรายงานผลตรวจประชาชนพื้นที่ระยอง ที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยงกรณีทหารอียิปต์ ผลออกเกือบหมดแต่ยังไม่พบใครติดโควิด-19

กรมควบคุมโรค เผยแพร่ผลการสอบสวนและควบคุมโรค กรณีโรคโควิด-19 ในพื้นที่ จังหวัดระยอง และ กทม. ล่าสุดวันนี้ (20 กรกฎาคม 2563) ประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยง กรณีทหารอียิปต์ติดเชื้อเข้าพักในโรงแรมและเดินห้างสรรพสินค้าใน จังหวัดระยอง มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน 

ในส่วนที่เข้าตรวจวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 จำนวน 1,336 คน 

วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 จำนวน 1,252 คน วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 จำนวน 1,244 คน วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 จำนวน 1,374 คน  รวม 5,206  คน ผลตรวจออกแล้ว ยืนทั้งหมดไม่มีใครติดโรคโควิด-19 ส่วนประชาชนพื้นที่จังหวัดระยอง ที่เข้าตรวจในวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 จำนวน 809 คน ผลออกแล้ว 808 คน ไม่พบติดเชื้อ เหลือรอผลเพียง 1 คน และประชาขนที้ไปตรวจวันที่ 19 กรกฎาคม 2563 จำนวน 486 คน เหลือ 4 คน ที่ยังรอผลตรวจ นอกนั้นยืนยันไม่พอติดเชื้อ 

ส่วนกรณีประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในคอนโด ย่านสุขุมวิท

ที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยงติดโรคโควิด-19 จากกรณีเด็กหญิงซูดาน ผลตรวจยืนยันแล้วว่า ผู้ที่เข้าตรวจเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 จำนวน  267 คน วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 จำนวน 1,252 คน และวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 อีก 97 คน ทั้งหมดไม่มีใครติดโรคโควิด-19

จนถึงขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำตรวจหาเชื้อโควิด -19 ในพื้นที่จังหวัดระยอง ไปมากกว่า 6,000 คน และให้ผลเป็นลบ ซึ่งเป็นหลักฐานบ่งชี้ได้ว่ามาตรการที่ทุกฝ่ายได้ดำเนินการร่วมกันสามารถจำกัดขอบเขตการระบาดได้ โอกาสที่จะพบการแพร่เชื้อจากทหารอียิปต์ในพื้นที่มีต่ำมากและพื้นที่ระยองมีความเสี่ยงน้อย เช่นเดียวกับกรณีย่านสุขุมวิท กทม. แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้บุคคล กิจการ กิจกรรม ที่ไม่เกี่ยวข้องสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ดำเนินชีวิตได้ตามปกติแต่เน้นปกติวิถีใหม่คือ สวมหน้ากาก ล้างมือ แยกของใช้ เว้นระยะห่าง ลดแออัด หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ให้สอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


ประชาชนกลุ่มเปราะบางทยอย กดเงินเยียวยาครั้งเดียว 3,000 บาท โดยเงินได้เข้าตั้งแต่เวลา ตี 2 

บรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทย สาขาสะพานขาว กรุงเทพมหานคร มีประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ปกครองเด็กแรกเกิดและผู้พิการ ต่างทยอยกดเงินที่หน้าธนาคาร เพื่อรับเงินเยียวยากลุ่มเปราะบางครั้งเดียว 3,000 บาท ซึ่งเงินเยียวยาดังกล่าวได้เข้าตั้งแต่เวลาตี 2 ของเมื่อคืน ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประชาชนไม่มากหนัก 

จากการสอบถามประชาชนที่มารอกดเงิน ต่างบอกว่าดีใจมากๆ ที่รัฐบาลนั้นช่วยเหลือเงินเยียวยาครั้งนี้ ถึงจะจำนวนไม่มาก แต่สามารถนำไปใช้สอยในครัวเรือนในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกับผู้ปกครองเด็กแรกเกิดและผู้สูงอายุ ที่มากดเงินเยียวยา เปิดเผยว่า จะนำเงินดังกล่าวไปเลี้ยงครอบครัวและต้องขอบคุณรัฐบาลที่ให้งินครั้งนี้ 

กลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับการจ่ายแบบเงินสด ทางหน่วยงานท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ จะนำไปให้ถึงมือประชาชนหลังจากนี้ภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินถึงมือกลุ่มเปราะบางทุกคนเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้ แต่หากถึงวันจ่ายเงินเยียวยาแล้วยังไม่ได้รับสิทธิ ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามและแจ้งตกหล่น ได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคม


รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เชิญชวนประชาชนสวมเเสื้อเหลืองร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องจากวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นวันสำคัญของปวงชนชาวไทยที่จะร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยในวันดังกล่าวจะมีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นไป เช่น ในเวลา 07.00 น. จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และกิจกรรมจิตอาสา ซึ่งในปีนี้จะเน้นกิจกรรมการออกร้านค้าแนะนำวิธีการใช้ชีวิตและการสร้างงานให้กับประชาชนหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ขณะที่ช่วงค่ำ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะนำถวายพระพรชัยมงคล โดยขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกภาคส่วนได้พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียงกันทั่วประเทศ สำหรับในส่วนของต่างจังหวัดนั้นประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในจังหวัดของตนเองได้ที่ศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันถวายความจงรักภักดี


21 กรกฎาคม 2563

กระทรวงแรงงาน ยกระดับสถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม 300 แห่ง พัฒนาทักษะพนักงาน 15,000 คน 

นายธวัช เบญจาทิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในปี 2563 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำเนินโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานสู่ SME 4.0 โดยส่งทีมที่ปรึกษาเข้าสถานประกอบกิจการ เพื่อศึกษากระบวนการผลิต ขั้นตอนการทำงาน หาจุดบกพร่องที่ส่งผลต่อต้นทุน นำมาวิเคราะห์หาวิธีการแก้ไข โดยใช้เป็นระยะเวลา 210 วัน เป็นประโยชน์ต่อสถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม SME ให้สามารถพัฒนาทักษะฝีมือพนักงาน ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน เสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งบริษัท เอส.อาร์ พีอี กรุ๊ป จำกัด ผลิตและจำหน่ายท่อและอุปกรณ์ HDPE สำหรับการใช้งาน ลำเลียงน้ำ ร้อยสายไฟ ร้อยสายสัญญาน เป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมโครงการผ่านสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสมุทรสาคร ซึ่งได้ส่งทีมที่ปรึกษาวิเคราะห์กระบวนการผลิตเข้าบริษัท พบว่า กระบวนการผลิตในขั้นตอนเครื่องรีดท่อและระบบการเบิกจ่ายสินค้ายังขาดประสิทธิภาพ จึงแนะนำแนวทางการแก้ปัญหา ผลปรากฏว่าสามารถลดระยะเวลาการเบิกจ่ายจาก 40 นาที เหลือเพียง 25 นาที นอกจากนี้ ได้จัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่พนักงานจำนวน 100 คน เพิ่มทักษะต่างๆ ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวต่อไปว่า จากการเข้าร่วมโครงการของบริษัทฯ ดังกล่าว บริษัทได้ประโยชน์มากมาย ทั้งได้เห็นจุดอ่อนและปรับให้เป็นจุดแข็ง มีการจัดวางระบบอย่างมืออาชีพ สามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลิตภาพและรายได้ให้แก่สถานประกอบกิจการ เป็นการใช้เวลาช่วงโควิด-19 สร้างโอกาสให้แก่สถานประกอบกิจการ SME ให้มีความเข้มแข็ง ยืนอยู่ได้ด้วยศักยภาพของตนเองและพร้อมก้าวเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง ขณะที่ ในปีนี้มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการจำนวน 300 แห่ง มีพนักงานได้รับประโยชน์ 15,000 คน 


กรมอนามัย เผยผลสำรวจผ่อนปรนกิจการ กิจกรรม ระยะ 5 ใน 3 กิจการ พบภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี 

นายแพทย์บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการประเมินเพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด -19 สำหรับกิจการ กิจกรรม ที่ได้รับการผ่อนปรน ระยะที่ 5 สำรวจระหว่างวันที่ 13 - 16 กรกฎาคม 2563 ใน 3 กิจการ พบภาพรวมได้รับความร่วมมือและมีการปฏิบัติตามมาตรการหลักในการป้องกันโรคโควิด-19 ระดับดี โดยสถานบริการประเภทผับ บาร์  คาราโอเกะ ลานเบียร์ โรงเบียร์ โรงเหล้า จากการสำรวจ 93 แห่งทั่วประเทศ พบว่าทุกแห่ง มีจุดบริการล้างมือ แต่กำหนดจำนวนผู้เข้าใช้บริการเพื่อลดความแออัดได้เพียงร้อยละ 80 และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลได้ร้อยละ 83 

การผ่อนปรนกิจการในระยะที่ 5 เป็นกิจการที่มีความเสี่ยงสูง จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สถานบริการ


กรุงเทพมหานคร เร่งปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองเปรมประชากร ตั้งเป้าหมายต้องไม่มีขยะตกค้างภายใน 2 สัปดาห์ 

นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครจะเร่งดูแลรักษา ฟื้นฟู คลองเปรมประชากร ตามที่ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) ให้คำแนะนำ ทั้งการจัดเก็บขยะ ปรับปรุงภูมิทัศน์ แก้ไขปัญหาอาคารบ้านเรือนรุกล้ำคลอง โดยเพิ่มความถี่ในการทำงาน พร้อมทั้งจัดทีมลงพื้นที่ทุกวันเพื่อตรวจสอบว่ามีขยะตกค้างหรือไม่ พร้อมทั้งจัดทีมปฏิบัติการแก้ไขปัญหา โดยมีนางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นหัวหน้าทีม และมีผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตในพื้นที่คลองเปรมประชากร สำนักงานเขตละ 1 คน หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดฯ และผู้แทนชุมชนทุกชุมชน โดยมีหน้าที่ จัดทำแผนการปฏิบัติงานจัดเก็บขยะในพื้นที่ริมคลองเปรมประชากรให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ เพิ่มระบบการเก็บขนขยะทั้งทางบกและทางน้ำ ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนริมคลองเปรมประชากร ทั้ง 2 ฝั่งไม่ให้ทิ้งขยะลงคลอง และพิจารณาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการลงโทษผู้กระทำความผิด ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายภายใน 2 สัปดาห์ จะต้องไม่มีขยะตกค้างบริเวณริมคลองเปรมประชากร ส่วนอาคารบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองจะใช้วิธีเจรจากับผู้รุกล้ำให้ดำเนินการรื้อย้าย หากไม่ได้ผลจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


22 กรกฎาคม 2563

กรมการศาสนา รวมพลัง 5 ศาสนา จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า กรมการศาสนา ร่วมกับองค์กรเครือข่าย 5 ศาสนากำหนดจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563 ได้แก่ ศาสนาพุทธ จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ส่วนกลางมีพิธี เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ณ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 ส่วนภูมิภาคจัดพิธีสมโภชน์พระเจดีย์ หรือพระพุทธรูปสำคัญเฉลิมพระเกียรติ ระหว่างวันที่ 26 -31 กรกฎาคม 2563 อีกทั้งยังร่วมกับเครือข่ายทางพระพุทธศาสนาจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีบำเพ็ญกุศล 

ศาสนาอิสลาม สำนักจุฬาราชมนตรี โดยคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล ณ หอประชุมศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.-12.00 น. มีพิธีถวายพระพรชัยมงคล อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน สวดดุอาขอพรและบริจาคโลหิต ปลูกต้นไม้ประจำพระองค์ ทำความสะอาดมัสยิด 

ศาสนาคริสต์ จัดพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร ณ คริสตจักรทั่วประเทศ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู จัดพิธีอธิษฐานจิตถวายพระพร ณ เทวสถาน ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.00 น. และศาสนาซิกข์ จัดพิธี สวดอัรดาสขอพรจากพระศาสดา  


กรมธนารักษ์ จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบ 100 ปี การสาธารณสุขไทย เริ่มขอแลกวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 นี้ทั่วประเทศ

นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้อนุมัติให้กรมธนารักษ์จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี การสาธารณสุขไทย โดยจัดทำเป็นเหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 20 บาท ประเภทธรรมดา โดยมีลวดลายด้านหน้ากลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์ชุดสากล ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว" ด้านหลัง กลางเหรียญมีรูปตราสัญลักษณ์ 100 ปี การสาธารณสุขไทย เบื้องบนรูปตราสัญลักษณ์มีรูปเครื่องหมายราชการของกระทรวงสาธารณสุข เบื้องล่างรูปตราสัญลักษณ์มีข้อความบอกราคาว่า "20 บาท" ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า "100 ปี การสาธารณสุขไทย" และเบื้องล่างมีข้อความว่า "27 พฤศจิกายน 2561 ประเทศไทย โดยมีลายประจำยามคั่นระหว่างข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่างทั้งสองข้าง

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าว สามารถติดต่อขอแลกได้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ได้ที่ส่วนกลาง หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กองบริหารเงินตรา ที่ถนนพหลโยธิน จังหวัดปทุมธานี /ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพมหานคร /ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาค ที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ


23 กรกฎาคม 2563

สำนักงานประกันสังคม พร้อมจ่ายชดเชยรายได้ให้ลูกจ้างผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 6 เดือนตามมติ ครม. 

นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ที่อนุมัติโครงการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ว่า สำนักงานประกันสังคมพร้อมดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ให้จ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาในวงเงิน 15,000 บาท ให้กับลูกจ้างผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมไม่ครบ 6 เดือน ภายใน 15 เดือน โดยสำนักงานประกันสังคมพร้อมโอนเข้าบัญชีผู้ประกันตนเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน (มีนาคม – พฤษภาคม 2563) รวม 15,000 บาท โดยจ่ายเพียงครั้งเดียวหลังจากได้รับเงินจากกระทรวงการคลัง ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 จำนวนลูกจ้าง ผู้ประกันตนที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยามีจำนวนทั้งสิ้น 59,776 คน ในวงเงินการจ่ายทั้งสิ้น 896,640,000 บาท

ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า การที่ผู้ประกันตนได้รับการเยียวยา ตามมติคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ นอกจากเป็นการช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยการขาดรายได้เพื่อนำไปใช้จ่ายในการดำรงชีวิตแล้ว ยังกลับไปเป็นเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากมีการจับจ่ายใช้สอยมีการจ้างงานอย่างต่อเนื่องและนายจ้างสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ ทำให้มีรายได้และจ่ายกลับไปเป็นภาษีให้กับรัฐต่อไป


รัฐบาล เชิญชวนประชาชนไทย พร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลือง ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชิญชวนประชาชนคนไทยพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลือง ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ บริเวณท้องสนามหลวง ตั้งแต่ช่วงเช้ารัฐบาลจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 69 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ต่อด้วยการพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณการเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน พร้อมถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม แล้วในช่วงค่ำจะมีพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี รวมทั้งชวนชมนิทรรศการจิตอาสา “ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี…เราสร้างไปด้วยกัน” ระหว่างวันที่ 28 – 31 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.– 18.00 น. จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติต่างๆ  ให้กับประชาชนและเยาวชนได้ชื่นชมในพระบารมี โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนไทย ทั้งด้านการเกษตร ด้านสาธารณสุข ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 รวมถึงยังมีหน่วยงานราชการกว่า 20 กระทรวง และภาคเอกชนกว่า 10 บริษัทเข้าร่วมจัดงานภายในท้องสนามหลวงด้วย

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ยังมีกิจกรรมจิตอาสาในการพัฒนาและปรับปรุงแม่น้ำคู่คลองต่างๆ ด้วยการขุดลอกและกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำไหลช่วงฤดูฝนนี้ โดยเฉพาะการขุดลอกคลองเปรมประชากร รวมถึงการกำจัดขยะทั้งบนบกและในแม่น้ำลำคลองให้สะอาดทั่วประเทศ เพื่อช่วยกันยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในอนาคต


กรมศิลปากร จับมือกรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมสำรวจและถอดองค์ความรู้ตำรายาโบราณขึ้นทะเบียนตำรับยาเป็นมรดกของชาติ

นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการคุ้มครอง อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของชาติกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกว่า  พร้อมให้ความร่วมมือในการสำรวจรวบรวม ตรวจสอบ บันทึกและจัดเก็บตำรับยาและตำราการแพทย์แผนไทย เช่น คัมภีร์ใบลาน หนังสือสมุดไทย พับสา ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในระบบสุขภาพ โดยเฉพาะการสนับสนุนนักภาษาโบราณและประสานงานกับเครือข่ายร่วมถอดองค์ความรู้และแปลภาษา  

จากการที่ได้จัดทำโครงการสำรวจ จัดเก็บข้อมูลเอกสารโบราณของชาติพบว่าไม่มีกฎหมายกำกับชัดเจน ทำให้เอกสารโบราณที่เป็นโบราณวัตถุอย่างหนึ่งถูกโจรกรรมและนำไปขายต่อให้แก่นักสะสมของเก่าทั้งในและต่างประเทศ  รวมถึงตำรายาโบราณที่พบว่า ต่างชาติได้นำสูตรยาของไทยไปจดลิขสิทธิ  ดังนั้น จึงเร่งผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนเอกสารโบราณ โดยกำหนดหลักเกณฑ์และคุณลักษณะของเอกสารโบราณให้สามารถขึ้นทะเบียนนำมาเก็บรักษาภายในหอสมุดแห่งชาติและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเพื่อเก็บรักษาเป็นสมบัติของชาติ 

ด้านนายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า  จะประสานงานกับกรมศิลปากร จัดระบบความรู้มรดกภูมิปัญญาของไทยที่มีอยู่ทุกภูมิภาคและในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้จัดเก็บและประกาศคุ้มครองตำรับยาและตำราการแพทย์แผนไทยไปได้เพียงร้อยละ 40  จำนวน 28 ฉบับ 481 ตำรา 536 แผ่นจารึก 37,697 ตำรับ โดยจัดทำเป็นระบบคลังความรู้เป็นห้องสมุดดิจิทัลและถอดข้อมูลจัดทำเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ง่ายต่อการขึ้นทะเบียนป้องกันไม่ให้มีผู้แอบลักลอบไปจดลิขสิทธิ์เป็นของตนเอง  


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ธนพิชฌน์ แก้วกา

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : สำนักข่าว