สรุปข่าวประจำสัปดาห์ ( 13- 16 กรกฎาคม 2563)

17 ก.ค. 2563 | เข้าชม : 225

สรุปข่าวประจำสัปดาห์ ( 13- 16 กรกฎาคม 2563)


การเมือง/มั่นคง

13 กรกฎาคม 2563

กระทรวงการต่างประเทศ สั่งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศชี้แจงปมใช้ลิงเก็บมะพร้าว 

นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีองค์กรประชาชนเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม หรือ PETA นำเสนอรายงานเรื่องการที่ประเทศไทยใช้ลิงในการเก็บมะพร้าว โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศ เร่งทำความเข้าใจกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะต่อผู้บริโภคและผู้นำเข้าสินค้าไทย รวมทั้งให้ติดตามสถานการณ์ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) อย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญแก่การดูแลสวัสดิภาพของลิง โดยปัจจุบันมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่น พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พร้อมยืนยันว่า การใช้แรงงานลิงในบางพื้นที่ทางภาคใต้ของไทยนั้น เป็นไปตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ที่ต้องการความมีประสิทธิภาพและทันสมัย นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย จะพัฒนาแนวทางการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสม รวมทั้งข้อร้องเรียนและพร้อมดำเนินคดีหากพบความผิด

ในชั้นนี้ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่หลายแห่ง ได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวแล้ว เช่น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ได้ชี้แจงกับสาธารณชนและสื่อท้องถิ่น ในประเด็นวิถีชีวิตและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมมะพร้าว หรือผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวของไทย ขณะที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ได้ขอให้ทีมประเทศไทยร่วมกันชี้แจงทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายใหญ่ของสหราชอาณาจักรทุกรายด้วยแล้ว รวมทั้งจะได้เข้าพบกับผู้บริหารธุรกิจร้านค้าและบริษัทผู้นำเข้ารายใหญ่เพื่อชี้แจงเพิ่มเติมด้วย ส่วนกรณีห้างสรรพสินค้าในเยอรมนีบางแห่งจะร่วมแบนกะทิจากไทย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 นั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้ติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด และจะเดินหน้าชี้แจงภาคธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเยอรมนีต่อไป


รองนายกรัฐมนตรี กำชับฝ่ายความมั่นคงคุมเข้มชายแดน สกัดกั้นแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย 

พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร( กอ.รมน.) ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และกระทรวงแรงงาน ปฏิบัติการเชิงรุก คุมเข้มเฝ้าระวัง สกัดกั้นกวาดล้างปราบปรามขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย ทั้งพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นใน ควบคู่กับคัดกรองแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการ หลังพบสถิติการจับกุมแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายมากขึ้น ภายหลังมาตรการผ่อนปรนควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 ย้ำต้องไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือรับประโยชน์โดยเด็ดขาด 

นอกจากนี้ ยังขอให้กองกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ สนับสนุนการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวตามพื้นที่ชายแดน เพิ่มความถี่การลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติและประสานกองกำลังป้องกันชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมาและกัมพูชา ร่วมแก้ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมถึงช่องทางผ่านแดนและพื้นที่ชั้นในให้ฝ่ายปกครองและตำรวจ เฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการตรวจคัดกรองควบคุมโรคอย่างเข้มข้น

พลเอก ประวิตร ยังขอให้สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด ติดตามความเคลื่อนไหว พร้อมตรวจสอบแรงงานต่างด้าวตามสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมประมง ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคง ขอเตือนนายจ้างและสถานประกอบการที่รับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าทำงาน ซึ่งไม่ผ่านการคัดกรอง อาจเป็นเหตุให้เสี่ยงกับการกลับมาระบาดของโรค COVID -19 ระลอกสอง ซึ่งยากต่อการควบคุมและสร้างความเสียหายกับประเทศในภาพรวม โดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย จะบังคับใช้กฎหมายให้ถึงที่สุดกับขบวนการและผู้อยู่เบื้องหลังการลักลอบนำแรงงานเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบการกระทำผิดเกี่ยวกับแรงงานผิดกฎหมายในพื้นที่ให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยตรง


นายกรัฐมนตรี เปิดเผยจะมีเลือกตั้งท้องถิ่น 1 ครั้งในปีนี้อย่างแน่นอน แต่ยังไม่ชัดว่าจะเป็นพื้นที่ใด โดยขอตัดสินใจเอง

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ถึงความคืบหน้าในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งขึ้นในช่วงเวลาใด ต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เป็นผู้ดำเนินการก่อน แต่ยืนยันว่า จะต้องมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น 1 ครั้ง ในปีนี้ ส่วนจะเป็นการเลือกตั้งในพื้นที่ใดนั้น ตนเองจะตัดสินใจเอง


14 กรกฎาคม 2563

นายกรัฐมนตรี ขอโทษกรณีทหารอียิปต์ติดเชื้อที่ระยอง สั่งทบทวนมาตรการทั้งหมดไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวถึงสถานการณ์ที่จังหวัดระยอง ที่มีทหารอียิปต์ ติดโควิด-19 ว่า รู้สึกเสียใจและขอโทษประชาชนทุกคน และในฐานะ ผอ.ศบค. ขอรับผิดชอบเรื่องนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้น ขณะเดียวกันวันนี้ได้ส่งทีมลงไปติดตามข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ที่เกิดเหตุขึ้นแล้ว เพื่อให้ทุกคนเกิดความสบายใจ ซึ่งหลายปัญหาเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ทั้งนี้ ยังไม่มีการล็อคดาวน์ห้ามต่างชาติเดินทางเข้ามา โดยในส่วนของคนไทยที่จะกลับประเทศ ฑูต ครอบครัวฑูต นักธุรกิจและผู้นำ ก็ยังมีความจำเป็นต้องเดินทาง ซึ่งจะชะลอการเดินทางในขณะนี้ก่อน เพื่อหามาตรการที่เหมาะสมในการควบคุมดูแล ไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้นอีก

ทั้งนี้ต้องทบทวนมาตรการผ่อนปรนต่างๆ เพื่อปิดช่องโหว่ที่เป็นปัญหา รวมถึงทบทวนการเดินทางเข้าประเทศของคนบางกลุ่มด้วย 

มาตรการที่ ศบค.ให้ชะลอ หรือระงับในวันนี้ จะเป็นเพียงชั่วคราว เพื่อทบทวนปัญหาที่เกิดขึ้นและหามาตรการป้องกันควบคุมให้รัดกุมเข้มงวดมากกว่าเดิม ทั้งนี้ขอเวลาให้ ศบค. ได้แก้ไขปัญหาและมีความเป็นห่วงว่า ขณะนี้การ์ดตกหลายอย่าง จึงได้สั่งการเน้นย้ำให้ตรวจตราสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืน หากมีการฝ่าฝืน ให้สั่งปิดทันที

ส่วนการต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ยังไม่ขอพูดถึงว่า จากเหตุที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่การต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินหรือไม่ ต้องดูสถานการณ์ก่อน พร้อมเน้นย้ำขอให้เข้มงวดตรวจตราแนวชายแดน เพราะไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุด ใครก็อยากเดินทางเข้ามา


โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงเหตุที่อนุมัติเครื่องบินทหารอียิปต์ลงจอดไทย เป็นการทำหน้าที่ปกติ ไม่ส่งผลต่อความมั่นคง 

พลอากาศโท พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเสนาธิการกองทัพอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงกรณี กองทัพอากาศเปิดน่านฟ้าให้อากาศยานทหารประเทศอียิปต์เข้ามายังประเทศไทย ว่าต้องเข้าใจระบบขั้นตอน โดยสถานทูตของประเทศนั้นๆ จะติดต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และเมื่อกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าเป็นเครื่องบินทหาร ก็จะประสานมายังกองทัพอากาศพิจารณาว่ามีความขัดแย้งเรื่องความมั่นคงหรือไม่ หลังกองทัพอากาศตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีปัญหาเรื่องความมั่นคงและเคยมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จึงตอบกลับไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ว่าไม่ขัดข้อง ถือเป็นการทำหน้าที่ตามปกติของกองทัพอากาศที่ต้องพิจารณาในส่วนที่ต้องรับผิดชอบ

กองทัพอากาศ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิจารณาในกรณีที่เป็นเครื่องบินทหาร ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเมื่อเครื่องมาลงในพื้นที่แล้วทุกอย่างต้องเข้าสู่มาตรการที่ได้กำหนดไว้ โดยกองทัพอากาศมีอำนาจพิจารณาอยู่ในขอบเขตที่จำกัด


15 กรกฎาคม 2563

นายกรัฐมนตรี ยืนยันกรณีการเดินทางเข้าประเทศ ไม่มีใครได้สิทธิพิเศษ ย้ำโอกาสของไทยคือ การเป็นครัวของโลกและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า เห็นใจเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทำงานมายาวนานหลายเดือน ซึ่งทุกคนต้องช่วยกันลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วยความเข้าใจและต้องให้ความร่วมมือ ยืนยันทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลยืนยันมาโดยตลอด นายกรัฐมนตรี ได้พูดหยอกล้อว่า ช่วงนี้เหนื่อยทุกวัน ซึ่งเมื่อวานถูกเครื่องบินชน ที่เป็นสายการบินที่มีประเด็นของทหารที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย พร้อมกับชี้แจงว่า กำลังแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ไม่ต้องกังวลเพราะจะแก้ไขได้ และขอให้เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของไทย ยืนยัน ไม่มีใครได้สิทธิพิเศษ เพราะเป็นเพียงการอนุญาตให้เข้ามาได้ แต่ต้องมีกติกา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วตามขั้นตอน แต่ได้หลบหนีออกไปก็ถือเป็นอีกเรื่อง ที่ต้องกลับมาวางระบบการดูแลให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายหลังโควิด-19 คือร่วมกันสร้างชาติ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมา ให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ขณะที่วันนี้สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกันมองว่าได้สร้างโอกาสให้กับไทยในการย้ำถึงการเป็นครัวของโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมพิจารณาโครงการและแผนงานไว้แล้ว ส่วนเรื่องการผ่อนปรนนั้นหากทำเร็วเกินไปก็จะเกิดปัญหาบางส่วนได้ เช่น การรักษาระเบียบ เพราะสิ่งสำคัญที่สุด ทุกอย่างอยู่ที่คนที่ต้องร่วมมือกัน ระเบียบเป็นสิ่งที่เขียนไว้เท่านั้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ตนเองมีเรื่องต้องคิดว่าจะทำอะไร เพื่อจะช่วยคนไทย ซึ่งทุกอย่างคนไทยต้องร่วมมือกันและให้ทุกคนสัญญาว่าจะช่วยนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า เพราะนายกฯ คนเดียวไม่สามารถทำได้


ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุ พร้อมหนุนรัฐบาลเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม

นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีนายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ระบุว่าถึงเวลาต้องตรากฎหมายนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมือง โดยมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ควรทำมานานแล้ว แต่หากทำวันนี้ก็ยังไม่สาย เพราะทุกคนต่างก็สรุปบทเรียนและลดบทบาทของตัวเองลงแล้ว ซึ่งคิดว่าสังคมจำเป็นต้องอภัยกัน และรัฐบาลควรเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้ เพราะหากรัฐบาลเป็นผผู้เริ่มดำเนินการและองค์กรอื่นสนับสนุนเรื่องการนิรโทษกรรมก็จะไปได้ โดยฝ่ายค้านก็ยินดีที่จะสนับสนุน


นายกรัฐมนตรี เปิดเผย ยังไม่คิดเรื่องออก กม.นิรโทษกรรม ตามที่ ส.ว.เสนอเพื่อสร้างความปรองดองในชาติ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนงานโครงการหลวง (กปส.) ครั้งที่ 1/2563 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ภายในทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา และนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เสนอให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อสร้างความปรองดองให้คนในชาติว่า ยังไม่ได้คิด และยังไม่เห็นเรื่อง 


16 กรกฎาคม 2563

นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการจังหวัดศรีสะเกษ พบปะประชาชนและกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ มุ่งเน้นส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ 

ภารกิจตลอดทั้งวันของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้พบปะพูดคุยกับประชาชน ภาคธุรกิจและกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่สวนทุเรียนทับทิม พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลส่งเสริมการปลูกทุเรียนภูเขาไฟ สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างกว้างขวาง เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ โดยติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำห้วยตามาย จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง เป็นแหล่งน้ำอุปโภค-บริโภค และนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงภาพรวมการบริหารจัดการน้ำ ตามแผนงบประมาณปี 2563 และ 2564 ที่รัฐบาลทยอยเดินหน้าไปหลายโครงการแล้วทั่วประเทศ เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำทั้งโครงการขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเห็นว่าควรมีระบบทั้งกักเก็บน้ำและส่งน้ำ เพื่อให้สามารถกระจายได้ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ ซึ่งต้องหาวิธีการที่เหมาะสมต่อไป พร้อมย้ำว่าการดำเนินการงานทุกอย่างต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน และเป็นการทำงานแบบรัฐบาลนิวนอมอล

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหนองใหญ่ โดยได้รับฟังรายงานการดำเนินการหลังเปิดภาคเรียน ที่ทั้งครูและนักเรียน ต้องปรับวิถีชีวิตใหม่ เพื่อความปลอดภัย ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การเหลื่อมเวลาเรียน รวมถึงติดตามการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็น 1 ใน 8 จังหวัด นำร่องการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษา พร้อมกำชับให้ครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่นักเรียน

ปิดท้ายที่นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยโครงการพลังบวร(บ้าน-วัด-โรงเรียน) ณ วัดสำโรงเกียรติ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและคณะกรรมการการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับพื้นที่ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ


รองนายกรัฐมนตรี ระบุ การลาออกของกลุ่ม 4 กุมาร จะมีผลตามที่ระบุไว้ในหนังสือลาออก โดยนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องเซ็นต์อนุมัติ 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลาออกของ 4 กุมาร ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ว่า จะมีผลตามที่ระบุวันที่ไว้ในจดหมายลาออก โดยไม่ต้องรอให้นายกรัฐมนตรี ลงนามอนุมัติ ส่วนผู้ที่จะทำหน้าที่แทน จะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเอาไว้ แต่หากไม่มีผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปลัดกระทรวง ทำหน้าที่แทนจนกว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี เว้นแต่คณะรัฐมนตรี จะมีมติเป็นอย่างอื่น ซึ่งต้องรอการประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารหน้า ส่วนคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อน เว้นแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่ โดยที่ยังไม่ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณตน ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีข้อยกเว้นไว้ ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องกราบบังคับทูลขอพระบรมราชานุญาตก่อน

ส่วนตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ที่มีนายอุตตม สาวนายน เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า สามารถเป็นประธานต่อไปได้ แต่หากลาออกก็ยังมีรองประธาน 10 คนทำหน้าที่แทน ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการฯ ว่าจะเลือกใครมาเป็นประธานแทนหรือไม่

นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่นายคำนูญ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ได้เสนอกฎหมายนิรโทษกรรม การทำผิดของคนที่มาชุมนุมการเมือง หรือทำผิดทางอาญาที่มีเหตุเกี่ยวเนื่องชุมนุมทางการเมือง ว่า ส่วนตัวไม่ทราบ ให้ไปตามผู้ที่เสนอเอง


สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรออกมาตรการป้องกัน แนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉาะการให้สิทธิพิเศษ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรออกมาตรการป้องกัน แนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะการให้สิทธิพิเศษ โดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ โดยระบุว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากความไม่รอบครอบในการควบคุมสถานการณ์การของ ศบค. ซึ่งทราบอยู่แล้วว่าคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะการแพร่ระบาดภายในประเทศอยู่ในระดับที่ดีขึ้น ไม่มีการติดเชื้อ ดังนั้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดระยองส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ด้านการค้าการลงทุน ภาคท่องเที่ยวหยุดชะงัก ประชาชนในพื้นที่ต้องหยุดงาน ขาดรายได้ ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ต้องปิดกิจการ ระบบการท่องเที่ยวที่กำลังจะดีขึ้นกลับแย่ลง ฝ่ายค้านเห็นว่ารัฐบาลต้องรับฟังเสียงสะท้อนและมีแนวทางในการแก้ปัญหาให้รอบด้าน ต้องเร่งออกมาตรการที่ทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว สร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชน ขณะเดียวกันงบประมาณภาครัฐต้องนำไปสู่การปฏิบัติโดยเร็ว รวมถึงเห็นว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการ์ฉุกเฉินฯ เป็นช่องโหว่ทำให้มีโรคโควิด-19 เข้ามาในประเทศไทย ดังนั้นขอให้รัฐบาลยกเลิกการใช้ เพราะเหตุการณ์ที่จังหวัดระยองและกรุงเทพมหานครที่เกิดขึ้น นอกจากส่งผลกระทบต่อประชาชนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจประเทศอย่างมาก

ขณะที่สมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างอภิปรายเสนอแนะรัฐบาลอย่างกว้วงขวาง โดยต่างเสนอให้รัฐบาลทบทวนสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ไม่เข้าเงื่อนไขและเป็นปัญหาในทางปฏิบัติตามข้อกำหนดของพระราชกำหนดฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ป้องกันบุคคลที่ติดเชื้อเดินทางเข้ามาในประเทศ ขณะเดียวกันต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจ ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมทุกมิติ พร้อมกันนี้ขออย่าให้ประชาชนตื่นตระหนกเพราะยังไม่มีผู้ติดโรคโควิด-19 ในจังหวัดระยอง พร้อมเรียกร้องให้ออกมาตรการเยียวยาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดระยองและควรแจ้งให้ประชาชนรับทราบว่า ศบค.แก้ปัญหาอย่างไร


เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว

13 กรกฎาคม 2563

เตือนผู้บริโภคซื้อทองคำ ในร้านค้าที่น่าเชื่อถือและสินค้าต้องมีใบรับรองถูกต้อง

นายทนง ลีลาวัฒนสุข รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ด้านเทคนิค เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาทองคำสูงขึ้นทำให้เกิดการจำหน่ายทองคำปลอม หรือทองผสมโลหะชนิดอื่น หรือมีการผสมระหว่างทองคำจริงและทองคำปลอมในสร้อยเส้นเดียวกัน และทองคำแท่งที่นำโลหะ เช่น ตะกั่ว ทองแดง และนำมาชุบทอง มีการตอกตราให้เหมือนทองคำแท่ง มีการหลอกจำหน่ายมากที่สุดในช่องทางออนไลน์ โดยจะจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดเพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อขายได้อย่างง่าย 

ขอแนะนำผู้บริโภคให้เลือกซื้อทองคำในร้านที่น่าเชื่อถือ มีใบรับรอง ส่วนการเลือกซื้อในช่องทางออนไลน์ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าทองคำดังกล่าวมีใบรับรองถูกต้อง นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้จัดโครงการซื้อด้วยความมั่นใจ เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านค้าทองคำได้นำทองคำ มาตรวจสอบได้ โดยสถาบันฯ จะออกใบรับรองให้กับผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้บริโภคที่จะซื้อทองคำกับผู้ประกอบการดังกล่าวมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น


รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ธนาคารออมสิน เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ธนาคารออมสิน ว่า ได้มอบหมายให้ธนาคารออมสิน เตรียมสินเชื่อสำหรับคนตัวเล็กเพิ่มเติมโดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง รวมทั้งต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหม่ในยุค New Normal ที่มีการเปลี่ยนแปลงด้วย ซึ่งต้องทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง

ในส่วนของธนาคารออมสิน ขณะนี้ได้เตรียมออกมาตรการสินเชื่อซอฟต์โลน สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผ่านธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ วงเงิน 1 แสนล้านบาท ให้กู้รายละไม่เกิน 50 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อเดือน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 คาดว่าจะนำเรื่องเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาในวันอังคารนี้ 

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการสินเชื่อซอฟต์โลนสำหรับประชาชนทั่วไป วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นมาตรการสินเชื่อที่ต่อเนื่องจากมาตรการเดิม ที่ให้ผู้มีอาชีพอิสระกู้รายละไม่เกิน 10,000 บาท และผู้มีรายได้ประจำกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท โดยสินเชื่อดังกล่าวให้กู้โดยไม่ต้องใช้หลักประกันและผู้ค้ำประกันให้กู้สูงสุด 50,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 0.35 ต่อเดือน โดยเตรียมเสนอที่ประชุมประชุมคณะกรรมการธนาคารออม ในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้


14 กรกฎาคม 2563

รมว.ท่องเที่ยว ประเมินโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนวันพรุ่งนี้ คาดจะใช้งบประมาณร้อยละ 50 ของวงเงินทั้งหมด 18,000 ล้านบาท

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ ส่วนลดร้อยละ 40 ที่พัก 5 ล้านคืน สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน ในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ โดยคาดว่าจะมีการใช้งบประมาณร้อยละ 50 ของงบที่ ครม.อนุมัติให้ จำนวน 18,000 ล้านบาท เพราะคนส่วนใหญ่อาจใช้สิทธิ์ไม่ถึง 3,000 บาทต่อคืน ดังนั้น ขั้นต่อไปจะเสนอ ครม.เพิ่มเฟสที่ 2 ภายใต้วงเงินเดิมที่ได้รับอนุมัติ 

ส่วนโครงการกำลังใจที่ให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล(รพ.สต.) รวม 1.2 ล้านคน เที่ยวกับบริษัททัวร์ คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 800,000 คน ดังนั้นจะเพิ่มบุคลากรที่เป็นลูกจ้างของ รพ.สต.ที่ปัจจุบันไม่ได้รับสิทธิ์ ให้เข้ามาร่วมโครงการนี้ได้ด้วย

ส่วนการทำการท่องเที่ยวแบบจำกัด หรือทราเวล บับเบิ้ล (Travel Bubble) กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. เศรษฐกิจ ให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแบบไม่กักตัว 14 วัน แต่จํากัดพื้นที่ โดยมีพื้นที่ท่องเที่ยวนําร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต , กระบี่ เฉพาะเกาะพีพี ,และสุราษฎร์ธานี เฉพาะเกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า เกาะนางยวน โดยก่อนเข้ามาและเมื่อมาถึงไทยต้องทำการตรวจโรคโควิด-19  แต่หากพำนักครบ 14 วัน สามารถเดินทางไปจังหวัดอื่นๆ ได้เหมือนชาวต่างชาติที่อยู่ในไทย สำหรับเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวปี 2563 คาดการณ์จะมีสัดส่วนร้อยละ 6-7 ของจีดีพี ดังนั้นหากผลักดันให้รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นไปตามเป้าหมาย 1.23 ล้านล้านบาท คาดว่ามาตรการเที่ยวปันสุข และทราเวิล บับเบิล ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีจะช่วยผลักดันสร้างรายได้ตลาดในประเทศเป็น 7 แสนล้านบาท ส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศเติบโตจาก 3.96 แสนล้านบาท เป็น 5.96 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้ทั้งปีมีรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่อย่างไรก็ตาม การทําทราเวิล บับเบิล ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกระหว่างสมดุล ความปลอดภัยของประชาชนในประเทศและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ


ธ.ก.ส. เร่งให้เกษตรกรกว่า 1.3 แสนราย รีบแจ้งเลขบัญชีเพื่อรับเงินเยียวยา ภายใน 25 กรกฎาคม 2563 นี้

นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร รายละ 15,000 บาท จ่ายเดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน จากรัฐบาล ตามรายชื่อที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งมาให้กับ ธ.ก.ส. ยังไม่พบบัญชีที่จะรับโอนเงินจํานวน 139,271 ราย ทําให้ ธ.ก.ส. ไม่สามารถโอนเงินเยียวยาให้ได้ ดังนั้นจึงขอให้เกษตรกรที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา รีบแจ้งเลขที่บัญชีเงินฝากผ่านทางเว็บไซต์ www.เยียวยาเกษตรกร.com ภายในวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 โดยเป็นบัญชีธนาคารใดก็ได้ ไม่จําเป็นต้องมาเปิดบัญชีใหม่กับ ธ.ก.ส. ซึ่งวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดคือ เป็นบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน

ในส่วนของเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้รับข้อมูลจากกระทรวงเกษตรฯ จํานวน 7,747,490 ราย ซึ่งหลังจากได้ทําการตรวจสอบความซ้ำซ้อนและคัดกรองสถานะผู้เสียชีวิต เหลือผู้มีสิทธิ์จํานวน 7,407,721 ราย ซึ่งได้ดำเนินการโอนไปแล้วเป็นจำนวนเงิน 37,038 ล้านบาท โดยเงินเยียวยาในรอบเดือนกรกฎาคมจะเริ่มดำเนินการโอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตั้งแต่วันที่ 15 - 22 กรกฎาคม 2563 ต่อเนื่องทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด วันละประมาณ 1 ล้านราย ทั้งนี้สามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้ที่เว็บไซต์ www.เยียวยาเกษตรกร.com


ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2563 ปรับตัวลดลงมากกว่าที่ประเมินไว้ หวังมาตรการผ่อนปรนช่วยเศรษฐกิจ

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2563 ว่า ในเดือนมิถุนายน 2563 อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจติดลบที่ร้อยละ 8.1 โดยหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ทั้งการบริโภค การลงทุนภาคเอกชน และการส่งออกสินค้าและบริการ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากมีการผ่อนปรนมาตรการควบคุมการระบาด กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ทั้งการเดินทาง การจับจ่ายใช้สอยและการผลิต รวมไปถึงแนวคิดทราเวลบับเบิ้ลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่คาดว่าหากเริ่มดำเนินการจับคู่กับประเทศที่มีความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ดีไม่แตกต่างจากประเทศไทย เมื่อเดินทางเข้ามาแล้วจะไม่ถูกกักตัว 14 วัน แต่ต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดแล้ว จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 และอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2564 จะกลับมาอยู่ที่ร้อยละ 5 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2563 ติดลบที่ร้อยละ 1.7 จากราคาน้ำมันที่ลดลง โดยคาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564 ที่ร้อยละ 0.9 

มาตรการการคลังของรัฐและมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อของ ธปท. ที่ออกมาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องจะสามารถบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นและช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้หลังการแพร่ระบาดคลี่คลาย

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและเงินเฟ้อในระยะต่อไปจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและมีทิศทางค่อนข้างต่ำ โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะกลับสู่ระดับเดิม ส่งผลให้มีผู้ว่างงานจำนวนมาก และธุรกิจมีกำลังการผลิตส่วนเกินสูง อย่างไรก็ตามภาครัฐจะต้องบูรณาการร่วมกันเพื่อรักษาศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การดูแลสภาพคล่อง การปรับโครงสร้างหนี้ การรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน และการเตรียมมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงิน


15 กรกฎาคม 2563

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แนะผู้ประกอบการไทย เจาะตลาดออนไลน์ในเมียนมา 

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ถึงแนวโน้มการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน โดยพบว่าปัจจุบันชาวเมียนมา มีการใช้งานเพิ่มมากขึ้น มีจำนวนผู้ใช้โซเชียลมีเดียกว่า 22 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 41 ของจำนวนประชากรทั้งหมดของเมียนมาที่มี โดยมีประชากรเป็นวัยแรงงานอายุระหว่าง 15-64 ปี คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 67 ซึ่งนับว่าเป็นช่วงอายุที่มีโอกาสจะใช้โซเชียลมีเดีย และซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านออนไลน์แพลตฟอร์มต่างๆ ได้ โดยประชากรส่วนใหญ่ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเนปิดอว์ เป็นต้น

ผลจากการเติบโตของการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียของชาวเมียนมา ทำให้เป็นโอกาสของผู้ผลิต ผู้ส่งออกของไทย ที่จะต้องพิจารณาใช้ช่องทางในการขยายตลาดส่งออกให้กับสินค้าไทย เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น สำหรับช่องทางการค้าพบว่า ชาวเมียนมามีการค้าขายสินค้าผ่านทาง Facebook และใช้วิธีเก็บเงินปลายทางเป็นส่วนใหญ่ โดยในปี 2562 มีผู้ที่ซื้อสินค้าออนไลน์ ประมาณ 180,000 คน มูลค่าการซื้อสินค้าเฉลี่ยประมาณ 20 เหรียญสหรัฐต่อครั้ง โดย 5 อันดับสินค้าที่นิยมซื้อออนไลน์จากต่างประเทศ ได้แก่ สินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง ตั๋วรถยนต์/เครื่องบิน/รถไฟ หนังสือ เครื่องดื่มและอาหาร เป็นต้น 


กรมบัญชีกลาง ชี้แจงการจ่ายเงินเดือนข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุข กรณีเข้ารับราชการเป็นพิเศษ ข้าราชการเดิมยังคงได้รับเงินตามปกติ 

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับหนังสือของกรมบัญชีกลางถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยระบุว่าส่วนราชการต่างๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีการบันทึกคำสั่งบรรจุบุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานควบคุมป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในอัตราใหม่ ตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เห็นชอบ กรมบัญชีกลางขอชี้แจงว่าหนังสือดังกล่าวไม่มีผลต่อการจ่ายเงินเดือนประจำเดือนกรกฎาคม 2563 ของข้าราชการเดิมที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติ (จ่ายวันที่ 24 กรกฎาคม 2563) 

สำหรับข้าราชการที่บรรจุเข้ารับราชการอัตราตั้งใหม่ ในสังกัด สป.สธ กรมการแพทย์ และกรมแพทย์แผนไทย จำนวน 19,988 คน ตามที่หน่วยงานได้บันทึกไว้ในระบบแล้ว ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งประสานสำนักงบประมาณเพื่อขอรับจัดสรรงบประมาณและกรมบัญชีกลางจะได้ดำเนินการจ่ายให้โดยเร็วต่อไป


นายกรัฐมนตรี เปิดงาน BCG : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เชื่อมั่นศักยภาพทุกคน จะสามารถยกระดับการพัฒนาประเทศได้

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดการประชุมสมัชชา "BCG : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน" ที่จัดขึ้นโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมเป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือ "โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG โมเดล) สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน" จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงิน จำนวน 18 หน่วยงาน หนุนการลงทุนถึง 40,000 ล้านบาท และมีผู้ได้รับผลประโยชน์ไม่น้อยกว่า 50,000 คน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำคือค้นหาศักยภาพของประเทศให้เจอ เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ให้เต็มศักยภาพ หวังว่าโครงการนี้จะนำพาประเทศไปสู่การเจริญเติบโตภายในประเทศ ดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องขยะ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันนี้ที่จะได้รับฟังให้เกิดการมีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อนไปข้างหน้า ซึ่งการทำงานต้องแยกรายละเอียดที่มีหลายกลุ่ม ขณะที่การทำการเกษตรวันนี้มีปัญหาคือ ใช้พื้นที่มาก แต่มีผลผลิตและรายได้น้อย ซึ่งการขยายพื้นที่ไม่ได้ทำให้เกิดผลผลิตที่มาก เพราะยังมีปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยปัญหาเกี่ยวกับน้ำ รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนบริหารจัดการ และต้องพยายามนำน้ำใต้ดินมาใช้

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาล New Normal เป็นการขับเคลื่อนการบริหารในลักษณะองค์รวม ซึ่งปัจจุบันมีความเป็นห่วงประชาชนในยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่บางคนอาจเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ซึ่งส่วนราชการต้องทำให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีให้มากขึ้นด้วย พร้อมกันนี้จะเร่งติดตามการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกันนี้ยังย้ำว่าทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันพัฒนาทุกพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีสถิติรายได้น้อย ให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้เพิ่มขึ้น


16 กรกฎาคม 2563

กรมบัญชีกลาง เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อบุคคลแอบอ้างรับดำเนินการติดต่อสถานทูตฯ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดทำวีซ่าและเที่ยวบินพิเศษเข้าประเทศไทย

นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่มีการแชร์จดหมายที่มีข้อความภาษาอังกฤษถึงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) (Royal Thai Embassy-Abu Dhabi (UAE)) ขอรับการสนับสนุนให้อำนวยความสะดวกในการจัดทำวีซ่ากรณีเร่งด่วนและเที่ยวบินพิเศษจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มายังกรุงเทพฯ ให้กับผู้ที่จะเข้าร่วมจัดประชุม นักลงทุน และโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการแพทย์ของรัฐ โดยมีพฤติการณ์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังรับจัดการเรื่องการประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด รวมถึงโรคโควิด-19 และการกักตัวที่บ้านอีก 14 วัน เป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 100,000 USD โดยมีการใช้ตราสัญลักษณ์ของกรมบัญชีกลางรูปแบบเก่าประทับอยู่ที่จุดลงลายมือชื่อผู้ส่งหนังสือนั้น 

กรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า บุคคลดังกล่าวไม่ใช่บุคลากรของกระทรวงการคลัง ประกอบกับกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางไม่เคยมีการรับดำเนินการเรื่องดังกล่าว และขอยืนยันว่า กรมบัญชีกลางให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชน จึงขอเตือนหน่วยงานต่างๆ และประชาชนอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 0 2270 6400 ในวันและเวลาราชการ


เอกชน ระบุ ทีม ครม.เศรษฐกิจชุดใหม่ จะต้องเป็นบุลคลที่ทุกภาคส่วนให้การยอมรับ 

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกระแสการลาออกจากตำแหน่งของรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ ว่า แม้จะมีการลาออกของรัฐมนตรีในกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญๆ แต่ถ้าหาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังคงทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นทีมเดิม ก็เชื่อว่านโยบายด้านเศรษฐกิจและการบริหารงบประมาณต่างๆ ก็จะยังคงต่อเนื่อง ส่วนคุณสมบัติสำคัญของรัฐมนตรีคือ เป็นคนที่มีความรู้ความสำมารถและทุกภาคส่วนต้องยอมรับ ทั้งเอกชน ข้าราชการ รวมถึงประชาชน

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ไม่ว่าทีมเศรษฐกิจใหม่จะเป็นใคร สิ่งที่จะต้องแก้ไขคือ พยุงเศรษฐกิจในประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างรวดเร็วและอยากเห็นเม็ดเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ลงเข้าไปสู่ระบบต่างๆ ให้ได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม เพราะยอมรับว่าจากปัญหาโควิด-19 ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา กระทบไปทั่วโลก รวมถึงเศรษฐกิจไทย จึงอยากให้ทีมเศรษฐกิจใหม่เร่งหาแนวทางนำเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจต่างๆ 


สังคม

13 กรกฎาคม 2563

กระทรวงวัฒนธรรม เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนกู้วิกฤติโควิด-19

นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า  สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แจ้งผลการประเมินผลโครงการของกระทรวงวัฒนธรรมที่เสนอตามกรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 จำนวน 40 โครงการ จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 27 จังหวัด  งบประมาณกว่า  40 ล้านบาท  อาทิ  โครงการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ตำบลบางกะจะ จังหวัดจันทบุรี โครงการตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม จังหวัดปทุมธานี โครงการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต และวัฒนธรรม จังหวัดพิษณุโลก โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนสู่การท่องเที่ยวด้วยมิติวัฒนธรรม จังหวัดเพชรบูรณ์ โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวิถีชุมชนทวาราวดีศรีเทพ  จังหวัดเพชรบูรณ์ โครงการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน จังหวัดมหาสารคาม 


สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เตือนข่าวปลอม “สมุนไพรแก้โรคมะเร็งในกระดูก” ระบุยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัด

ตามที่มีข่าวปรากฏตามสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็น “สมุนไพรแก้โรคมะเร็งในกระดูก” นั้น กรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ตรวจสอบข้อมูลวิชาการพบข้อเท็จจริงคือ ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าสมุนไพรที่กล่าวอ้างสามารถรักษามะเร็งในกระดูกได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่การดื่มน้ำสมุนไพรช่วยรักษามะเร็งในกระดูก แก้ปวดในกระดูก ได้แก่ ต้นหนอนตายหยาก เปลือกต้นกุ่ม หัวยาข้าวเย็นเหนือ หัวยาข้าวเย็นใต้ ดินประสิว สารส้ม กำมะถัน จากการตรวจสอบข้อมูลวิชาการ พบว่า ต้นหนอนตายหยาก เปลือกต้นกุ่ม หัวยาข้าวเย็นเหนือ หัวยาข้าวเย็นใต้ เป็นสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดเป็นองค์ประกอบ เช่น สารไตรเทอร์ปีนอยด์ สารฟีนอลิกส์ สารฟลาโวนอยด์ และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ซึ่งอาจมีส่วนช่วยขัดขวางและหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติและช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย อย่างไรก็ตาม สูตรสมุนไพรนี้ไม่สามารถนำมารักษามะเร็งในกระดูกได้ เนื่องจากยังไม่มีการวิจัยทางคลินิกที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า สมุนไพรมีทั้งคุณประโยชน์และมีโทษมหันต์หากรับประทานในปริมาณที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ควรศึกษารายละเอียดคุณสมบัติต่างๆ ของสมุนไพร รวมทั้งศึกษาวิธีการนำมาใช้ในประมาณที่เหมาะสมและถูกวิธี หมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้สมุนไพรและที่สำคัญการรับประทานเพื่อหวังผลในด้านการรักษาโรค ควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์


14 กรกฎาคม 2563

กรมอนามัย ย้ำผู้ประกอบการต่างๆ คุมเข้มมาตรการป้องกันโรคต่อไป พร้อมขอความร่วมมือประชาชน สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ 

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงเวลานี้ สถานประกอบการหลายแห่งได้เปิดให้บริการตามปกติกันมากขึ้น ประชาชนเริ่มทำกิจกรรมนอกบ้านและใช้บริการสถานที่สาธารณะกันมาก โดยเฉพาะกิจการประเภทศูนย์การค้า โรงแรม โรงภาพยนตร์และสถานบันเทิง เพื่อความปลอดภัยของการดำเนินชีวิตในพื้นที่สาธารณะ ประชาชนทุกคนควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าไปในพื้นที่ปิด ติดเครื่องปรับอากาศ ไม่มีลมพัดผ่าน อย่าลืมเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นๆ และหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ที่สำคัญต้องไม่ลืม CHECK-IN และ CHECK-OUT ผ่านแพลตฟอร์ม "ไทยชนะ" ทุกครั้งที่เข้าไปใช้บริการสถานประกอบการต่างๆ เพราะจะกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยในการติดตามกลุ่มเสี่ยงได้หากเกิดมีการระบาดในสถานที่นั้นๆ จึงขอเน้นย้ำสถานประกอบการทุกแห่งและผู้ให้บริการ ขอให้ร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการหลักการป้องกัน ควบคุมโรค เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม โดยเฉพาะห้องส้วม ขอให้มีการสื่อสารให้คำแนะนำกับผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ยังคงถือปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐที่จะสร้างความปลอดภัยได้ในระยะยาว


อย. ย้ำร้านสะดวกซื้อขายยาสมุนไพรโบราณ ได้เฉพาะตัวที่เป็นยาสามัญประจำบ้านไม่มีแอลกอฮอล์ผสม  

นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รูปแบบใหม่ในหมู่วัยรุ่น ที่มีลักษณะคล้ายเหล้าปั่น แต่ใส่ส่วนผสมของยาบำรุงกำลัง ซึ่งจัดอยู่ในประเภท “ยาสมุนไพรโบราณ” ที่มีวางขายในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งพบบางยี่ห้อมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์สูงถึง 16 % นั้น ในตำรับยาแผนไทยอาจจะมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบในหลายวัตถุประสงค์ เช่น ใช้สกัดสารออกฤทธิ์ทางยาจากสมุนไพรต่างๆ หรือช่วยป้องกันการบูดเสียของผลิตภัณฑ์ แต่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 ให้ยาแผนโบราณที่เป็นยาสามัญประจำบ้านซึ่งขายได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ ต้องไม่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ มีผลมาตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2562 แต่ปัจจุบันยังพบปัญหาการขายยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์ในสูตรตำรับในร้านสะดวกซื้อที่รั่วไหลมาจากร้านขายยา 

อย. จึงขอเตือนร้านขายยาประเภทต่างๆ ต้องควบคุมการขายยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์ในสูตรตำรับ ให้ใช้เฉพาะผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น การขายยาแผนโบราณต้องมีใบอนุญาต ส่วนยาแผนโบราณที่ไม่มีแอลกอฮอล์สามารถขายตามร้านสะดวกซื้อได้แต่ต้องได้รับการรับรองตามประกาศกฎกระทรวงว่าเป็น “ยาสามัญประจำบ้าน” เท่านั้น  หากละเลยจะมีโทษทั้งทางอาญาและทางจรรยาบรรณวิชาชีพ 

การผลิตยาสมุนไพรโบราณ ต้องใช้ตามข้อบ่งใช้ ที่ปรากฏบนฉลากและเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ ไม่ใช้ในลักษณะของการเป็นเครื่องดื่มในปริมาณที่มากเกินกว่ากำหนด เพราะอาจก่ออันตรายต่อสุขภาพ หากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. โทร 1556 


15 กรกฎาคม 2563

กระทรวงแรงงาน เผย แนวทางจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 

นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุว่า หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการส่งแรงงานไทยไปทำงานในประเทศที่มีศักยภาพ มีโอกาสได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือ เพื่อนำกลับมาพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพของประเทศ โดยเฉพาะในสาขาที่มีความจำเป็น และยึดหลักความปลอดภัยของแรงงานเป็นสำคัญ ซึ่งความคืบหน้าในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไทยคลี่คลายลง จากตัวเลขเดือนมิถุนายน 2563 ของกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ได้ส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ แล้ว 907 คน โดยส่งไปทำงานที่ไต้หวันมากที่สุด 231 คน 

อย่างไรก็ตาม ยังสามารถจัดส่งได้อีก 51,346 คน จากเป้าหมาย 100,000 คน โดยเป้าหมายตลาดแรงงานช่วงครึ่งปีหลัง คือ ไต้หวัน จำนวน 19,889 คน สาธารณรัฐเกาหลี จำนวน 6,319 คน  ญี่ปุ่น จำนวน 3,807 คน  สิงคโปร์ จำนวน 2,932 คน  อิสราเอล จำนวน 2,840 คน  มาเลเซีย จำนวน 2,444 คน และอื่นๆ จำนวน 13,115 คน ซึ่งเป็นแนวทางในการส่งเสริมการมีงานทำ ขณะเดียวกันยังสามารถนำเงินตราเข้าประเทศได้จำนวนมากด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจจะไปทำงานในต่างประเทศ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน 


กรมศิลปากร บูรณะโบราณสถานอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน พร้อมผลักดันเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของชาติ

นายประทีป เพ็งตะโก  อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า  ลงพื้นที่ตรวจงานบูรณะโบราณสถาน อำเภอท่าวังผา  จังหวัดน่าน ประกอบด้วย การอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานวิหารไทลื้อ วัดดอนมูล ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานรางวัลอนุรักษ์ศิลปกรรมดีเด่น ประจำปี 2553 มีการบูรณะวิหารที่เสื่อมสภาพ รวมถึงซ่อมแซมลายแกะสลักแบบนูนต่ำบนไม้เชิงชายและการอนุรักษ์ปูนปั้นศิลปกรรมพื้นบ้านแบบไทลื้อ  ให้คงเอกลักษณ์เดิมไว้  

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพระธาตุจอมนางและพระธาตุจอมพริก ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี  ซึ่งเป็นแหล่งรวมความศรัทธาของชาวบ้านใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนา โดยพบว่าองค์พระธาตุมีความชำรุด แตกร้าวจากภัยธรรมชาติ จึงจัดทำแผนงานบูรณะซ่อมแซมและเสริมความมั่นคง พร้อมกับดำเนินงานขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อทำการบูรณะซากวิหาร ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามและย้ายอาคารไปอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ด้านศาสนา ขณะที่พระธาตุจอมพริก  ซึ่งมีต้นพริกโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกอายุกว่า 800 ปี เคียงคู่พระธาตุมีสภาพทรุดโทรม จึงจะทำการสำรวจเพื่อทำการบูรณะและพัฒนาแหล่งโบราณสถานของอำเภอท่าวังผา เป็นเส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถานเชิงประวัติศาสตร์ต่อไป


16 กรกฎาคม 2563

กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันโควิดระลอก 2 ในไทยยังไม่เกิด แต่ได้เตรียมระบบทางการแพทย์ อุปกรณ์และยา อย่างเต็มที่แล้ว

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้กรมการแพทย์ ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการแพทย์ทุกสังกัด เตรียมความพร้อมเรื่องเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 แม้ช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ในประเทศไทยจะควบคุมได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด แต่จนถึงวันนี้ก็มีเตียงพร้อมรับได้กว่า 20,000 เตียงทั่วประเทศ ยืนยันว่าทางการแพทย์พร้อมรับกับสถานการณ์ระบาดในอนาคต หากเกิดขึ้นจริงก็มีเตียง มีเครื่องมือ ยาต่างๆ พร้อมดูแลอย่างมีคุณภาพ

ด้านนายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ขณะนี้ไทยมีความพร้อมเรื่องอุปกรร์ป้องกันต่างๆ อย่างหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (surgical mask) ที่เคยหายากขณะนี้ไทยสามารถผลิตเองในประเทศได้วันละ 3 ล้านชิ้น หน้ากาก N95 สำหรับแพทย์ที่เคยขาดแคลน ตอนนี้ก็มีอยู่กว่า 1.7 ล้านชิ้น ซึ่งสามารถจะดูแลผู้ป่วยได้เกือบ 10,000 เคส ชุด PPE ที่เคยหาไม่ได้ก็ผลิตได้เองในประเทศแถมเป็นรุ่นที่ซักนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ยาหลายตัวที่นำมาใช้รักษาก็มีอย่างเพียงพอ อย่างยาฟาวิพิราเวียร์ ตอนนี้มีสำรองแล้วกว่า 600,000 เม็ด ใช้ดูแลผู้ป่วยได้กว่า 10,000 เคส ยาเรมเดซิเวียร์ ที่ใช้เฉพาะกับเคสอาการรุนแรง ที่ขณะนี้ไทยไม่มีผู้ป่วยอาการหนักเลย แต่ก็สำรองไว้รองรับ 33 ราย และบริษัทผู้ผลิตยาตัวนี้ กำลังมาขึ้นทะเบียนกับ อย. ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ถือเป็นอีกความมั่นคงด้านยาของประเทศไทย


จิตแพทย์ เตือนประชาชนอย่าตระหนกเกินเหตุ แนะน้อมนำพระราชดำรัส ในหลวง ร.9 ให้มีสติรู้ตัว มีปัญหารู้คิด รับมือโรคโควิด-19

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เหตุการณ์พบทหารอียิปต์ที่เข้าพื้นที่จังหวัดระยอง แล้วผลตรวจพบ 1 คน ป่วยโรคโควิด-19 จนทำให้เกิดความตื่นตระหนกในพื้นที่จังหวัดระยองนั้น เห็นใจและเข้าใจเรื่องอารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะคนในจังหวัดระยอง ที่อาจมีความเครียด วิตกจนเกินเหตุ ทั้งนี้ย้ำ การต่อสู้กับโรคอุบัติใหม่ ไม่ใช่แค่การทำร่างกายให้เข้มแข็ง แต่จิตใจก็ต้องเข้มแข็งด้วย อยากให้ประชาชนมีสติรู้ตัว มีปัญญารู้คิด ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวง ร.9 คือให้มีสติ รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ สิ่งที่เราเคยเผชิญมาแล้ว ตั้งแต่มกราคม ครั้งนี้ก็คล้ายเดือนแรกๆ ที่เกิดขึ้น แต่ครั้งนี้เรารู้จักวิธีป้องกันที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ทั้งการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ซึ่งช่วยป้องกันให้ประเทศไทยติดเชื้อต่ำและคุมสถานการณ์ได้ในที่สุด จึงอยากให้มีสติกับสิ่งเหล่านี้ ควรสำรวจตัวเองว่า เราเป็นคนในกลุ่มหรือไม่ เสี่ยงระดับไหน ก่อนจะตระหนก อย่างกรณีระยอง แม้เป็นคนระยองแต่ไม่ใช่คนที่อยู่ในจุดเสี่ยง ไม่ได้อยู่ในไทม์ไลน์ที่อาจมีโอกาสสัมผัสเชื้อ ก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ อย่างที่เคยเกิดขึ้นในกรณีสนามมวย ทหารอียิปต์ที่ป่วย ก็อยู่ในจุดที่จำกัดและใช้เวลาอยู่น้อย จึงขอประชาชนทำให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย คงมาตรการป้องกันกัน คู่กับทำใจให้สงบและมีความหวัง หากจัดการความเครียดไม่ได้ สายด่วยกรมสุขภาพจิต โทร 1323 ก็พร้อมบริการ 24 ชม.

ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะสร้างผีที่ไม่มีตัวต้น แต่ต้องสร้างสังคมตื่นรู้ กระทรวงสาธารณสุขพยายามให้ความข้อมูลและความรู้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ยืนยันจากการพิสูจน์ข้อเท็จจริงแล้ว จึงอยากให้ประชาชนติดตามข่าวจากทางราชการและขอให้ช่วยกันสอดส่องใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียส่งข้อมูลให้ราชการเพื่อช่วยกันรับมือกับสิงที่เกิดขึ้น


นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณกำลังทหารทุกเหล่าทัพ ร่วมบริจาคโลหิตต่อเนื่อง แก้ปัญหาภาวะขาดแคลน

พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ขอบคุณกำลังทหารจากทุกเหล่าทัพ ที่ร่วมกันบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทย ในภาวะโลหิตไม่เพียงพอ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา มีปริมาณรวมแล้วกว่า 7 ล้านมิลลิลิตร ทั้งนี้ ปัจจุบันสภากาชาดไทย อยู่ในสภาวะขาดแคลนโลหิตมากขึ้น โดยมีปริมาณโลหิตไม่เพียงพอกับการสนับสนุนให้กับโรงพยาบาลกว่า 340 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องรักษาด้วยโลหิต โดยเฉพาะการผ่าตัดเต็มรูปแบบและผู้ประสบอุบัติเหตุ นายกรัฐมนตรีฯ จึงขอความร่วมมือกำลังทหารจากทุกเหล่าทัพ ทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีความพร้อม ร่วมกันเสียสละทยอยเดินทางไปบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทยต่อเนื่อง จนกว่าสภาวะปริมาณโลหิตสำรองจะเป็นปกติ



ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ธนพิชฌน์ แก้วกา

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : สำนักข่าว