ภาคเหนือค่าฝุ่นยังเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับสีแดงกว่า 17 พื้นที่ จากทั้งการเผาในประเทศและหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

30 มี.ค. 2563 | เข้าชม : 210

ภาคเหนือค่าฝุ่นยังเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับสีแดงกว่า 17 พื้นที่ จากทั้งการเผาในประเทศและหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน


นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ 17 จังหวัดวันนี้ 30 มีนาคม 2563 คุณภาพอากาศมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจวัดได้ระหว่าง 47 - 257 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจวัดได้ระหว่าง 85 - 241 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  ภาพรวมแนวโน้มค่าฝุ่นละอองยังสูงขึ้นในหลายพื้นที่จากเมื่อวานนี้ 29 มีนาคม 2563  หลังพบจุดความร้อน (Hotspot) เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและนอกประเทศ 

โดยค่าฝุ่น PM 2.5 และ PM 10 ยังอยู่ในระดับสีแดง 17 พื้นที่คือ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย , ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ , ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย , ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน , ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ , ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ , ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ , ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา , ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง , ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง , ต.แม่เมาะ อ.ม่เมาะ จ.ลำปาง , ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน , ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่, ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง , ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ , ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ และต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน แล้วยังพบมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้มอีก 8 พื้นที่ 

เนื่องจากภาคเหนือตอนบนสภาพอากาศปิดในตอนกลางคืนต่อเนื่องถึงขณะนี้ ทำให้การระบายฝุ่นละอองเกิดได้น้อยและสะสมขึ้น ประกอบกับ สภาพอากาศลมอ่อนทำให้การระบายฝุ่นได้น้อย และพบจุดความร้อน(Hotspot) เพิ่มขึ้นจำนวนมากทั้งในประเทศและนอกประเทศ สาเหตุเกิดจากการเผาในประเทศจนเกิดฝุ่นละอองสะสมมากในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา และน่าน ขณะนี้กำลังเร่งควบคุมและดับไฟทั้งการระดมสรรพกำลังภาคพื้นดินและการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สนับสนุนการลาดตระเวนและชี้จุดให้เจ้าหน้าที่เข้าดับไฟ และปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกพัดมากับลมตะวันตกเฉียงใต้กระทบประเทศไทย

ทั้งนี้ ในประเทศไทยยังต้องให้ควบคุมการเผาดับไฟในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ควบคู่กับเร่งประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมืองดเผาเศษกิ่งไม้ - ใบไม้ เศษวัสดุการเกษตร และงดเผาป่าในช่วงประกาศห้ามเผาของจังหวัด เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ด้วย

ขณะนี้ยังพบปัญหาไฟป่าหมอกควันที่เกิดจากการเผาในที่โล่งอยู่ จึงขอความร่วมมือประชาชน งดเผาเชื้อเพลิงทั้งในที่โล่งและในป่า หากพบเห็นการเผาหรือเกิดไฟป่าโปรดแจ้งสายด่วน 1362 สำหรับผู้ใดฝ่าฝืนมาตรการห้ามเผาป่าจะถูกจับกุมดำเนินคดี มีโทษจำคุก 1– 30 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 – 3,000,000 บาท โดยผู้ที่ชี้เบาะแสจะได้รับเงินรางวัลนำจับ 5,000 บาท


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย