รายงานพิเศษ : ศูนย์ไร่เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านฮูแตทูวอ จังหวัดนราธิวาส

27 มี.ค. 2563 | เข้าชม : 1049

          เนื่องจากสภาพพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านฮูแตทูวอ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส มีสภาพเป็นดินทราย และประสบปัญหาเรื่องน้ำ หลายหน่วยงานจึงได้เข้ามาช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุนและน้อมนำแนวพระราชดำริ มาปรับใช้ จนกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัย นำไปสู่ชุมชนมีคุณภาพ พึ่งพาตนเองได้

          นายสมาน ผ่านพรม ปราชญ์ชาวบ้าน เล่าให้ฟังว่า เดิมพื้นที่ศูนย์ไร่เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หมู่ที่ 4 บ้านฮูแตทูวอแห่งนี้ ไม่จัดอยู่ในโซนนิ่งของการทำการเกษตรทุกรูปแบบ เนื่องจากเป็นดินทราย มีปัญหาเรื่องน้ำ เมื่อมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เข้ามาเมื่อปี 2559 คณะกรรมการหมู่บ้านจึงเปิดรับสมาชิก เริ่มต้น 14 ราย ทำเกษตรประมง ปศุสัตว์

          แต่เนื่องด้วยยังคงมีปัญหาเรื่องน้ำ ต่อมาในปี 2560 มูลนิธิปิดทองหลังพระ เล็งเห็นความสำคัญว่าถ้าจะเดินต่อต้องมีน้ำเป็นตัวตั้ง และได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1 ล้านบาท เพื่อขุดเจาะน้ำบาดาล ประกอบกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ช่วยดำเนินการตรวจสอบให้น้ำใช้ได้จริง ค่า pH น้ำ อยู่ที่ 5.5-5.6 ซึ่งเหมาะกับการเพาะปลูก

          "...โชคดีมากที่มูลนิธิฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญ ทำให้วันนี้ พื้นที่ 20 ไร่ แปลงเกษตร 11 ไร่ พืชที่ปลูกปลูกได้หลากหลายมาก พืชผลเด่นที่นี่คือเมล่อน ใช้กองทุนเมล็ดพันธุ์ที่ทางศูนย์ตั้งขึ้นมาเอง และพืชที่ปีนี้เด่น คือฟักทองลายทอง สายพันธุ์นำเข้าจากไต้หวัน คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 4 ตัน..."

          จุดเด่นของฟักทองลายทอง รสชาติดี สรีระสวย เนื่องจากไม่ได้ปลูกลงดิน ยกระดับขึ้นปลูกลอยฟ้าทั้งหมด เหมาะกับปลูกในดินทราย ทนกับสภาพแล้ง โรคแมลง พืชผลที่นี้ปลอดสารเคมี ส่วนหนึ่งใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา เหมาะแก่การอารักขาพืชตั้งแต่เริ่มต้น และสามารถทำเองได้ รวมถึงการนำวัสดุในท้องถิ่นอย่างเศษปาล์มมาทำปุ๋ยหมัก

          "...เน้นปรับปรุงดินอย่างถูกต้อง และเหมาะสมตามศาสตร์พระราชา ใช้ระยะห่างการปลูกอย่างเหมาะสม และถูกต้องการทำเกษตรผสมผสาน ไม่ควรเน้นตัวใดตัวหนึ่ง ขณะที่ พืชผลที่นี่เหมาะกับผู้บริโภค ไม่มีสารเคมี ใช้ปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์ ปลาทะเล และการให้น้ำอย่างเหมาะสม แม่นยำ โดยใช้ระบบน้ำหยด เพื่อต่อสู้กับภัยแล้งตามนโยบายของรัฐบาล และมูลินิธิปิดทองหลังพระ..."

          นอกจากนี้ ทางจังหวัดนราธิวาส ได้สนับสนุนโรงเรือน เหมาะกับการปลูกพืชได้ทุกชนิด เพิ่มมูลค่าพืชได้ แมลงไม่สามารถเข้าไปทำลาย ดีต่อการทำเกษตรช่วงหน้าแล้ง

          อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ฯ อยากขอรับการสนับสนุนติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ จากทางจังหวัด ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) หรือหน่วยงานอื่น เพื่อลดทุนการผลิต โดยเฉพาะค่าน้ำ เมื่อขยายพื้นที่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ไม่เน้นเฉพาะที่ศูนย์เรียนรู้ ได้ขยายไปยังพื้นที่หลังบ้าน เพื่อให้เกิดรายได้ทั้ง 2 ด้าน เพราะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องแทรกซึมเข้าไปทุกจุด ไม่ใช่มาเรียนรู้เฉพาะที่ศูนย์เท่านั้น ต้องนำไปปฏิบัติที่บ้าน องค์ประกอบคือได้กิน ได้ขาย กำไร คือ การได้ให้ความรู้แก่ผู้อื่น สิ่งเหล่านี้คือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

          โดยจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ คือ ความสามัคคีของคนในชุมชน พุทธ-อิสลาม อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม การจัดพื้นที่เกษตรไม่ได้แบ่งโซนพุทธ-มุสลิม ทำด้วยกันแบบน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พึ่งพาซึ่งกันและกัน โดยนางรอมละ นิดิง หนึ่งในเกษตรกรของศูนย์ฯ กล่าวว่า เดิมทีตนเองปลูกที่บ้านจนกระทั่งมารวมกลุ่ม ช่วยกันขาย สร้างรายได้

          "...ปลูกที่บ้าน ปลูกแบบเล่น ๆ พอได้มาเข้าร่วมกลุ่ม ก็ได้ปลูกพืชหลากหลาย ช่วยกันปลูก เพื่อน ๆ มูลนิธิปิดทองฯ น้าสมาน ช่วยกันขายผลผลิต ถ้าทำคนเดียวก็คงไปไม่ได้ เพราะไม่รู้เรื่องการตลาด..."

          สำหรับใครที่สนใจสั่งซื้อเมล่อน ซึ่งมีพันธุ์คิงเรด แสนหวาน หยกสวรรค์ ราคากิโลกรัมละ 100 บาท ขณะนี้ ผลผลิตเริ่มทยอยออกสู่ตลาด ฟักทองลายทอง ราคากิโลกรัมละ 40 บาท เริ่มเก็บผลผลิต วันที่ 4 เมษายน 2563 ส่วนค่าส่งบวกเพิ่มคิดตามจ่ายจริง ติดต่อได้ที่ คุณสมาน ผ่านพรม โทร.09-3795-4224

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปพิชญานันท์ เทพรักษ์

ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.นราธิวาส