สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดน่าน

18 มี.ค. 2563 | เข้าชม : 420

        วันนี้ 17 มีนาคม 2563 เวลา 9.02 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ทรงเปิดอาคารเรียน "สิริพัฒนา" สร้างขึ้นเป็นอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วย ห้องเรียน ห้องประชุม และห้องสำนักงาน โดยได้รับพระราชทานชื่ออาคาร มีความหมายว่า "อาคารซึ่งเป็นแหล่งความเจริญและเป็นมงคล" ปัจจุบันมีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 812 คน โดยโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวิชาคหกรรม ด้วย

        จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานนักเรียน โครงการพัฒนาวิชาเพื่อการมีงานทำสำหรับเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ที่โรงเรียนส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกทักษะอาชีพตามความถนัดและความสนใจ เพื่อให้มีศักยภาพในการประกอบอาชีพและศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น นักเรียนหญิงจะได้เรียนวิชาชีพ เช่น วิชาชีพผ้าปักกองหลวง วิชาชีพทอผ้า วิชาชีพผ้าเขียนเทียนและวิชาชีพผ้ามัดย้อมด้วยสีธรรมชาติ ซึ่งนักเรียนสามารถผลิตผลงานเป็นผ้าทอ กระเป๋ายาม ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ นำไปจำหน่ายผ่านร้านค้าผลิตภัณฑ์ของโรงเรียนและเพจเฟศบุ๊กปั้นดอย 56 ช่วยสร้างรายได้ระหว่างเรียนและนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้จริงหากไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ ส่วนนักเรียนชาย มีสอนวิชาชีพช่างไฟฟ้าแบบทวิศึกษาโดยร่วมมือกับวิทยาลัยการอาชีพเวียงสา ซึ่งนักเรียนจะได้รับวุฒิทั้งประกาศนียบัตรวิชาชีพช่างไฟฟ้าและมัธยมศึกษาปีที่ 6 นอกจากนี้ มีการเรียนการสอนสื่อคุณธรรมทำมือ เน้นให้นักเรียนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น นำหลักธรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิต

        โรงเรียนยังมีศูนย์การเรียนรู้ช่างเงิน โครงการเครื่องเงินตามพระราชดำริ ซึ่งร่วมกับภาคเอกชน และกาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง สนับสนุนให้นักเรียนทั้งชายและหญิง ได้มีทักษะวิชาชีพช่างเงิน สร้างโอกาสทำงานในสถานประกอบการด้านเครื่องประดับ

        โอกาสนี้ ทอดพระเนตรขนมไทยและเบเกอรี่ของนักเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวิชาคหกรรม

        แล้วทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการพจนานุกรมภาษาชนเผ่า ซึ่งโรงเรียนได้พัฒนาเป็นโปรแกรมซอฟแวร์โดยรวบรวมภาษาชนเผ่าต่างๆ ไว้ เพื่อเผยแพร่ให้นักเรียนเกิดความรักและภาคภูมิใจในชนเผ่าตนเอง

        ในการนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้นักเรียนทุนพระราชทานโครงการบัณฑิตคืนถิ่น หลักสูตรปริญญาตรีการศึกษาบัณฑิตวิทยาศาสตร์ทั่วไป มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินสมทบทุนโครงการบัณฑิตคืนถิ่นฯ โดยบัณฑิตทั้งหมดสำเร็จการศึกษาแล้วได้บรรจุเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ ในโรงเรียนพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนครูวิทยาศาสตร์


        เวลา 11.26 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังกองบังคับการกรมทหารพรานที่ 32 ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง ทรงติดตามความก้าวหน้า "โครงการทหารพันธุ์ดี น่าน" ที่มณฑลทหารบกที่ 38 ร่วมกับกรมทหารพรานที่ 32 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนองพระราชดำริ เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 เพื่อฝึกกำลังพลให้มีความรู้ด้านการเกษตรและปศุสัตว์ ในการผลิตและเก็บเมล็ดพันธุ์ให้มีประสิทธิภาพ ไว้สำหรับแจกจ่ายเมื่อประสบภัยพิบัติ หรือยามขาดแคลน ตลอดจนเมื่อปลดประจำการสามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและกระจายความรู้สู่ชุมชนท้องถิ่นของตนเอง 

        ในระยะแรก ใช้พื้นที่ว่างเปล่าของทหาร บริเวณฐานปฏิบัติการแสงเพ็ญ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จำนวน 42 ไร่ ปัจจุบันขยายเพิ่มเป็น 74 ไร่ 3 งาน แบ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงเป็ดและไก่ พื้นที่คอกหมูป่า พื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ พื้นที่ปลูกผักเพื่อสุขภาพ พื้นที่ผักปลอดภัย พื้นที่แปลงปลูกไผ่ พื้นที่ปฏิบัติกิจกรรมอื่นๆ และระบบสาธารณูปโภค โดยใช้แหล่งน้ำตามธรรมชาติจากอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาวตามแนวพระราชดำริ ซึ่งกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2522 สนับสนุนกิจกรรมด้านการเกษตรและอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดทั้งปี

        โอกาสนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมภายในโครงการฯ อาทิ การผลิตพันธุ์ไก่ประดู่หางดำและการผลิตพุันธ์ไก่กระดูกดำพระราชทาน ปัจจุบันผลิตลูกไก่ทั้งสองพันธุ์ดังกล่าว รวมกันได้ 388 ตัว ส่วนไก่เหลืองหางขาวสายพันธุ์ลำปาง อยู่ระหว่างการเพาะเลี้ยง การผลิตไข่ไก่สด เพื่อลดการนำเข้าจากภายนอกจังหวัดน่าน ซึ่งสามารถลดการนำเข้าได้กว่าร้อยละ 40

        การปลูกผักเชียงดา ซึ่งได้มีการนำไปแปรรูปเป็นชาผักเชียงดา ทดลองใช้กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถช่วยลดน้ำตาลในเส้นเลือด

        โครงการฝึกอบรมทหารพันธุ์ดีต้นแบบ ได้ฝึกอบรมทหารพันธุ์ดีก่อนปลดประจำการ จำนวน 100 นาย ออกไปสร้างเครือข่ายทหารพันธุ์ดีต้นแบบตามชุมชนต่างๆ ให้ความรู้ประชาชนทั้งด้านการเกษตร การปศุสัตว์และการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ รวมถึงระบบไฟฟ้าและระบบน้ำในฟาร์ม

        นอกจากนี้ ยังมีการปลูกผักในโรงเรือนตามโครงการบ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง ขยายผลสู่ชุมชน ปัจจุบันมีสมาชิก 164 ครัวเรือน และการปลูกผักปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP (จีเอพี) โดยเน้นการใช้ธรรมชาติ ปลูกแบบอินทรีย์ปลอดสารพิษ ไม่ใช้สารเคมี

        การเพาะพันธุ์หมูป่า หมูเหมยซาน และหมูคุโรบุตะลูกผสม สามารถผลิตลูกหมูได้แล้ว ในอนาคตจะพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้ลูกผสมที่มีความแข็งแรงดี 

        ส่วนการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" มีแปลงปลูกถั่วฝักยาวสีม่วงสิรินธร 1 ได้เมล็ดพันธุ์ 55 กิโลกรัม , พริกขี้หนูลับแล ได้เมล็ดพันธุ์ 30 กิโลกรัม และมะเขือเปราะเจ้าพระยา ได้เมล็ดพันธุ์ 55 กิโลกรัม การผลิตสัตว์ปีกพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" สามารถผลิตไข่เป็ดได้ประมาณ 8 พันฟองต่อวัน หรือปีละประมาณ 2 แสน 8 หมื่นฟอง ช่วยแก้ปัญหาการนำเข้าไข่เป็ดจากภายนอกจังหวัดน่านได้และยังมีลูกเป็ดพระราชทาน แจกให้ประชาชนไปเลี้ยงได้แล้ว

        ในการนี้ มีพระราชดำรัสแก่คณะทำงานโครงการทหารพันธุ์ดีและกำลังพลที่จะปลดประจำการ


        ข่าวในพระราชสำนัก สทท.



ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว