รายงานพิเศษ "ตาเบบูญ่า" ถนนสายดอกไม้จังหวัดสุพรรณบุรี หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว

13 มี.ค. 2563 | เข้าชม : 798

        ถนนสายดอกไม้มีหลายแห่งทั่วประเทศ แต่สำหรับ "ตาเบบูญ่า" ถนนสายดอกไม้จังหวัดสุพรรณบุรี หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวที่อยากเชิญชวนประชาชนชมความงาม ติดตามรายละเอียดได้จากรายงาน

        บนเส้นทางหมายเลข 3502 สายสามชุก-ด่านช้าง เส้นทางเชื่อมต่อ ระหว่าง อำเภอสามชุก อำเภอหนองหญ้าไซ และอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีระยะทางยาวประมาณ 30 กิโลเมตร ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความสุขและความงดงาม บนถนนสายดอกไม้แสนสวย " ตาเบบูญ่า " ขณะนี้ดอกตาเบบูญ่า หรือเหลืองปรีดียาธร บริเวณช่วง กม.ที่ 5 ตั้งแต่หน้าวัดสุวรรณตะไล ใบของต้นเริ่มแห้งและทิ้งใบ ส่งผลให้ดอกเหลืองปรีดียาธรที่เหลืองอร่ามจะเริ่มออกดอกมาโชว์ความสวยงามตามธรรมชาติให้ชม ความสดชื่นระรื่นตาจากสีเหลืองของต้นเหลืองปรีดียาธรที่ผลิดอกบานสะพรั่งรับฤดูร้อน สร้างความเพลิดเพลินเจริญตาให้กับผู้สัญจรผ่านไปมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ กลายเป็นหนึ่งในความงดงามแห่งปี ที่นักท่องเที่ยวต้องจอดรถแล้วเก็บภาพถ่ายประทับใจ สำหรับดอกเหลืองปรีดียาธร(ดอกตาเบบูญ่า) จัดเป็นไม้ยืนต้นมีลักษณะเป็นรูประฆังสีเหลือง ปลายกลีบแยกเป็นรูปปากเปิด ซึ่งดอกเหลืองปรีดียาธรจะออกดอกเบ่งบานราวเดือนมีนาคมจนถึงเดือนเมษายนของทุกปี มีความสวยงามเหลืองอร่ามตลอดสองข้างทาง ซึ่งถนนสายนี้ถือเป็นถนนที่สวยที่ สุดของประเทศไทยอีกด้วย

        ขณะที่แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1 ได้ประชาสัมพันธ์เส้นทางเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่พากันแวะถ่ายรูปความงดงามเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกกันตลอดห้วงฤดูนี้

        สำหรับผู้สนใจสามารถเดินทางไปชมได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยควรไปในช่วงเช้าซึ่งอากาศไม่ร้อนและรถไม่มาก จะทำให้สามารถเดินถ่ายรูปดอกไม้ได้ค่อนข้างสะดวก โดยชาวบ้านได้ร่วมนำเกวียนและอุปกรณ์การเกษตรมาตกแต่งสร้างสีสันอีกด้วย นอกจากจะได้ชมความงดงามเหลืองปรีดียาธรริม2 ข้างทางแล้ว ยังสามารถแวะชมหมู่บ้าน unseen เลี้ยงแย้ หมู่บ้านอนุรักษ์แย้ วัดสุวรรณตะไล ตำบลหนองสะเดา อำเภอสามชุก ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่บนถนนสายดอกไม้เหลืองปรีดียาธร จัดเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศศึกษาเรียนรู้การดำรงชีวิตของแย้ จากนั้นแวะไปช้อปปิ้งกันต่อที่ตลาดร้อยปีสามชุก ซึ่งอยู่บนเส้นทางเดียวกันสำหรับต้นเหลืองปรีดียาธร หรือตาเบบูญ่า เป็นสายพันธุ์เดียวกับชมพูพันธ์ทิพย์ โดยหม่อมพันธ์ทิพย์ บริพัตร เป็นผู้นำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย และดอกจะบานช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี

        ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชน จอดยานพาหนะบริเวณสองข้างทางอย่างระมัดระวังระหว่างทำการถ่ายภาพ เพื่อป้องกันปัญหาการจราจรติดขัดและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงไม่เป็นการกีดขวางการจราจรบนทางหลวง ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1 โทร.0 3552 2133 หรือสายด่วนกรมทางหลวง 1586  โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : เฉลียว อินยิ้ม

ผู้เรียบเรียง : สุนทรี ทับมาโนช

แหล่งที่มา : สวท.สุพรรณบุรี