รายงานพิเศษ : “ฟื้นฟูผืนป่าภูกระดึงจากไฟป่า”

12 มี.ค. 2563 | เข้าชม : 752

รายงานพิเศษ : “ฟื้นฟูผืนป่าภูกระดึงจากไฟป่า”

    พื้นที่ป่าภูกระดึงที่เสียหายจากไฟป่าสามารถฟื้นฟูตัวเองได้แล้วร้อยละ 80 รอน้ำฝนแรกของปีนี้ช่วยเสริมหลังประสบปัญหาภัยแล้ง พร้อมได้ปิดท่องเที่ยวภูกระดึงเร็วขึ้น 2 เดือนฟื้นฟูสภาพป่า 

                หลังจากผืนป่าภูกระดึงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงเกิดความเสียหายจากการลักลอบเผาป่าจากฝีมือของมนุษย์เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สรุปภาพรวมมีพื้นที่เสียหายรวม 3,400 ไร่ แบ่งเป็น จุดที่เสียหายมาก 2 - 3 โซน โดยจุดที่เสียหายมากที่สุดอยู่บริเวณป่าสนสามใบแถวผานาน้อยและบริเวณหลังแป - หมากดูก ถือเป็นเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าสนเสียหายหนักในรอบ 7 ปี คาดว่าหลังเจอฝนแรกตกลงมาประมาณช่วงเดือนมีนาคมนี้ จะช่วยให้ผืนป่าภูกระดึงฟื้นฟูได้เร็วขึ้นและมีโอกาสรอดสูง จากการขึ้นบินสำรวจพื้นที่ความเสียหายจากไฟป่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง พบการทำแนวกั้นไฟเป็นแนวยาวตลอดเส้นทางกว่า 100 กิโลเมตร มีความกว้าง 20 - 50 เมตร เป็นตัวช่วยอย่างดีไม่ให้ไฟป่าลุกลามขยายเป็นวงกว้างจนป่าเสียหายมากกว่านี้ โดยเฉพาะป้องกันไม่ให้ลูกไฟกระโดดข้ามไปลุกไหม้อีกฝั่งได้ แต่ก่อนจะทำแนวกั้นไฟต้องชิงเผาเชื้อเพลิงในรูปแบบการที่ควบคุมได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องควบคุมการเผาให้ดีไม่งั้นจะกลายเป็นเผาป่าซะเอง 

                ไฟป่าภูกระดึงครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งในรอบ 40 ปี ที่ใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และรถไถฟาร์มแทรกเตอร์มาช่วยควบคุมและทำแนวไฟป่า โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล่าให้ฟังว่า หลังเกิดไฟป่าเสียหายได้เร่งให้ทำแนวกั้นไฟป่าพื้นที่ด้านบนภูกระดึง 100 กิโลเมตร หรือบริเวณหลังแป 37,500 ไร่ และพื้นที่ด้านเชิงเขา-หน้าผาจนถึงด้านพื้นล่าง 750 กิโลเมตร ประมาณ 100,000 ไร่ โดยทำแนวกั้นไฟความกว้าง 20 - 50 เมตร ยกเว้นแนวทุ่งหญ้าต้องทำความกว้าง 50 เมตรขึ้นไป แต่ต้องกำจัดเชื้อเพลิงออกให้หมดก่อนทุกครั้ง พร้อมขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ไฟป่าบนภูกระดึงทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังช่วยกันควบคุมและดับไฟป่าให้สงบลงและไม่ขยายวงกว้างความเสียหายไปมากกว่านี้ สาเหตุไฟป่าเกิดจากความมักง่ายของมนุษย์จนธรรมชาติบนภูกระดึงเสียหายถึงร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมด จากการเดินสำรวจพบสภาพต้นสนที่เสียหายจากไฟป่าเริ่มฟื้นตัวเองแตกกิ่งแตกหน่อใหม่ ถือเป็นข่าวดีที่สภาพป่าที่เสียหายสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ร้อยละ 80 แล้ว แต่ต้องรอน้ำฝนแรกมาช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ด้วย 

                ขณะนี้ภูกระดึงกำลังประสบปัญหาภัยแล้งและมีปริมาณน้ำบนภูกระดึงน้อยมาก ทำให้ปีนี้ต้องปิดการท่องเที่ยวบนภูกระดึงเร็วกว่าเดิม 2 เดือน รวมปิดทั้งหมด 6 เดือน ระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน จากปกติปิด 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นฟูตัวเอง ภาพรวมแล้วสภาพแหล่งน้ำบนภูกระดึงค่อยข้างหน้าเป็นห่วงจากการเกิดภัยแล้งขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้บนพื้นที่ภูกระดึงเริ่มแห้งลง จึงจะให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลศึกษาความเป็นไปได้เจาะบ่อบาดาลเพื่อดึงน้ำมาใช้ แต่ต้องสำรวจก่อนว่ามีศักยภาพของน้ำหรือไม่

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : กัลยา คงยั่งยืน

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย