รายงานพิเศษ : "ไม่ล่า ไม่ค้า ไม่กินสัตว์ป่า เพื่อป้องกันโรคอุบัติใหม่"

05 มี.ค. 2563 | เข้าชม : 937

รายงานพิเศษ : "ไม่ล่า ไม่ค้า ไม่กินสัตว์ป่า เพื่อป้องกันโรคอุบัติใหม่"

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศเจตนารมณ์รณรงค์ให้ประชาชนไม่กินเนื้อสัตว์ป่า พร้อมเรียกร้องร่วมกันต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันโรคอุบัติใหม่จากสัตว์ป่า ขณะที่ไวรัสโควิด-19 อาจจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นได้ในอนาคตหากยังบริโภคสัตว์ป่า 

           เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ตรงกับ "วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก ประจำปี 2563" ปีนี้เน้นแนวคิด “ร่วมสร้างความยั่งยืน เพื่อทุกชีวิตบนผืนโลก” โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ประกาศเจตนารมณ์จุดยืนรณรงค์ให้ประชาชนไม่กินเนื้อสัตว์ป่า และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนทั้งประเทศไทยและนานาชาติร่วมมือกันต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ถือเป็นภัยคุกคามส่งผลให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นตัวกลางการแพร่กระจายเชื้อโรคร้ายจากสัตว์สู่คนจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง ทำให้เกิดการระบาดของโรคอุบัติใหม่เช่นเดียวกับไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน 

          นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เล่าให้ฟังว่า รัฐบาลไทย จะช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ป่า ช่วยป้องกันการล่าและการค้าขายสัตว์ป่าให้บรรลุถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ซึ่งปีนี้เน้นสร้างความตระหนักให้กับประชาชนเกี่ยวกับซื้อขายสัตว์ป่าและการนิยมบริโภคสัตว์ป่า จากกรณีของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีต้นกำเนิดจากค้างคาว ถือเป็นสาเหตุมาจากการบริโภคสัตว์ป่าที่ไม่เหมาะสม เพื่อนำมาใช้เป็นบทเรียนและกำหนดมาตรการเชิงป้องกันให้มากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะหารือกับกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการทำวิจัยตรวจหาไวรัสชนิดต่างๆจากสัตว์ป่า เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางป้องกันโรคอุบัติใหม่ในอนาคต 

          ขณะที่ เทคนิคการแพทย์หญิง สุภาภรณ์ วัชราพฤกษาดี รองหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เล่าให้ฟังว่า เส้นทางการแพร่เชื้อของไวรัสโควิด-19 มีต้นกำเนิดจากสัตว์ป่าอย่างค้างคาวและตัวลิ่น จากการตรวจรหัสพันธุกรรมของไวรัสที่พบในคน พบว่าตรงกับพันธุกรรมในค้างคาวสูงถึง ร้อยละ 96 และพันธุกรรมในตัวลิ่น ร้อยละ 90 ซึ่งการแพร่ระบาดในระยะแรกอาจส่งผลกระทบทำให้มีผู้เสียชีวิต เนื่องจากเป็นไวรัสชนิดใหม่และมนุษย์ยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่เพียงพอ จึงติดต่อจากคนสู่คนได้ง่ายผ่านระบบทางเดินหายใจ และไวรัสชนิดดังกล่าวยังสามารถอยู่ได้นานในสภาพอากาศที่หนาวเย็น ในเบื้องต้นคาดการณ์ว่าไวรัสโควิด-19 อาจจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นได้ในอนาคต เนื่องจากมีการแพร่ระบาดไปยังประเทศต่างๆ หากพบตัวกำเนิดเชื้อไวรัสเป็นค้างคาวชนิดเดียวกันอาจต้องศึกษาการดำเนินชีวิตอย่างไรให้สามารถอยู่กับไวรัสชนิดนี้ได้อย่างปลอดภัยได้มากขึ้นในอนาคต

          กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เพิ่มการคุมเข้มด่านตรวจสัตว์ป่าและพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศให้เฝ้าระวังและตรวจตราการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด ควบคู่กับรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนหยุดการบริโภคสัตว์ป่าที่อาจนำมาซึ่งโรคร้ายแรง ถือเป็นมาตรการเชิงป้องกันเบื้องต้น

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : กัลยา คงยั่งยืน

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย