ผู้ป่วย HIV ในเรือนจำ

17 ก.พ. 2563 | เข้าชม : 222

    ปัจจุบันผู้ต้องขังในเรือนจำร้อยละ 7 ติดเชื้อ HIV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตผู้ต้องขัง ในเรือนจำ รัฐบาลจึงแก้ปัญหาการกระจายเชื้อในเรือนจำ เพื่อไม่ให้มีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในปี พ.ศ.2562 มีผู้ต้องขังมากกว่า 10,000 คน ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์ ซึ่งในจำนวนหนึ่งมีเพียง 5,900 รายเท่านั้นที่สามารถระบุและยืนยันตัวตนได้ สำหรับผู้ต้องขังที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ยังคงเป็นปัญหาสำหรับการรักษาและการให้ยาต้านไวรัสจึงมีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ HIV และผู้ต้องขังบางส่วนมีการโยกย้ายกลับไปคุมขังในเรือนจำภูมิลำเนาส่งผลให้การติดตามผลการรักษาเป็นไปได้ยาก เพื่อการรักษาอย่างต่อเนื่องทางกรมราชทัณฑ์จึงต้องมีการติดตามเรื่องสุขภาพของผู้ต้องขังเมื่อมีการโยกย้าย

    กรมราชทัณฑ์จึงร่วมมือกับกรมควบคุมโรคพร้อมองค์กรระหว่างประเทศร่วมเปิดโครงการคืนสุขภาพดีสู่สังคมเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสมหามงคลพระราชพีธีบรมราชาภิเษก เดินหน้าตรวจสุภาพผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถานตรวจคัดกรอง HIV ไวรัสตับอักเสบซีและเอกซ์เรย์ปอดเพื่อ คืนคนสุภาพดีสู่สังคมและพร้อมต่อการประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษและได้มีการคาดการณ์ว่าสามารถยุติเอดส์ภายในปี 2573

    โดยโครงการดังกล่าวมีมาตรการสำคัญ 7 ข้อ เพื่อการยุติปัญหาเอดส์ในเรือนจำโดยมีมาตรกาสำคัญ 7 ข้อ ได้แก่

      1.การส่งเสริมการให้ความรู้โดยใช้กลไกเพื่อนช่วยเพื่อนในเรือนจำเพื่อสร้างเพื่อนช่วยเพื่อ

      2.การจัดบริการปรึกษาและการตรวจเลือดโดยสมัครใจ 

       3.การส่งเสริมการเข้าถึงถุงยางอนามัยของผู้ต้องขัง 

      4.การส่งเสริมการเข้าถึงยาต้านไวรัสเอดส์ของผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ HIV และเอดส์ 

      5.การพัฒนาบริการป้องกันดูแลรักษาแบบครบถ้วนและต่อเนื่องในกลุ่มผู้ต้องขัง 

      6.การพัฒนาระบบการส่งต่อโดยการมีส่วนร่วมขององค์กรภายนอก 

           7.การวิจัยและพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ในเรือนจำ

    สำหรับกิจกรรมในโครงการนี้ประกอบด้วยการตรวจโรคทั่วไป การตรวจคัดกรอง HIV ซิฟิลิสไวรัสตับอักเสบซีและเอกซ์เรย์ปอด การให้การปรึกษาและคำแนะนำด้านสุขภาพ เช่น การส่งเสริมการกินยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV (Pre-Exposure Prophylaxis) และการจัดนิทรรศการความรู้ด้านสุขภาพ

    นอกจากมาตรการของภาครัฐแล้วตัวผู้ต้องขังสามารถดูแลตัวเองเพื่อหลีกเลียงโรคเอดส์ในห้องขังได้ ดังนี้ 

    1.หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาในเรือนจำ

    2.หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ต้องขังอื่น 

    3.ห้ามสัมผัสเลือดของผู้ต้องขังอื่นระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ ถ้าจำเป็นต้องสัมผัสกับเลือดเหล่านี้ โดยตรงต้องแน่ใจว่ามือของเราไม่มีบาดแผลอยู่

    ดังนั้นผู้ต้องขังทุกรายควรได้รับการตรวจคัดกรองและรักษาอย่างถูกต้องทั้งก่อนและออกจากเรือนจำ รวมถึงภายหลังจากการพ้นโทษควรได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่สังคมตามนโยบายของโครงการคืนคนสุภาพดีสู่สังคม

     

เรียบเรียงโดย ซัลม่า ปาทาน 

ข้อมูล: www.thairath.co.th/content/429349

www.siamhealth.net/ 

................................................ 

    ผู้สนใจสามารถขอรับบทความได้ที่ ส่วนการประชาสัมพันธ์ สำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ถนนพระราม ๖ เขตพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์หมายเลข ๐๒-๖๑๘-๒๓๒๓ ต่อ ๑๖๒๖-๒๗


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ประพันธ์ศักดิ์ พุทธชาติ

ผู้เรียบเรียง : สุริยน ตันตราจิณ

แหล่งที่มา : สำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์