รายงานพิเศษ : “ประเทศไทยประสบความสำเร็จเพิ่มพื้นที่ป่าได้เกือบล้านไร่”

27 ก.พ. 2563 | เข้าชม : 655

รายงานพิเศษ : “ประเทศไทยประสบความสำเร็จเพิ่มพื้นที่ป่าได้เกือบล้านไร่”

        หลังจากภาครัฐเดินหน้ามาตรการทวงคืนผืนป่าจากการบุกรุกอย่างจริงจังมาตลอดจนถึงขณะนี้ ส่งผลให้ประเทศไทยได้พื้นที่ป่าเพิ่มเกือบ 1 ไร่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนายทุนที่ขยายพื้นที่เพิ่มเติมจากเดิม และได้กลุ่มชุมชนจำนวนมากเข้ามาเป็นเครือข่ายปกป้องและรักษาผืนป่าของประเทศเพิ่มขึ้นด้วย 

                ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2563 ประเทศไทย สามารถเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศจากการคุมเข้มมาตรการทวงคืนผืนป่าจากกลุ่มนายทุนรุกป่ามาได้  857,807 ไร่ ดำเนินคดี 29,866 คดี รวมผู้ต้องหา 6,078 คน แบ่งเป็น กรมป่าไม้ 628,566 ไร่ ดำเนินคดี 15,964 คดี รวมผู้ต้องหา 3,508 คน // กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 175,745 ไร่ ดำเนินคดี 12,601 คดี รวมผู้ต้องหา 2,186 คน และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 53,495 ไร่ ดำเนินคดี 1,301 คดี รวมผู้ต้องหา 384 คน ภาพรวมทวงคืนได้แล้วเกือบล้านไร่ ถือเป็นความเข้มแข็งของภาครัฐที่ช่วยกันหยุดยั้งขบวนการทำลายป่าของประเทศได้ ควบคู่กับฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำหนดให้ปี 2580 ต้องมีพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ ควบคู่กับแผนการทวงคืนผืนป่าจากกลุ่มนายทุนที่บุกรุกป่า การฟื้นฟูสภาพป่า การดึงชุมชนมาช่วยกันดูแลและปกป้องป่า 

                ปัจจุบันนี้ กรมป่าไม้ ยังคุมเข้มมาตรการทวงคืนผืนป่าต่อเนื่อง กรมป่าไม้ สามารถทวงคืนผืนป่าได้แล้วกว่า 600,000 ไร่ ที่มีการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกเฉพาะรายที่เป็นนายทุน จากเป้าทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านไร่ เหลือเพียงร้อยละ 40 เท่านั้นจะประสบความสำเร็จ ในแต่ละปีกรมป่าไม้ตั้งเป้าทวงคืนผืนป่าให้ได้อย่างน้อย 100,000 ไร่ แต่จากการดำเนินมาตรการมาจนถึงปัจจุบันเป้าค่อยๆลดลงเรื่อย เนื่องจากจับกุมผู้บุกรุกเขตป่าได้มากขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มนายทุนเก่าที่ทยอยดำเนินคดีแต่ยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด เพราะการดำเนินคดีไม่ใช่เรื่องง่ายและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่บางครั้งทำงานค่อนข้างยากต้องใช้ระยะเวลาดำเนินคดี 

                นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เล่าให้ฟังว่า กรมป่าไม้ ยังคงเดินหน้าทวงคืนผืนและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศอย่างเต็มกำลังเช่นเดิม เป้าหมายยังคงเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะแปลงพื้นที่ที่เป็นรีสอร์ทขยายพื้นที่เพิ่มเติมจากเดิมแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ในรูปแบบลักษณะเช่นเดียวกับม่อนแจ่มที่นายทุนขยายพื้นที่แสงวงหาผลประโยชน์จากการทำรีสอร์ทในเขตป่า และพื้นที่ข้างเคียงอีกจำนวนหนึ่งที่จะขยายผลจับกุมให้แล้วเสร็จ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่ให้ความสำคัญและสนใจเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลพื้นที่ป่าไม่ให้ถูกบุกรุกมากขึ้นจากอดีตที่ผ่านมา สิ่งสำคัญการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชนเป็นแนวทางสำคัญช่วยลดการบุกรุกป่าและตัดไม้ทำลายป่าลงได้อย่างมาก

                มาตรการปรับให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ส่งผลดีต่อการแก้ปัญหาภาพรวม เมื่อประชาชนมีความสบายใจหลังมีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง แล้วจะหันมาเคารพกติกาและร่วมกันออกแบบ และลดการขยายการครอบครองที่ดินอย่างผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันหน่วยงานราชการจะเข้ามาสบับสนุนด้านต่างๆได้ ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินในภาพรวมของประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : กัลยา คงยั่งยืน / สวท. กัลยา คงยั่งยืน / สวท.

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย