ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563

26 ก.พ. 2563 | เข้าชม : 194

ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563


การเมือง/มั่นคง

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณีการเอื้อประโยชน์ในการจัดซื้อระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลไบโอเมทริกซ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

การประชุมสภสผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล วันนี้ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเป็นวันที่สามของการพิจารณา โดยเมื่อเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายวิสาร เตชะธีรวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายความไม่โปร่งใสการจัดซื้อระบบตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลระบบไมโอเมทริกซ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ตั้งราคากลางไว้ต่อชุดกว่า 2 แสน 8 หมื่นบาท แต่จากการไปตรวจสอบในเว็บไซต์ พบว่ามีราคาประมาณชุดละกว่า 6 หมื่นบาท รวมแล้วมีส่วนต่างประมาณ 600 ล้านบาท จึงตั้งคำถามว่าส่วนต่างตรงนี้ไปอยู่ที่ใครและเห็นนายกรัฐมนตรีปล่อยปะละเลยให้มีการทุจริตเกิดขึ้น

ด้าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า ระบบไบโอเมทริกส์ เป็นโครงการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นระบบที่มีความจำเป็นในการคัดกรองคนเข้าออกประเทศ ที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงที่ทั่วโลกหลายประเทศใช้ระบบนี้ และกระทรวงการคลังพิจารณาราคาที่คุ้มค่าแล้ว ส่วนที่อ้างว่าราคาต่ำกว่าในเว็บไซท์นั้น ชี้แจงว่าจะไปเปรียบเทียบกับเว็บไซต์ไม่ได้ เพราะเป็นการจัดซื้อทั้งระบบ ที่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับซอฟแวร์เดิม และมีการรับประกันด้วย 

นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่า บริษัทที่ได้รับสัมปทานนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับภริยาของนายกรัฐมนตรี แม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันก็ตาม เพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันโดยตรงเป็นเพียงเพื่อนที่เรียนด้วยกันเท่านั้น ซึ่งหลายครั้งที่นายกรัฐมนตรีก็โดนแอบอ้างเช่นนี้ จึงต้องมีการติดตามตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ซึ่งพบว่าบางส่วนที่การปลุกระดมจึงต้องมีการตรวสอบตามกฎหมายต่อไป


การอภิปรายไม่ไว้วางใจตลอดช่วงบ่าย ฝ่ายค้านยังคงเน้นอภิปรายกล่าวหาถึงความผิดพลาดในการบริหารงานของนายกรัฐมนตรี 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในช่วงบ่าย ส.ส.ฝ่ายค้าน ยังคงเน้นอภิปรายกล่าวหา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่การปล่อยให้มีการทุจริตและไม่มีความสามารถแก้ไขปัญหาได้ มีการรับผลประโยชน์จากรัฐ ที่นอกเหนือจากงานธุรการปกติ ใช้งบประมาณแผ่นดินให้ได้มาซึ่งคะแนนทางการเมืองและที่สำคัญการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมืองที่ไม่ประสบผลสำเร็จ มีการส่งต่ออำนาจโดยนำพวกพ้องของตนเองเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร เช่นเดียวกับการปฏิรูประบบราชการ ที่เห็นได้จากการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการที่ไม่ใช่พวกพ้องอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ คาดว่าการอภิปรายในส่วนของนายกรัฐมนตรีนั้นจะแล้วเสร็จในช่วงค่ำวันนี้ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะชี้แจง จากนั้นจะเป็นการอภิปรายต่อที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามที่ฝ่ายค้านลำดับไว้


เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพิ่มมาตรการบริหารจัดการผลไม้ผ่านระบบสหกรณ์ทั่วประเทศ 80,000 ตัน หวังช่วยลดผลกระทบการส่งออกผลไม้ไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้ของไทย เนื่องจากประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 โดยแต่ละปีไทยจะส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีนมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท สำหรับผลไม้ในฤดูกาลผลิตในปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมาตรการในการบริหารจัดการผลไม้ผ่านระบบสหกรณ์ โดยประสานกับสหกรณ์ทั่วประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและกระจายสินค้าให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการจำหน่ายผลไม้ท้องถิ่น รวมถึงผู้บริโภคที่เป็นสมาชิก ผ่านระบบตลาดทั้งในรูปแบบออนไลน์ ออฟไลน์ และกระบวนการโลจิสติกส์ โดยมีเป้าหมายเพิ่มความต้องการบริโภคผลไม้ภายในประเทศให้มีมากขึ้นถึง 100 ล้านคน แบ่งเป็นคนไทย 70 ล้านคน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านคน เชื่อว่าจะช่วยให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้ สามารถผ่านสถานการณ์ในครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน

ด้านนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารจัดการผลไม้ผ่านระบบสหกรณ์ ในช่วงที่สินค้าเกษตรไม่สามารถส่งออกไปยังจีนได้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มีแผนรวบรวมผลไม้จากสมาชิก เพื่อกระจายผลผลิตไปยังตลาดต่างๆ จำนวน 80,000 ตัน จากเดิมเพียง 40,000 ตัน ขณะเดียวกัน ยังรับซื้อผลผลิตในราคาที่สูงกว่าตลาดทั่วไป กิโลกรัมละ 50 สตางค์ - 1 บาท นอกจากนี้ ยังได้เตรียมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์รับซื้อผลไม้จากสหกรณ์ผู้ผลิต โดยผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยกระจายสินค้าผลไม้ออกนอกแหล่งผลิตได้อย่างรวดเร็ว

 

กรมส่งเสริมสหกรณ์เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งระบบสหกรณ์ พัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพ ใช้กลไกสหกรณ์เข้ามาช่วยดูแลความเป็นอยู่ประชาชนทุกพื้นที่

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวในงานวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2563 ณ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ว่า ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันสหกรณ์แห่งชาติ ซึ่งในปีนี้ครบรอบ 104 ของการสหกรณ์ไทย นับตั้งแต่ปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการนำวิธีการสหกรณ์เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพให้กับประชาชน ปัจจุบันมีสหกรณ์มีจำนวนกว่า 8,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลสนับสนุนการดำเนินงานของสหกรณ์ มีนโยบายในการยกระดับสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง โดยจะดำเนินการใน 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการของสหกรณ์ โดยเฉพาะเรื่องระบบการควบคุมภายใน ซึ่งคณะกรรมการสหกรณ์และฝ่ายจัดการต้องร่วมกันวางแผนการจัดการตัวองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพ ลดปัญหาเรื่องข้อบกพร่อง การพัฒนาด้านธุรกิจของสหกรณ์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับอาชีพและรายได้ของสมาชิก  สหกรณ์ควรทำธุรกิจที่สอดคล้องกับความต้องการและเอื้อต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ โดยกรมฯจะมุ่งเป้าไปที่สหกรณ์ภาคการเกษตร สนับสนุนให้รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา มีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า และการเก็บชะลอผลผลิตเพื่อยืดอายุหรือทยอยระบายผลผลิตสู่ตลาด ซึ่งจะช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตรไม่ให้ตกต่ำ

ขณะที่สหกรณ์ออมทรัพย์ จะมุ่งเน้นการสร้างระบบการตรวจสอบภายในของสหกรณ์ ให้ความรู้กับสมาชิกได้เข้ามามีส่วนในการติดตามตรวจสอบการการดำเนินงานสหกรณ์ของตัวเอง เนื่องจากสมาชิกเป็นเจ้าของสหกรณ์ ทั้งนี้ในส่วนของการกำกับดูแลสหกรณ์ซึ่งเป็นบทบาทของกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปดูแลระหว่างที่สหกรณ์มีการประชุมใหญ่ คอยให้คำแนะนำในสิ่งที่ถูกต้อง และหากพบข้อบกพร่องเกิดขึ้นในสหกรณ์ ต้องมีแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายลุกลามถึงตัวสมาชิกหรือสหกรณ์อื่นๆ


สิ่งแวดล้อม

เช้านี้ค่าฝุ่นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลดลงเล็กน้อยแต่ยังเกินเกณฑ์ 56 พื้นที่ แต่ต้องเฝ้าระวังจุดความร้อนโดยรอบพื้นที่อาจทำให้ฝุ่นสูงขึ้นได้ 

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลวันนี้ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจวัดได้ระหว่าง 39 - 81 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองลดลงเล็กน้อยในหลายพื้นที่จากเมื่อวานนี้ 25 กุมภาพันธ์ 2563 แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดในระดับสีส้มเหลือ 56 พื้นที่ โดยมีค่าฝุ่นสูงสุด 7 พื้นที่ บริเวณริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง  เขตดินแดง  เขตบึงกุ่ม  ริมถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ  เขตหลักสี่  เขตลาดกระบัง และเขตบางเขน เนื่องจากช่วงกลางคืนเมื่อวานจนถึงขณะนี้มีลมแรงขึ้นช่วยกระจายฝุ่นละอองได้บางส่วน ขณะเดียวกันสภาพการจราจรหนาแน่นและติดขัดสะสมในหลายเส้นทางตั้งแต่ช่วงค่ำเมื่อวานจนถึงขณะนี้ ประกอบกับ จิสด้า ยังตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) บริเวณจังหวัดโดยรอบกรุงเทพมหานคร และอิทธิพลจากลมตะวันออกที่อาจพัดพาฝุ่นละอองเข้ามาแล้วเกิดการสะสมในพื้นที่ โดยอยากให้ประชาชนหลีกเลี่ยงไปใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนบุคคลช่วงวิกฤติฝุ่นละออง

ขณะที่สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ 9 จังหวัดวันนี้ 26 กุมภาพันธ์ 2563 คุณภาพอากาศมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจวัดได้ระหว่าง 45 - 118 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจวัดได้ระหว่าง 68 - 133 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมแนวโน้มค่าฝุ่นละอองลดลงเล็กน้อยในหลายพื้นที่จากเมื่อวานนี้ 25 กุมภาพันธ์ 2563 โดยค่าฝุ่น PM 2.5 และ PM 10 ยังอยู่ในระดับสีแดงบริเวณ ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และมีอยู่ในระดับสีส้มอีก 13 พื้นที่ โดยยังพบปัญหาไฟป่าหมอกควันที่เกิดจากการเผาในที่โล่งอยู่ จึงขอความร่วมมือประชาชน งดเผาเชื้อเพลิงทั้งในที่โล่งและในป่า หากพบเห็นการเผาหรือเกิดไฟป่าโปรดแจ้งสายด่วน 1362


กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดชัยนาท เนื่องจากปริมาณน้ำที่มีอยู่สามารถสนับสนุนได้เพียงการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น 

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณี ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดชัยนาท สร้างความเสียหายให้กับภาคการเกษตร ชาวนาในอำเภอสรรคบุรี หลายราย ต้องยอมปล่อยทิ้งนาข้าวนับพันไร่ที่ใกล้ออกรวงให้แห้งตาย เพราะไม่สามารถหาแหล่งน้ำไปช่วยหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้ คลองชลประทานต่างๆ ในพื้นที่ไม่มีน้ำเหลือ บ่อบาดาลสูบน้ำขึ้นมาได้น้อย ไม่พอเลี้ยงนาข้าว จำใจต้องปล่อยนาทิ้งให้แห้งตาย ว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ ปัจจุบันกำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง ได้ให้เจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรงดทำนาปรังอย่างต่อเนื่อง โดยได้ทำการหยุดส่งน้ำเข้าระบบตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562 เป็นต้นมา เนื่องจากน้ำใน 4 เขื่อนหลัก ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย สามารถสนับสนุนน้ำได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ เท่านั้น 

ในส่วนกรณีนาข้าวนับ 1,000 ไร่ ที่ได้รับความเสียหายนั้น อยู่ในเขตตำบลดงคอน อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท พื้นที่ประมาณ 50 ไร่ อายุข้าวประมาณ 25 – 30 วัน ซึ่งอยู่ในช่วงแตกกอ โดยเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวได้ใช้แหล่งน้ำของตัวเอง เช่น บ่อตอก ในการทำนาปรัง แต่เนื่องจากน้ำใต้ดินอยู่ในระดับต่ำมาก เกษตรกรไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้ ส่งผลให้ต้นข้าวแห้งตาย ซึ่งโครงการฯบรมธาตุ ได้เข้าไปทำความเข้าใจแก่กลุ่มเกษตรกรแล้ว ต่างมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

สำหรับกรณีของเกษตรกรเลี้ยง โค–กระบือ ได้รับความเดือดร้อน ต้องพาโค–กระบือ หาน้ำและหญ้ากินในคลองส่งน้ำ นั้น ผู้เลี้ยงโค-กระบือ ได้พา โค–กระบือ มาหาหญ้ากินบริเวณคันคลอง ซึ่งบางครั้งได้ลงไปกินในคลองด้วย หากมีการหยุดส่งน้ำเข้าคลองเป็นปกติอยู่แล้วทุกปี ส่วนน้ำที่เกษตรกรใช้เพื่อให้โค–กระบือกิน นั้น ผู้เลี้ยงได้เตรียมจัดหาให้พอเพียงอยู่แล้ว เนื่องจากโครงการฯบรมธาตุ ได้ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเลี้ยง โค–กระบือ ทราบก่อนล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงโค–กระบือมีความเข้าใจในสถานการณ์และได้เตรียมการรับมือไว้แล้ว โดยยืนยันว่านับตั้งแต่ก่อนเข้าสู่หน้าแล้ง ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทาน ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำให้กลุ่มผู้ใช้น้ำและกลุ่มเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ซึ่งปริมาณน้ำที่มีอยู่ในขณะนี้สามารถสนับสนุนได้เพียงการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเท่านั้น


สังคม

กรมอนามัย แนะประชาชนกลุ่มเสี่ยงใส่หน้ากากกันฝุ่น ห่วงปัญหาไฟป่าหลายจุดกระทบสุขภาพ

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือตั้งแต่วันที่  1 มกราคมถึงขณะนี้ พบว่า ทุกจังหวัดมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน จังหวัดที่มีค่าสูงสุด ได้แก่ จังหวัดลำปาง รองลงมาคือ จังหวัดแพร่ และจังหวัดตาก นอกจากนี้จากการเฝ้าติดตามช่วงนี้พบพื้นที่ตำบลจองคำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีค่า PM2.5 อยู่ในเกณฑ์สีแดงคือ มีผลกระทบต่อสุขภาพด้วย และคาดการณ์ว่าจุดความร้อนของภาคเหนือจะมีแนวโน้มสะสมเพิ่มขึ้น รวมถึงสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดหลายพื้นที่ ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ ห่วงกระทบสุภาพโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด  โรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด โรคภูมิแพ้และโรคหัวใจ ควรเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟป่าตามการประกาศ แจ้งเตือนจากสื่อต่างๆ ของหน่วยงานราชการ หรือเฟซบุ๊กเพจ “คนรักอนามัย ใส่ใจอากาศ PM2.5” ของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมป้องกันสุขภาพตนเอง โดยให้สังเกตที่สีเป็นหลัก หากเป็นสีส้มและสีแดง ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ลดการทำกิจกรรมนอกอาคาร ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น บ้านที่ไม่มีระบบปรับอากาศหรือระบบกรองอากาศ ต้องปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ทำความสะอาดบ้านแบบเปียกอยู่เสมอ หากมีเครื่องกรองอากาศควรเปลี่ยน หรือล้างระบบกรองอากาศเป็นประจำ พร้อมสังเกตตนเองและคนในครอบครัว หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที 

การทำให้เกิดควันละอองที่อาจกระทบต่อสุขภาพแก่ประชาชน ถือเป็นเหตุรำคาญ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 หากประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เกิดเหตุได้ทันที เพื่อให้เจ้าพนักงานออกคำสั่งกับผู้ก่อเหตุ หากยังฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


กระทรวงสาธารณสุข ให้โรงพยาบาล 699 แห่ง ในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ เตรียมแผนการใช้น้ำและแผนรับมือผลกระทบสุขภาพจากภัยแล้ง

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค 699 แห่ง ใน 54 จังหวัด ที่สำรวจไปเมื่อปลายเดือนมกราคม 2563 ติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมรับมือด้วยการตรวจสอบระบบการจ่ายน้ำ ถังพักน้ำและระบบสำรองน้ำให้พร้อมใช้กรณีขาดส่งน้ำได้ 3 วัน พรัอมลดปริมาณการใช้น้ำประปาที่ไม่จำเป็น จัดทำระบบรีไซเคิลน้ำ รวมทั้งประสานหน่วยงานในท้องถิ่น จัดหาแหล่งน้ำสำรอง หรือขุดเจาะบ่อบาดาลและตรวจคุณภาพน้ำก่อนนำไปใช้ ในช่วงภัยแล้งให้ประกาศมาตรการประหยัดน้ำ โดยขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการช่วยกันประหยัดน้ำ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอ ไม่กระทบต่อการให้บริการให้สถานพยาบาล เช่นเดียวกับที่โรงพยาบาลสุรินทร์ เคยรับมือภัยแล้งเมื่อปีก่อน โดยการขุดเจาะบ่อบาดาล 8 บ่อ สามารถผลิตน้ำได้วันละ 800,000 ลิตร – 1 ล้านลิตรต่อวัน เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน 

นอกจากข้อห่วงปริมาณน้ำเพื่อให้พอบริการประชาชนในแต่โรงพยาบาลแล้ว ยังห่วงโรคพบบ่อยในช่วงภัยแล้ง เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคพิษสุนัขบ้าด้วย ซึ่งได้สั่งการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความสะอาดของอาหาร น้าดื่ม ภาชนะใส่อาหาร การใช้ส้วมที่สะอาดถูกสุขลักษณะ จัดทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็วสอบสวนควบคุมโรคในพื้นที่ และพิจารณาจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บรรเทาทุกข์ออกให้บริการรักษาพยาบาล


กระทรวงสาธารณสุข ชี้กรณีปู่-ย่าเที่ยวญี่ปุ่น นำโรค COVID-19 ติดหลาน เป็นตัวอย่าง วอนประชาชนอย่าปิดข้อมูลเดินทาง

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีผู้ป่วยโรค COVID-19 ล่าสุด 3 ราย ซึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน โดย 2 ราย เป็นสามีภรรยา ชายวัย 65 ปี หญิงวัย 62 ปี คาดติดเชื้อจากการไปเที่ยวฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หลังกลับมาชายมีอาการป่วยแต่ทิ้งระยะไว้ 3 วัน จนเกิดปอดอักเสบ ครั้งแรกไม่ยอมแจ้งประวัติการเดินทาง ก่อนจะยอมเปิดเผยภายหลัง ส่วนหลานชายวัย 8 ปี ไม่ได้เดินทางด้วยแต่ติดจากการคลุกคลีใกล้ชิด ซึ่งกรณีนี้ยังไม่ถือเป็น Super spreader  หรือผู้ป่วยที่มีความสามารถแพร่เชื้อวงกว้าง เพราะมีแค่หลานชายคนเดียวที่ติด ส่วนกลุ่มเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดที่สุดตามครบแล้ว ยังไม่พบใครติดเชื้อ แต่ได้ขยายวงเฝ้าระวังกลุ่มอื่นที่คาดจะใกล้ชิดช่วงที่ผู้ป่วยเข้าระยะแพร่โรคเพิ่มด้วย ยอมรับกรณีผู้ป่วยไม่แจ้งประวัติเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงแต่ต้น ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ยากขึ้น ทั้งนี้ยังเป็นการขอความร่วมมือประชาชนหากจำเป็นต้องเดินทางไปประเทศเสี่ยง ขอให้ระวังตนเองทันที 14 วันแม้ไม่มีอาการ เลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับใคร หากป่วยให้ใส่หน้ากากอนามัยรีบไปพบแพทย์แจ้งประวัติเดินทางอย่างละเอียด ต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน หากจำเป็นต้องบังคับจะใช้อำนาจตามพระราชบัญัติโรคติดต่ออันตราย พ.ศ.2558 ซึ่งคลุมไปถึงเจ้าบ้านทุกหลังมีหน้าที่แจ้งข้อมูลหากพบป่วยต้องแจ้ง ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมายด้วย

ขณะที่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า เช้าวันนี้ได้ลงพื้นที่ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบโรงเรียนของหลานชายที่ติดเชื้อรายนี้แล้ว พบผู้สัมผัสใกล้ชิดมีเฉพาะเพื่อนร่วมห้อง 50 คน ซึ่งได้ให้ทั้งห้องหยุดเรียนให้อยู่แต่บ้าน 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังอาการ


อนุทิน แนะหน่วยงานราชการ ประกาศคนในสังกัดงดเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงโรค COVID-19 วอนสายการบิน บริษัททัวร์ อย่าออกโปรไฟไหม้

 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศห้ามบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมดงดเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงโรค COVID-19 หากไม่มีเหตุจำเป็น แม้ขณะนี้ไทยจะยังคุมการระบาดในวงจำกัดไม่ให้เข้าสู่ระยะ 3 ได้ และยังไม่พบ Super spreader หรือผู้ป่วยที่สามารถแพร่โรคได้ในวงกว้าง แต่เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่หน่วยงานต่างๆ ในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคจากภายนอกประเทศ พร้อมขอความร่วมมือหน่วยงานราชการต่างๆ เลื่อนประชุม สัมมนา ดูงาน หรือแม้แต่อนุญาตลาไปเที่ยวประเทศกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด และหากเอกชนจะร่วมมือด้วยก็จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี ทั้งนี้ยังขอวิงวอนไปยังสายการบิน และบริษัทนำเที่ยว อย่าออกโปรโมชั่นลดราคาเพื่อการเดินทางไปประเทศที่มีการระบาด แม้ปัจจุบันจะมีการออกประกันโรคนี้แต่เความเสียหายระยะยาวทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม มูลค่าสูงกว่าวงเงินประกันมาก

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวขอประชาชนร่วมมือกันป้องกันตัวเองจากโรค COVID-19 ด้วยการไม่ละเลยการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข อย่าเห็นแก่โปรถูกจนลืมป้องกันความเสี่ยง ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศที่ไทยประกาศเป็นกลุ่มเสี่ยงเฝ้าระวังแล้ว ได้แก่ ประเทศจีน ซึ่งรวมถึง ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน และกำลังจับตาพิเศษสหรัฐอเมริกา ที่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


กรมศิลปากร ดำเนินการขุดค้นแหล่งโบราณคดีทุ่งดอนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ ศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ 

นายไกรสิน อุ่นใจจินต์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากร ที่ 7 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ดำเนินการขุดค้นพื้นที่ทุ่งดอนแก้ว อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ราชพงศาวดารเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รวมทั้งหาหลักฐานยืนยันสถานที่เสด็จสวรรคตของพระองค์ให้ชัดเจน เบื้องต้นได้สำรวจเส้นทางแม่น้ำแม่แตง  ไปยังอำเภอเวียงแหง พบพระเครื่องโลหะ พระพุทธรูปพระบรมธาตุแสนไห เป็นพระพุทธรูปอู่ทอง รุ่น 2  ช่วงรอยต่อระหว่างศิลปะสุโขทัยและศิลปะอยุธยาเป็นหลักฐานเชื่อมโยงความเกี่ยวเนื่องกับสมัยอยุธยาได้  สำหรับการดำเนินงานจะศึกษาเปรียบเทียบ ข้อมูลอ้างอิงจากพระราชพงศาวดารของอยุธยาและมหาราชวงศ์พระราชพงศาวดารเมียนมา เกี่ยวกับเส้นทางเดินทัพระหว่างประเทศ รวมถึงหลักฐานที่พบจากทุ่งดอนแก้ว อาทิ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ  โบราณสถาน เอกสารด้านประวัติศาสตร์ ตำนานท้องถิ่น  และการตีความทางยุทธศาสตร์ มาประกอบการพิจารณา


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ธนพิชฌน์ แก้วกา

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : สำนักข่าว