รายการนานาสาระกับผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ ประจำวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563

26 ก.พ. 2563 | เข้าชม : 145

            วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.10 น. นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ให้เกียรติมาร่วมรายการ “นานาสาระกับผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ” ทาง สวท.อำนาจเจริญ ระบบ F.M ความถี่ 103.25 MHz 

            ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวถึงจังหวัดอำนาจเจริญ จัดนิทรรศการโปรแกรมการท่องเที่ยว โดยชุมชน “อำนาจเจริญเที่ยวเพลินหนึ่งร้อยภูมิปัญญา” ในระหว่างวันที่ 25 - 29 กุมภาพันธ์ 2563 ที่เต็นท์โดมแอร์บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองอำนาจเจริญ ตามโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงประเพณีวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อพัฒนาหมู่บ้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีศักยภาพในการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว โดยใช้กระบวนการในการขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนให้เกิดรายได้ โดยมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP คุณภาพ ของดีของเด่น 7 อำเภอ จังหวัดอำนาจเจริญ กว่า 50 ร้านค้า สัมผัสและเรียนรู้กับวิถีแห่งปราชญ์ชุมชน (Champ) พร้อมสนุกสนาน ได้ลงมือทำศิลปหัตกรรมได้ด้วยตัวเอง แบบ D-Hope จาก 4 หมู่บ้านเด่น ได้แก่ บ้านหินขัน อ.ชานุมาน, บ้านหนองไฮน้อย อ.ปทุมราชวงศา, บ้านเวียงหลวง อ.หัวตะพาน, บ้านนาล้อม อ.ลืออำนาจ และกิจกรรมกาประกวดสำรับอาหารพื้นถิ่นชุมชน พร้อมทั้งรับชมฟรี กับมินิคอนเสิร์ตทุกวัน

            ประเด็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและสถานการณ์น้ำในพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่าฝนทิ้งช่วงยาว สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของจังหวัดอำนาจเจริญ มีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานมีน้ำ 39% อ่างห้วยโพธิ์ 37% อ่างร่องน้ำซับ 53% อ่างห้วยสีโท 54.66% และลำเซบาย 49% ทางโครงการชลประทานอำนาจเจริญ ได้มีการบริหารจัดการให้ใช้ได้ถึงเดือนมิถุนายนนี้ ขอความร่วมมือให้ประชาชนชะลอการใช้ในการเกษตรที่ใช้น้ำมากไว้ก่อน 

            ประเด็นการป้องกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 มีรายงานผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก จำนวนทั้งสิ้น 76,936 ราย เสียชีวิต 2,442 ราย อาการรุนแรง 10,000 กว่าราย ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อ 37 ราย กลับบ้านแล้ว 22 ราย กำลังรักษา 15 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และกำลังกักตัวสังเกตอาการ 1,580 คน กลับบ้าน 1,160 คน  รอดูอาการในโรงพยาบาลอีก 420 คน การป้องกันไวรัสโคโรนา ต้องกินอาหารที่ปรุงสุกเท่านั้น ใช้ช้อนกลางเมื่อกินอาหารร่วมกัน ต้องล้างมือทุกครั้งด้วยน้ำและสบู่หรือเจลล้างมือเมื่อสัมผัสสิ่งสกปรก และต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อไปในแหล่งชุมชนหรือพื้นที่เสี่ยง หากมีไข้ มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบควรพบแพทย์

            ประเด็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสนับสนุนค่าจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี ตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนการสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณี พ.ศ. 2557 ผู้สูงอายุที่ถึงแก่กรรมต้องมีคุณสมบัติดังนี้ มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีสัญชาติไทย อยู่ในครอบครัวที่ยากจนตามข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)  มีรายชื่อในบัญชีการสำรวจข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) กรณีผู้สูงอายุไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีฯ แต่อยู่ในครัวเรือนที่ยากจนตามเกณฑ์ฯ ต้องมีการรับรองตามแบบรับรองการจัดการศพผู้สูงอายุ โดยให้นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชนเป็นผู้ออกหนังสือรับรองประกอบการยื่นเรื่องด้วย การยื่นเรื่องต้องเป็นบุคคลที่ได้รับผิดชอบในการจัดการศพผู้สูงอายุ โดยต้องยื่นคำขอภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ออกใบมรณบัตร โดยยื่นคำขอได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ที่ว่าการอำเภอ เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล ตามท้องที่มีชื่อในทะเบียนบ้านหรือภูมิลำเนาที่ถึงแก่ความตาย หลักฐานใบมรณบัตรฉบับจริง บัตรประจำตัวประชาชน สมุดบัญชีเงินฝากของผู้ยื่นคำขอ แบบแจ้งข้อมูลการรับเงินโอนผ่านระบบ Krungthai Corporate Online และแบบคำขอรับเงินสงเคราะห์ฯ

            ประเด็นกฎหมายควบคุมอาคาร ป้องกันฝุ่นละอองและความปลอดภัย กำหนดให้ในระหว่างการก่อสร้างอาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป ที่มีระยะราบวัดจากแนวอาคารด้านนอกถึงที่สาธารณะหรือที่ดินต่างเจ้าของหรือผู้ครอบครองน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของความสูงของอาคารนั้น กำหนดให้ในระหว่างก่อสร้างอาคารต้องมีการตรวจสอบความแข็งแรงและความปลอดภัยของนั่งร้านและค้ำยัน ที่ใช้รับน้ำหนักส่วนต่าง ๆ ของอาคารที่สร้างขึ้นเป็นประจำสำหรับการก่อสร้างอาคารที่สูงตั้งแต่สามชั้นขึ้นไป กำหนดให้นั่งร้านและค้ำยันที่สร้างด้วยโลหะ ฐานรองรับต้องรับน้ำหนักได้ไม่น้อยกว่าสองเท่าของน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่บรรทุกบนนั่งร้านและค้ำยันนั้น และไม่น้อยกว่าสี่เท่าสำหรับนั่งร้านและค้ำยันที่สร้างด้วยไม้ กำหนดให้ในระหว่างก่อสร้างอาคารต้องมีการตรวจสอบความแข็งแรงและความปลอดภัยของปั้นจั่น โดยเฉพาะปั้นจั่นหอสูงที่ใช้สอยเป็นประจำ 

            ประเด็นชวนคนไทยร่วมใช้ B10 “คุณได้ประหยัด ชาติได้ประโยชน์ ลด PM 2.5” B10 เป็นน้ำมันดีเซลที่มีสัดส่วนผสมไบโอดีเซลที่ผลิตจากปาล์มน้ำมันในอัตรา 10% ซึ่งกระทรวงพลังงาน โดยกรมธุรกิจพลังงาน จะประกาศให้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลฐานของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ที่สำคัญ ยังเป็นการช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของผู้ใช้ B10 อีกด้วย เนื่องจากราคา B10 จะถูกกว่าดีเซล B7 เดิม ลิตรละ 2 บาท และยังช่วยชาติประหยัดนำเข้าน้ำมันดีเซลได้ถึงประมาณวันละ 1.8 ล้านลิตร จะเห็นได้ว่าหากผู้ใช้รถเครื่องยนต์ดีเซลหันมาใช้ B10 กันมากขึ้น เกิดประโยชน์หลายต่อ เรียกได้ว่า คุณได้ประหยัด ชาติได้ประโยชน์ และยังช่วยลดฝุ่น PM 2.5 อีกด้วย โดยช่วงท้ายรายการผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญได้กล่าวถึงการปฏิบัติภารกิจที่สำคัญในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา


            สวท.อจ./ภาพ  

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : สุกัญญา พุทธคู

ผู้เรียบเรียง : วรัญญา นันตาแก้ว

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ