รายงานพิเศษ : “การผันน้ำจากฝั่งตะวันตกมายังฝั่งตะวันออกช่วยลุ่มเจ้าพระยาช่วงแล้ง”

20 ก.พ. 2563 | เข้าชม : 512

รายงานพิเศษ : “การผันน้ำจากฝั่งตะวันตกมายังฝั่งตะวันออกช่วยลุ่มเจ้าพระยาช่วงแล้ง”

        ปีนี้ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งที่รุนแรง ส่งผลให้แม่น้ำในลุ่มน้ำต่างๆทั่วประเทศมีปริมาณน้ำกักเก็บไม่เพียงพอใช้ โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ด้วยการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาช่วยลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อบรรเทาภัยแล้งและช่วยการอุปโภค –บริโภคให้ถึงปลายเดือนมิถุนายน 

                    จากการคาดการณ์หน้าแล้งปีนี้จะยาวนานถึงสิ้นเดือนมิถุนายนแล้วมีโอกาสเสี่ยงขาดแคลนน้ำ ทั้งกรณีฝนทิ้งช่วงและฝนตกน้อย ซึ่งประเมินจะเกิดฝนทิ้งช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซาก ทำให้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนประมาณปลายเดือนพฤษภาคมหรือเข้ากลางเดือนกรกฎาคม จึงต้องเร่งมือช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบภัยแล้งให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด โดยเฉพาะการเร่งจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศเพียงพอถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ให้ได้ โดยเฉพาะแผนการเพิ่มปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังพบลุ่มน้ำเจ้าพระยาประสบปัญหามีปริมาณน้ำคงเหลือไม่เพียงพอใช้ในหน้าแล้งนี้ โดยลุ่มน้ำเจ้าพระยามีน้ำใช้งานได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน จำนวน 825 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

                    ปัจจุบันลุ่มน้ำแม่กลองมีน้ำใช้งานได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน จำนวน 2,926 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้การผันน้ำจากลุ่มแม่น้ำแม่กลองมาช่วยลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่กระทบต่อการใช้น้ำในพื้นที่แม่กลองแน่นอน กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้พิจารณาความเหมาะสมแล้วจึงเห็นชอบแผนการบริหารจัดการปัญหาภัยแล้งด้วยการเพิ่มปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมายังลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ผันน้ำจากฝั่งตะวันตกมายังฝั่งตะวันออก) ด้วยการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองเพิ่มอีก 500 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมผันน้ำอยู่ที่ 500 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็น 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการอุปโภค –บริโภคให้ถึงปลายเดือนมิถุนายนและใช้ป้องกันปัญหาน้ำทะเลรุกตัวเข้ามายังแม่น้ำเจ้าพระยา โดยต้องเฝ้าระวังการสูญเสียน้ำระหว่างการผันน้ำจากลุ่มแม่กลองมายังลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดด้วย

                    นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เล่าให้ฟังว่า หน้าแล้งนี้ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีน้ำต้นทุน 5,377 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็น จัดสรรน้ำหน้าแล้ง 4,500 ล้านลูกบาศก์เมตร เน้นใช้อุปโภค-บริโภค 1,150 ล้านลูกบาศก์เมตร และสำรองน้ำต้นฤดูฝนนี้ 2,227 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะเดียวกันได้แบ่งผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมา 350 ล้านลูกบาศก์เมตร เน้นใช้อุปโภค-บริโภค 1,841 ล้านลูกบาศก์เมตร และใช้ช่วงฝนทิ้งช่วง 386 ล้านลูกบาศก์เมตรด้วย โดยเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลองให้เข้าใจว่าการผันน้ำครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบประชาชนในพื้นที่ และสร้างความเข้าใจให้ประชาชนช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อการอุปโภค-บริโภคเท่านั้น แล้วให้งดปลูกข้าวนาปรังและปลูกพืชใช้น้ำมาก เพราะไม่สามารถจัดสรรน้ำให้ภาคเกษตรกรรมได้ในแล้งนี้ 

                    ขณะเดียวกันทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบการขุดเจาะบ่อบาดาลจะเร่งดำเนินการสำรวจและขุดเจาะให้แล้วเสร็จตามแผน เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชนให้มากที่สุด ในเบื้องต้นกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะเร่งสำรวจ สร้างความเข้าใจกับประชาชนในแต่ละพื้นที่ และขุดเจาะบ่อบาดาล 704 แห่ง ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ เนื่องจากบางพื้นที่ที่เสี่ยงแล้งรุนแรงอาจจำเป็นต้องสำรองน้ำใช้ไปจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนปีนี้จะมาช้าประมาณปลายเดือนพฤษภาคม แล้วเกิดฝนทิ้งช่วง 2 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : กัลยา คงยั่งยืน / สวท. กัลยา คงยั่งยืน / สวท.

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย