ก.ทรัพย์ นำร่องดึงอาคารศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สถาบันการศึกษาและโรงเรียน และโรงพยาบาลในสังกัดภาครัฐเข้าร่วมโครงการอาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสีย

05 ก.พ. 2563 | เข้าชม : 561

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำร่องดึงอาคารศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สถาบันการศึกษาและโรงเรียน และโรงพยาบาลในสังกัดภาครัฐเข้าร่วมโครงการอาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสีย เพื่อใช้เป็นต้นแบบการจัดการน้ำเสียของประเทศก่อนขยายสู่เอกชนและภาครัฐให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

            นายนพดล พลเสน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวถึงนโยบายการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐในการลดการระบายน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ การแก้ปัญหาน้ำเสียและยกระดับคุณภาพน้ำ ภายใต้ "โครงการอาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสีย" จัดโดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ว่า อาคารของหน่วยงานภาครัฐที่มีจำนวนมากและกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ พบเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดน้ำเสียจากกิจกรรมการใช้น้ำภายในอาคาร ซึ่งอาคารบางประเภทและบางขนาดถูกกำหนดให้เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อมตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายสิ่งแวดล้อมกำหนดควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากอาคาร โดยหน่วยงานภาครัฐเป็นหน่วยงานที่ประชาชนให้ความเชื่อถือและเชื่อมั่น จึงต้องปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างและเป็นต้นแบบที่ดีให้กับภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญการจัดการน้ำเสียจากอาคารของตนให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะนำร่องดึงอาคารศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ // สถาบันการศึกษาและโรงเรียน และโรงพยาบาลในสังกัดภาครัฐเข้าร่วมโครงการอาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสีย โดยต้องมีมาตรการจัดการน้ำเสียและการประหยัดน้ำที่ชัดเจน ซึ่งจะมีการประเมินผลในรอบ 3 เดือนก่อน ประมาณวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ เพื่อติดตามความก้าวหน้าแล้วต่อยอดไปยังอาคารอื่นๆต่อไปทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ จากนั้นจะขยายต่อยังภาคเอกชนในอนาคต

            ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า ได้ให้ คพ. เชิญ สวทช. มหาวิทยาลัย และผู้ที่เชี่ยวชาญที่มีความรู้ด้านการจัดการน้ำเสียเข้ามาร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาและปรับเปลี่ยนน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำดี ถือเป็นมาตรการผลักดันให้หน่วยงานราชการตื่นตัวและให้ความสำคัญการจัดการน้ำเสียของหน่วยงาน และป้องกันการระบายน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้คุณภาพน้ำดีขึ้นสามารถยกระดับคุณภาพน้ำและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำได้มากขึ้น

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : กัลยา คงยั่งยืน / สวท. กัลยา คงยั่งยืน / สวท.

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย