สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

28 ม.ค. 2563 | เข้าชม : 523

        วันนี้ 27 มกราคม 2563 เวลา 9.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2561 ถึง 2562 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

        โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 คนเข้ารับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ มีผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี จาก 22 คณะ 1 บัณฑิตวิทยาลัย และ 1 สถาบันการศึกษา (สถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์) เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในช่วงเช้าและช่วงบ่าย รวมจำนวน 6,426 คน ในจำนวนนั้น มีบัณฑิตที่ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 จำนวน 725 คน เกียรตินิยมอันดับ 2 จำนวน 805 คน บัณฑิตที่ได้รับเหรียญรางวัลเรียนดีตลอดหลักสูตร เหรียญทอง จำนวน 160 คน เหรียญเงิน จำนวน 565 คน

        โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาท ความสำคัญตอนหนึ่งว่า "บัณฑิตทั้งหลายได้ศึกษาเล่าเรียนมานานปี นับแต่ระดับต้นจนถึงระดับสูง ย่อมสร้างสม อบรมความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และคุณสมบัติต่างๆ ไว้เป็นอันมาก พร้อมที่จะออกไปทำงานสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ตน แก่ชุมชนและแก่ชาติบ้านเมือง ในการทำงานนั้น มีข้อที่ควรตระหนักถึงอยู่ประการหนึ่ง คืองานทุกอย่างย่อมมีกฎเกณฑ์ มีระเบียบ ซึ่งผู้ที่ทำงานร่วมกันจะต้องยึดถือปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกัน ที่กล่าวดังนี้ เพราะกฎระเบียบของงาน เป็นเสมือนกรอบที่คอยกำกับ ประคับประคอง ให้งานดำเนินไปด้วยความราบรื่นและสำเร็จผลอย่างรวดเร็วและถูกต้อง หากผู้ที่ทำงานร่วมกัน ต่างคนต่างทำตามใจชอบ โดยไม่คำนึงถึงกฎระเบียบที่วางไว้ งานที่ทำก็คงยากที่จะบรรลุผลสำเร็จตรงตามเวลาและเป้าหมาย บัณฑิตเมื่อออกไปทำงานร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นงานใด ในสาขาใดก็ตาม จึงควรศึกษากฎระเบียบของงานให้ทราบชัด แล้วยึดถือปฏิบัติให้ถูกต้องตรงกัน แต่ละคนจะได้นำความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และคุณสมบัติทั้งมวลที่มีอยู่ มาประสานส่งเสริมกัน เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมถูกตรง"


        เวลา 16.07 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

        ในการนี้ ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

        โอกาสนี้ พระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณและเข็มมูลนิธิขาเทียมฯ แก่ผู้สนับสนุนและทำคุณประโยชน์แก่มูลนิธิฯ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวม 24 แห่ง อาทิ บริษัท โออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)  และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) 

        ทั้งนี้ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งมูลนิธิขาเทียม ขึ้น เพื่อจัดทำขาเทียมจากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งมีน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่าขาเทียมที่ผลิตจากโรงพยาบาลของรัฐ สำหรับพระราชทานแก่ผู้พิการขาขาดที่ยากไร้ โดยไม่เลือกเชื้อชาติศาสนาและไม่คิดมูลค่า โดยได้รับการจดทะเบียนเมื่อปี 2535 โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิฯ พร้อมพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนประเดิมในการจัดตั้งมูลนิธิฯ อีกด้วย ปัจจุบัน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์

        ต่อจากนั้น พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้แทนจากโรงแรม ยู นิมมาน เชียงใหม่ เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนมูลนิธิขาเทียมฯ

        จากนั้น ทรงเป็นประธานการประชุมสามัญประจำปี 2563 ของคณะกรรมการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยมีระเบียบวาระการประชุมเรื่องต่างๆ อาทิ รับรองรายงานการประชุมสามัญประจำปี 2562 และโครงการออกหน่วยบริการทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา ได้ออกหน่วยเคลื่อนที่ทำขาเทียมพระราชทานช่วยเหลือผู้ยากไร้ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 149 ครั้ง จังหวัดอุตรดิตถ์ 150 ครั้ง จังหวัดสระบุรี 151 ครั้ง จังหวัดสงขลา 153 ครั้ง และที่ประเทศมาเลเซีย 152 ครั้ง

    

        เวลา 18.01 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษา ค้นคว้าวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีทางดาราศาสตร์ของประเทศ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์ครบวงจรแห่งใหม่ของไทย

        โอกาสนี้พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิสการแข่งขันกิจกรรมดาราศาสตร์ จำนวน 7 คน

        สำหรับอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 54 ไร่ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ องค์การมหาชน ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานนามว่า อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร โดยจะเปิดให้บริการประชาชนตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563

        โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการและผลงานการพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์ขั้นสูงของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ อาทิ โครงการก่อสร้างกล้องโทรทรรศน์วิทยุเพื่อสังเกตการสัญญาณคลื่นวิทยุและไมโครเวฟเพื่องานวิจัยทางด้านดาราศาสตร์วิทยุและการศึกษาการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางจานรับสัญญาณ 40 เมตร โดยจัดสร้างศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ คาดว่าแล้วเสร็จช่วงกลางปีนี้

        และโครงการความร่วมมือสร้างระบบเคลือบกระจก สำหรับโครงการหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเซเรนคอฟ ซึ่งเป็นแสงสีฟ้าเพื่อค้นหาแหล่งกำเนิดรังสีระดับพลังงานสูงในจักรวาล เช่นหลุมดำ ซูเปอร์โนวา หรือความลับทางฟิสิกส์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก

        โอกาสนี้ทอดพระเนตรนิทรรศการกิจกรรมดาราศาสตร์ในโรงเรียน นิทรรศการดาราศาสตร์แบบมีปฏิสัมพันธ์ 19 โซน อาทิ การสำรวจระบบสุริยะ เสียงแห่งเอกภพ การเกิดเฟสดวงจันทร์ เครื่องตรวจจับรังสีคอสมิก การเปรียบเทียบน้ำหนักบนดาวเคราะห์ อุกกาบาต ภารกิจพิชิตดวงจันทร์ รวมถึงกล้องโทรทรรศน์ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เคยทอดพระเนตรเมื่อปี 2501 และนิทรรศการหอจดหมายเหตุดาราศาสตร์ที่รวบรวมเอกสารและบันทึกสารสนเทศด้านดาราศาสตร์ภาษาฝรั่งเศสตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตลอดจนลูกตุ้มเพนดูลัมกับการพิสูจน์การหมุนของโลก ซึ่งลุกตุ้มที่แขวนไว้ในแนวดิ่ง จะเคลื่อนที่บนโลกที่กำลังหมุนรอบตัวเอง ลักษณะของแรงที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนแปลงตามละติจูดที่ทำการทดลอง และอุปกรณ์ดาราศาสตร์ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์หลากหลายชิ้น

        นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการดาวจรัสฟ้าจัดแสดงภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ฝีมือคนไทยและนิทรรศการแสดงผลงานของผู้ชนะเลิศกิจกรรมแข่งขันดาราศาสตร์


        ข่าวในพระราชสำนัก สทท.



ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว